
SENA ขานรับนโยบายภาครัฐที่เตรียมผลักดันการใช้พลังงานสะอาด โดยเฉพาะโซลาร์เซลล์ภาคประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งมาตรการลดหย่อนภาษี สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินผ่านระบบ Net Billing ซึ่งถือเป็นแนวทางสำคัญในการช่วยลดภาระค่าไฟของประชาชนในระยะยาว
ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังเปราะบางและค่าครองชีพที่สูงขึ้น SENA มองว่าโจทย์สำคัญของภาคอสังหาริมทรัพย์วันนี้ ไม่ใช่แค่การขายบ้าน แต่ต้องทำให้คนยังมีบ้านได้จริง และใช้ชีวิตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ขณะนี้โลกกำลังเผชิญ “วิกฤตพลังงานและค่าครองชีพ” ซึ่งส่งผลทั้งต่อต้นทุนการใช้ชีวิตและกำลังซื้อของประชาชน โดยเฉพาะในไทยที่ยังมีปัญหาหนี้ครัวเรือนซ้ำเติม ทำให้การใช้จ่ายและการเข้าถึงสินเชื่อยิ่งยากขึ้น
SENA จึงเดินหน้าต่อยอดธุรกิจพลังงานควบคู่กับธุรกิจอสังหาฯ อย่างต่อเนื่อง ผ่าน SENA Solar Energy ที่มีประสบการณ์ด้านการติดตั้งโซลาร์มากกว่า 15 ปี ให้บริการทั้งลูกค้าองค์กรและลูกค้ารายย่อย พร้อมติดตั้งระบบโซลาร์ในบ้านโครงการของเสนา เพื่อช่วยลดภาระค่าไฟให้ลูกบ้านตั้งแต่วันแรก
นอกจากนั้น บริษัทยังวางระบบการอยู่อาศัยให้เชื่อมกับไลฟ์สไตล์พลังงานยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นบ้านที่รองรับการติดตั้งโซลาร์ การขยายระบบเพิ่มเติม การติดตั้งแบตเตอรี่เก็บพลังงาน หรือการรองรับรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้การใช้พลังงานในบ้านและการเดินทางเชื่อมต่อกันได้อย่างครบวงจร
อีกด้านหนึ่ง SENA ยังขยายธุรกิจสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าผ่าน SENA Green Automotive ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายรถ EV หลายแบรนด์ พร้อมศูนย์บริการและศูนย์ซ่อมครบวงจร สะท้อนการปรับ Ecosystem ของบริษัทไปสู่แนวทาง Green Product and Lifestyle อย่างชัดเจนในช่วงกว่า 2 ปีที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน SENA ยังย้ำจุดยืน “คุมค่าใช้จ่ายแทนการขึ้นราคา” เพื่อช่วยประคองกำลังซื้อของผู้บริโภคในช่วงเศรษฐกิจผันผวน พร้อมเดินหน้าสร้างโอกาสให้คนเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้มากขึ้น ผ่านแคมเปญ “เสนาซื้อง่าย” รวมถึงโมเดล LivNex เช่าออมบ้าน สำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมกู้ และ RentNex เช่าตรง ที่ช่วยให้ค่าเช่าไม่สูญเปล่า ซึ่งปัจจุบันมีผู้เช่ากว่า 2,000 ยูนิต
SENA มองว่า หากภาครัฐเดินหน้าสนับสนุนพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง จะยิ่งเป็นแรงผลักสำคัญให้การใช้โซลาร์ในไทยเติบโตเร็วขึ้น และช่วยให้ประชาชนลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้จริงในระยะยาว
สำหรับ SENA การปรับตัวครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การรับมือวิกฤตเศรษฐกิจ แต่เป็นการวางรากฐานรูปแบบการอยู่อาศัยใหม่ ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องต้นทุนชีวิต พลังงานสะอาด และความยั่งยืนในอนาคต





