
กลุ่มมิตรผล ผู้นำด้านการพัฒนาเพื่อสร้างความยั่งยืนจากภาคเกษตร ตอกย้ำความเป็นผู้นำระดับโลกด้านความยั่งยืน จากผลการประเมิน Corporate Sustainability Assessment (CSA) ประจำปี 2025 ด้วยการครองตำแหน่งผู้ผลิตน้ำตาลอย่างยั่งยืนอันดับ 1 ของโลก โดยได้รับคะแนนสูงสุดในกลุ่มผู้ผลิตน้ำตาลทั่วโลกที่เข้าร่วมการประเมิน และยังเป็นคะแนนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของกลุ่มมิตรผลนับตั้งแต่เริ่มเข้าร่วมการประเมินในปี 2018
นอกจากนี้ยังได้รับการจัดอันดับผู้นำด้านความยั่งยืนระดับโลก ในกลุ่ม Top 5% ของอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร (Food Products Industry) จากบริษัทที่เข้าร่วมการประเมินกว่า 9,200 แห่ง ครอบคลุม 59 อุตสาหกรรมทั่วโลกในปี 2025 สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ ที่มุ่งยกระดับ “ระบบการเกษตรและอาหารที่มั่นคง” ควบคู่การส่งเสริมเกษตรกรให้ร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้คนในประเทศไทยและทั่วโลก

นายบรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า “การพัฒนาองค์กรด้วยมาตรฐานระดับโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของให้องค์กรให้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน เป็นเป้าหมายที่กลุ่มมิตรผลให้ความสำคัญและดำเนินงานมาโดยตลอด โดยผลการประเมินจาก S&P Global ครั้งล่าสุดนี้ กลุ่มมิตรผลได้รับคะแนนสูงสุดจากเข้าร่วมประเมินมา 7 ปี เป็นผลจากการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน และลงมือปฏิบัติจริงจากทุกภาคส่วน รวมถึงเกษตรกรคู่ค้า และลูกค้าของเราด้วย นับเป็นการผลักดันให้องค์กรได้ก้าวสู่มาตรฐานความยั่งยืนในระดับสากล โปร่งใส และมีมาตรฐานเช่นเดียวกับบริษัทจดทะเบียนชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์ และบริษัทชั้นนำของโลก”

สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อโลก: ความเป็นเลิศด้านสิ่งแวดล้อมที่สะท้อนความมุ่งมั่นสู่สังคมคาร์บอนต่ำและเศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่านผลลัพธ์สำคัญ ได้แก่
ขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน – มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2030 และ Net Zero ภายในปี 2050 ด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่า การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการบริหารจัดการคาร์บอนด้วยระบบติดตาม วัดผล และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำให้แก่ผู้บริโภค โดยล่าสุดกลุ่มมิตรผลได้รับการรับรอง Carbon footprint Product กว่า 73 ผลิตภัณฑ์ และ Carbon Footprint Reduction อีก 13 ผลิตภัณฑ์อีกด้วย
บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อโลกที่ยั่งยืน – ตั้งเป้าใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 100% ภายในปี 2030 เดินหน้าความร่วมมือกับพันธมิตรตลอดห่วงโซ่คุณค่า ทั้งความร่วมมือกับลูกค้าในการส่งมอบผลิตภัณฑ์น้ำเชื่อมและน้ำตาลผ่านการขนส่งด้วยรถบรรทุกถัง (Tank Car) ซึ่งช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกสำหรับผลิตภัณฑ์ไปได้กว่า 300 ล้านถุง และยังร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนในการพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม
สร้างความมั่นคงของทรัพยากรน้ำ เสริมพลังเกษตรกรผ่านโครงการ Mitr Phol Oasis - พัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่กว่า 1 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยในพื้นที่ ซึ่งครอบคลุม 4 โครงการ ในจังหวัดขอนแก่น ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ และสุพรรณบุรี สนับสนุนพื้นที่ปลูกอ้อยกว่า 22,000 ไร่ ช่วยเพิ่มผลผลิตและรายได้ 3,000–6,000 บาท/ไร่ และลดต้นทุนค่าน้ำ 3,500 บาท/ไร่/ปี พร้อมนำน้ำจากกระบวนการกลับมาใช้ใหม่ได้เฉลี่ย 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน
ขับเคลื่อนการตัดอ้อยสดและพลังงานหมุนเวียนจากภาคเกษตรไทย - สนับสนุนการตัดอ้อยสดผ่านแคมเปญ “นะโม ตัดสด” ควบคู่โครงการรับซื้อใบอ้อย เพื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าชีวมวลพร้อมสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกร โดยปัจจุบันมีปริมาณอ้อยสดเข้าสู่โรงงานมากกว่า 96% และมีการรับซื้อใบอ้อยต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 สร้างพลังงานสะอาดจากภาคเกษตรไทย และเป็นองค์กรต้นแบบในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลที่เติบโตอย่างยั่งยืน

สนับสนุนชุมชนเข้มแข็ง: มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรและชุมชนตามแนวทางร่วมอยู่ ร่วมเจริญ
ส่งเสริมศักยภาพเกษตรกร ผ่าน “มิตรผล โมเดิร์นฟาร์ม” แนวทางการบริหารจัดการไร่อ้อยสมัยใหม่ที่ผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี และมาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก ช่วยเกษตรกรยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มรายได้ ควบคู่กับการดูแลทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ให้เติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ด้านสุขภาพของผู้บริโภค – ด้วยการบริหารจัดการที่โปร่งใส ตั้งแต่แหล่งที่มาของวัตถุดิบ กระบวนการผลิตที่สะอาด ปลอดภัยได้ และได้รับมาตรฐานระดับสากล เพื่อส่งมอบมือสิ่งที่ดีและคุ้มค่าที่สุดให้กับลูกค้าและผู้บริโภค โดยได้พัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำตาลเพื่อสุขภาพ เช่น Low Cal Sugar Blend และ LOW GI Natural Cane Sugar ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการบริโภคอย่างเหมาะสม
สนับสนุนการสร้างโอกาสที่เท่าเทียม - เคารพต่อสิทธิมนุษยชน ให้ความสำคัญต่อความหลากหลายอย่างเท่าเทียม เพื่อให้ทุกคนสามารถเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน โดยกลุ่มมิตรผลได้คว้ารางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชนดีเด่น ระดับ Gold ประจำปี พ.ศ.2568 จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และรางวัลโล่ประกาศเกียรติคุณระดับเกียรติยศ องค์กรสนับสนุนการจ้างงานคนพิการ ประจำปี พ.ศ.2568 จากกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สะท้อนความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรและชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างแท้จริง
และอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้คือ การยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ผ่านโครงการกำกับดูแลที่ชัดเจน นโยบายจริยธรรมทางธุรกิจที่เข้มแข็ง และการเปิดเผยข้อมูลที่ตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเป็นรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ผลการประเมินจาก S&P Global ในปี 2025 นี้นับเป็นสิ่งยืนยันว่ากลุ่มมิตรผลได้สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตที่ยั่งยืน ผ่านการลงมือทำอย่างจริงจัง การผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยี และพลังความมุ่งมั่นของบุคลากร ตลอดจนความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำบทบาทของกลุ่มมิตรผลในฐานะองค์กรชั้นนำระดับโลกที่มุ่งสร้างคุณค่าให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการดำเนินงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (SDG Goals) ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม






