
ถ้าพูดถึงบ้านแนวราบต้องมีชื่อ “BRITANIA” (บริทาเนีย) อยู่ในนั้นแน่นอน ธุรกิจจะไปในทิศทางไหนอย่างไร วันนี้ บริทาเนีย ชวนหาคำตอบ พร้อมกับจุดเริ่มต้นเรื่องราวตลอดช่วง 10 ปี บนเส้นทางพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กับ กฤษณ์ เตชะสัมมา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI พร้อมเผยกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน

กฤษณ์ เตชะสัมมา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) เล่าย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อนราวปี 2559 ว่า บริทาเนีย เปรียบเสมือนเหมือน New S-Curve ให้กับบริษัทแม่ คือ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาคอนโดมิเนียมเป็นสินค้าหลัก ที่มีความต้องการจะขยายธุรกิจสู่ที่อยู่อาศัยแนวราบ (บ้านจัดสรร) ภายใต้บริษัท ออริจิ้น เฮ้าส์ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท เลือกโลเคชันที่คุ้นเคย คือ ‘โซนตะวันออก’ เปิดโครงการแรกภายใต้ชื่อ “บริทาเนีย ศรีนครินทร์” เป็นโครงการบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด 2 ชั้น จำนวน 149 ยูนิต เริ่มเปิดขายในเดือนพฤศจิกายน 2560 กระแสตอบรับดีมากใช้เวลาเพียงปีกว่า ๆ ในการปิดการขายโครงการ จากนั้นเดินเกมบุกต่อไม่หยุด ใช้สูตรทวีคูณเพิ่มพอร์ตไต่ระดับเติบโตและแบรนด์ “บริทาเนีย” เริ่มเป็นที่รู้จักในตลาดบ้านแนวราบ สู่การตัดสินใจเปลี่ยนชื่อจาก ออริจิ้น เฮ้าส์ มาเป็น “บริษัท บริทาเนีย จำกัด” ในปี 2562 เพื่อสะท้อนตัวตนของแบรนด์ และสร้างการรับรู้ของคำว่า “บริทาเนีย” ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นในตลาดที่อยู่อาศัย ด้วยเอกลักษณ์ความเป็นบ้านสไตล์อังกฤษ

เปลี่ยนตัวเองจาก New S-Curve เป็น “เรือธง” Spin-off เข้าตลาดหุ้น
แม้ในช่วงที่เกิดวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 ก็ไม่ได้ฉุดรั้งความมุ่งมั่นหมุดหมายสำคัญของการเติบโต ผู้บริหารและทีมงานเดินหน้าลุยเปลี่ยนตัวเองจาก New S-Curve เป็น “เรือธง” ด้วยการ Spin-off ในธุรกิจของออริจิ้น เป็นบริษัทย่อยบริษัทแรกเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อท้ายชื่อบริษัทด้วย “จำกัด (มหาชน)” ในปี 2564 และใช้ชื่อย่อตลาดหลักทรัพย์ว่า “BRI” ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ประเภทที่อยู่อาศัยแนวราบทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ ท่ามกลางผู้เล่นในตลาดที่หลากหลาย บริทาเนีย ได้สร้างความแตกต่างเพียง 10 ปี พัฒนาโครงการไปแล้ว 50 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 64,519 ล้านบาท และมีลูกบ้านที่ได้ดูแลมากกว่า 4,600 ครอบครัว ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล, EEC และจังหวัดหัวเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ภายใต้ 5 แบรนด์หลัก ครอบคลุมทุก Segment ได้แก่ ทาวน์โฮม บ้านแฝด บ้านเดี่ยว และ บ้านพักตากอากาศ

โดยบ้านกลุ่มแรกพัฒนาภายใต้แบรนด์ “ไบรตัน” (Brighton) แบรนด์บ้านแฝด และทาวน์โฮม ระดับเริ่มต้นราคา 2.5 - 4 ล้านบาท และกลุ่มที่ 2 แบรนด์ “บริทาเนีย” (Britania) แบรนด์บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ระดับ Mid-end ราคา 4 - 8 ล้านบาทขึ้นไป กลุ่มที่ 3 เจาะระดับ High-End ภายใต้แบรนด์ “แกรนด์ บริทาเนีย” (Grand Britania) บ้านเดี่ยวระดับพรีเมี่ยม ราคา 8 - 20 ล้านบาทขึ้นไป กลุ่มที่ 4 บ้านเดี่ยว ระดับ Luxury ราคา 20 - 50 ล้านบาทขึ้นไป ภายใต้แบรนด์ “เบลกราเวีย” (Belgravia) และกลุ่มที่ 5 แบรนด์ใหม่ บ้านพักตากอากาศพูลวิลล่า ระดับ Luxury ภายใต้แบรนด์ "บัลโค" (Balco) เจาะกลุ่มเป้าหมายลูกค้าที่ต้องการบ้านพักตากอากาศระดับ Luxury ราคา 32 - 60 ล้านบาท เน้นโครงการใกล้ชิดธรรมชาติและทำเลศักยภาพระดับ World Destination เช่น บางเทา ภูเก็ต ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการบ้านพักตากอากาศที่หรูหรา ใส่ใจในรายละเอียด และเป็นส่วนตัว โดยในไตรมาส 2 ปีนี้ บริทาเนีย เตรียมทยอยรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ บัลโค บางเทา บีช มูลค่าโครงการกว่า 1,350 ล้านบาท
พาร์ทเนอร์ + Synergy ในกลุ่ม BRI อีก Key Success ที่ทำให้เติบโต
กลยุทธ์ร่วมทุน (Joint Venture) กับพาร์ทเนอร์ยักษ์ใหญ่ ทั้งจากญี่ปุ่นและพันธมิตรในไทย เป็นอีกเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่ บริทาเนีย เลือกใช้นับตั้งแต่ประกาศแผนธุรกิจปี 2565 ภายใต้คอนเซปต์ ‘Growth Together’ เรื่อยมาจนปัจจุบัน โดยมีพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจและเจ้าของที่ดิน ร่วมทุนพัฒนาโครงการหลายแห่ง อาทิ Sotetsu Group ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น ร่วมทุนพัฒนาโครงการ เบลกราเวีย เอ็กซ์คลูซีฟ ราชพฤกษ์-พระราม 5 เป็นบ้านเดี่ยวระดับ Luxury, Nomura Real Estate Development ร่วมพัฒนาโครงการ บริทาเนีย โฮม บางนา กม. 17 และ บริทาเนีย ทาวน์ บางนา กม. 17, LOFIS (THAILAND) พัฒนาโครงการ แกรนด์ บริทาเนีย คูคต สเตชั่น, บริทาเนีย อมตะ-พานทอง และ แกรนด์ บริทาเนีย บางนา กม. 35

“บริทาเนีย” วางเกมปี 2569 ชู Crafted for Better Living ปั้นการเติบโตระยะยาว
เพราะธุรกิจอสังหาฯมี Cycle ขึ้น-ลง ตามสถานการณ์เศรษฐกิจ ซึ่งคุณกฤษณ์ ยอมรับว่า “ปีนี้เป็นอีกปีที่ท้าทาย บทพิสูจน์ความแข็งแกร่ง แม้จะมีปัจจัยจากวิกฤตพลังงานและสงครามในตะวันออกกลางที่ควบคุมไม่ได้ แต่หากมองในอีกมุม สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็น ‘ความท้าทาย’ ที่ช่วยสร้างรากฐานความสำเร็จในอนาคต ซึ่งเราเองจำเป็นต้องปรับตัวให้รวดเร็ว และทำงานหนักมากยิ่งขึ้น โดยปีนี้เรามุ่งเน้นในเรื่องของการทำงานร่วมกัน (Synergy) ทั้งกับพาร์ทเนอร์และบริษัทในเครือ Origin Group ก่อให้เกิดพลังร่วมที่มากกว่าและเกิด Business Model ใหม่ ๆ”
สำหรับ BRITANIA จะเติบโตแบบไหน คุณกฤษณ์ เผยถึงการวางกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “Crafted for Better Living ใส่ใจเพื่อชีวิตที่ดีกว่า” สะท้อนถึงการออกแบบทุกองค์ประกอบของบริทาเนียอย่างตั้งใจ มีเป้าหมายสำคัญในปีนี้ คือ “ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การเป็นผู้พัฒนาบ้าน แต่ต้องการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพที่ดีขึ้นในระยะยาว” โดยมุ่งเน้นการยกระดับความสุขของผู้อยู่อาศัยในทุกมิติ เพื่อให้บ้าน บริทาเนีย เป็นรากฐานของชีวิตที่ดีขึ้นในทุกวัน ผ่าน 4 กลยุทธ์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนนิยามของการอยู่อาศัยให้ดียิ่งขึ้นในระยะยาว

และในปี 2569 นี้ บริทาเนีย มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 3 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 3,200 ล้านบาท เน้นทำเลศักยภาพในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ประกอบด้วย เบลกราเวีย เอ็กซ์คลูซีฟ ปิ่นเกล้า-บรมราชชนนี บ้านหรูระดับลักชัวรี มูลค่าโครงการเฟสแรก 800 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงการยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม
บริทาเนีย ยังสร้างความแตกต่าง ส่งโมเดลอสังหาริมทรัพย์รูปแบบใหม่ที่ก้าวข้ามกรอบเดิม กับอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ “BRILLIANT AVENUE” มุ่งสร้างโอกาสใหม่แห่งการเติบโตภายใต้คอนเซ็ปต์ “WHERE WORK AND LIFE BALANCE ที่ซึ่งธุรกิจและความสุข บรรจบกันอย่างลงตัว” เป็นโครงการรูปแบบ Lifestyle Mixed-Use Residences ที่นี่ไม่ใช่เพียงพื้นที่ทำธุรกิจ แต่เป็นพื้นที่ผสานการใช้ชีวิตและการทำงานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว บนพื้นที่เดียวกัน มูลค่าโครงการเฟสแรก 1,200 ล้านบาท
และยังร่วมมือกับ บริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด หรือ ALPHA ที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจอินดัสเทรียล พร็อพเพอร์ตี้ รวมถึงกลุ่มโรงงานและคลังสินค้าให้เช่าในเครือ Origin Group พัฒนา “BRILLIANT BUSINESS PARK” สะท้อนการก้าวข้ามบทบาทเดิมของบริทาเนีย จากผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเป็นหลัก ที่ไม่ได้มุ่งเพียงแค่การพัฒนา “บ้าน” แต่ขยายไปสู่การพัฒนาระบบธุรกิจครบวงจรรูปแบบใหม่ ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ธุรกิจอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ทุกวัตถุประสงค์ในการบริหารธุรกิจแบบมัลติฟังก์ชั่น ที่ผสานโชว์รูม สตูดิโอ ออฟฟิศ และที่อยู่อาศัย เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัวในพื้นที่เดียวกัน ด้วยการเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่มีวิถีชีวิตแบบไฮบริด (Hybrid Lifestyle) นำร่อง 5 ทำเลยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ พระราม 2, บางนา-ตราด, อมตะซิตี้, แหลมฉบัง และระยอง มูลค่าโครงการเฟสแรก 1,200 ล้านบาท

ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา บริทาเนีย ไม่ได้เป็นเพียงผู้พัฒนาโครงการบ้านจัดสรร แต่เรามุ่งมั่นสร้าง Community และไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์คนทุกเจเนอเรชัน พร้อมยกระดับสู่ Wellness Residences เพื่อส่งต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ที่ให้ความสำคัญกับ Longevity หรือ การมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ทั้งต่อสุขภาพกาย สุขภาพใจ และการใช้ชีวิตในระยะยาว ออกแบบทุกองค์ประกอบของบ้านให้เป็นมากกว่าที่พักอาศัย เพื่อก้าวต่อไปในอนาคตมีความมั่นคงและรองรับการเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมส่งมอบพื้นที่แห่งความสุขและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนไปพร้อมกับทุกครอบครัว
เพราะ บริทาเนีย เชื่อว่า “บ้าน” เป็นพื้นที่แห่งความสุขของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง ที่ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอด 10 ปี พร้อมมุ่งมั่นสร้างความผูกพัน ควบคู่ไปกับการดูแลความสุขให้ทุกครอบครัวของบริทาเนีย
บริทาเนีย จึงเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2569 จำนวน 2 ชุด อายุ 1 ปี 9 เดือน และ 2 ปี 9 เดือน อัตราดอกเบี้ยระหว่าง [5.65 – 6.15]% ต่อปี ผ่าน 14 สถาบันการเงิน อันดับความน่าเชื่อถือ “BBB-” แนวโน้ม “Stable” โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เตรียมออกและเสนอขายระหว่างวันที่ 5 - 7 พฤษภาคม 2569 อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม : https://oriurl.com/py7wcybb





