
เสียงลูกปิงปองกระทบโต๊ะดังสลับไปมาในช่วงเย็นหลังเลิกเรียน สำหรับใครบางคน อาจเป็นเพียงเกมกีฬาเพื่อความสนุกสนาน แต่สำหรับเยาวชนในสโมสรเทเบิลเทนนิสบ้านปู (Banpu Table Tennis Club - BTTC) เสียงเหล่านี้คือจังหวะแห่งการเติบโต เปลี่ยนผ่าน และการเริ่มต้นสร้างชีวิตในแบบของตัวเอง
ตลอด 18 ปีที่ผ่านมา BTTC ไม่ได้เป็นสโมสรที่เน้นเพียงการสร้างผลงาน แต่เป็น “พื้นที่แห่งโอกาส” ที่เปิดทางให้เยาวชนได้พัฒนาศักยภาพทั้งด้านกีฬาและการใช้ชีวิต ผ่านการฝึกซ้อมและส่งแข่งขันที่เป็นระบบและเท่าเทียม กิจกรรมส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคม ไปถึงวัฒนธรรมของการซัปพอร์ตซึ่งกันและกันในสโมสรฯเยาวชนที่นี่จึงไม่ได้เป็นแค่นักกีฬา แต่ยังได้ค้นหาตัวตน เรียนรู้ที่จะเผชิญกับอุปสรรค และต่อยอดทักษะไปสู่เส้นทางชีวิตที่หลากหลาย

จากสนามแข่งขันสู่เส้นทางอาชีพ: “โอม” นายจีรัฐติกุล เกษมพงศ์เรือง
“โอม” เริ่มต้นจากการเล่นปิงปองด้วยความชอบในวัย 11 ปี ก่อนจะได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ BTTC ในวัย 14 ปี ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขามองเห็นศักยภาพของตัวเองได้ชัดขึ้น ไม่เพียงจากการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องและโอกาสลงแข่งขันในนามสโมสรฯ ทั้งในระดับประเทศและเวทีนานาชาติ แต่ยังรวมถึงการได้รับคำแนะนำอย่างใกล้ชิดจากโค้ช และการได้เรียนรู้ทักษะการถ่ายทอดองค์ความรู้ในบทบาท “พี่สอนน้อง” ผ่านการออกไปช่วยสอนเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลร่วมกับสโมสรฯ อย่างต่อเนื่อง ประสบการณ์เหล่านี้ค่อย ๆ พาโอมก้าวสู่การเป็นนักกีฬาเยาวชนทีมชาติ และทำให้เขามองเห็นความเป็นไปได้ของการต่อยอดกีฬาเป็นอาชีพในอนาคต
ปัจจุบันโอมเลือกที่จะต่อยอดประสบการณ์จากสนามแข่งขันสู่บทบาท “โค้ช” อย่างเต็มตัว เพื่อเป็นเสาหลักในการดูแลครอบครัวจากสิ่งที่เขารัก
“สโมสรเทเบิลเทนนิสบ้านปู ทำให้ผมได้ลอง ได้พัฒนา และได้โอกาสเรียนรู้ในหลายบทบาท จนผมมั่นใจว่าปิงปองเป็นอาชีพที่ทำให้ผมสามารถดูแลครอบครัวได้ วันนี้ผมจึงอยากส่งต่อโอกาสและทักษะที่ผมเคยได้รับ เพื่อผลักดันให้น้อง ๆ รุ่นหลังเติบโตไปได้ไกลกว่าที่ผมเคยเป็น”

กีฬาพาไปเจอความฝันใหม่: “เจฟฟี่” นายชลสิทธิ์ บุญสิริวัชรกุล
สำหรับ “เจฟฟี่” ที่เติบโตมากับ BTTC มากว่า 10 ปี การเล่นปิงปองจึงไม่ใช่แค่ชัยชนะในสนาม แต่เป็นรากฐานที่ช่วยสร้างความมั่นใจในชีวิต จากผลงานการแข่งขันระดับประเทศสู่โควตานักกีฬาในรั้วมหาวิทยาลัย สิ่งที่ทำให้เจฟฟี่เติบโตไม่ใช่แค่การลงแข่งขัน แต่คือสภาพแวดล้อมของสโมสรฯ ที่เปิดกว้างและไม่ตีกรอบเส้นทางชีวิต นักกีฬาสามารถบริหารเวลาของตนเองได้ แม้ต้องฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ก็ยังสามารถไปทดลองสิ่งใหม่ ๆ โดยไม่ถูกกดดันให้ต้องมีชีวิตอยู่แค่ในสนามแข่งขันเพียงอย่างเดียว
เมื่อเดินตามเส้นทางกีฬาไปถึงจุดหนึ่ง เจฟฟี่จึงเริ่มต่อยอดความสนใจสู่สายสื่อสารมวลชนและวงการบันเทิง ปัจจุบันเขากำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1 คณะวารสารศาสตร์ เอกสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยเข้าศึกษาผ่านโควตานักกีฬาควบคู่กับการเป็นนักแสดงในสังกัดค่ายที่มีชื่อเสียง พร้อมทั้งเริ่มต้นงานถ่ายแบบเข้าร่วมรายการวาไรตี้ และกำลังมีผลงานซีรีส์ที่เตรียมออกอากาศภายในปีนี้ โดยยังคงรักษาบทบาทนักกีฬาไปพร้อมกัน
“สโมสรเทเบิลเทนนิสบ้านปูไม่เคยตีกรอบว่าเราต้องเป็นนักกีฬาที่เก่งที่สุด สโมสรฯ เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผมได้ลอง ได้พยายาม ได้ผิดพลาด และได้ค้นหาตัวเอง ความมั่นใจของผมเกิดจากการที่มีคนคอยสนับสนุนและรู้ว่าไม่ว่าเราจะเลือกทางไหน ก็ยังมีเพื่อนพี่น้องในทีมของผมคอยเชียร์อยู่ข้างหลังเสมอ” เจฟฟี่กล่าว

กีฬาพาไปเจอวัคซีนทางใจ: “ครีม” นางสาวสรวีย์ ยุติธาดา
แม้เส้นทางของ “ครีม” จะไม่ได้มุ่งไปสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพเต็มตัว แต่ช่วงเวลาที่อยู่ใน BTTC ได้กลายเป็นพื้นที่สำคัญที่ช่วยหล่อหลอมทักษะชีวิตที่จำเป็น ครีม นิสิตคณะเภสัชศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่านอกจากการฝึกซ้อมกีฬา สโมสรฯ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านจิตใจควบคู่กัน ซึ่งจะสอดแทรกผ่านกิจกรรมพิเศษที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ไม่ว่าจะเป็นค่ายเก็บตัวนักกีฬา หรือกิจกรรมรวมพลประจำปี ที่เปิดโอกาสให้เธอได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญด้านจิตใจ เพื่อน โค้ช และรุ่นพี่จากศูนย์ฝึกต่าง ๆ รวมถึงระบบของสโมสรฯที่มีความเป็นระเบียบ ชัดเจน สิ่งเหล่านี้ค่อย ๆ ทำให้เธอได้เรียนรู้เรื่องวินัย ความรับผิดชอบ และการจัดการอารมณ์ ซึ่งกลายเป็นทักษะที่ติดตัวและถูกนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงการเรียน
“การแข่งเทเบิลเทนนิสไม่ใช่แค่เรื่องของถ้วยรางวัล แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ใจหนูเข้มแข็ง เติบโต เป็นสนามฝึกให้หนูเรียนรู้ที่จะจัดการกับอารมณ์ความรู้สึก และเอามาปรับใช้ในชีวิตจริงได้” ครีมกล่าว

นายรัฐพล สุคันธี ผู้อำนวยการสายอาวุโส – สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บ้านปูเชื่อมั่นในพลังของ ‘คน’ และมองว่ากีฬาจะช่วยสร้างคนทำให้เยาวชนได้เปิดโลก เปิดประสบการณ์ และต่อยอดศักยภาพสำหรับการดำเนินชีวิตในอนาคต เราไม่ได้คาดหวังว่าเด็กทุกคนต้องไปเป็นนักกีฬาอาชีพหรือต้องได้ที่หนึ่งในทุกการแข่งขัน แต่สิ่งที่เราให้ความสำคัญคือการให้โอกาสที่เท่าเทียมกัน สร้างการเรียนรู้ในฐานะนักกีฬาที่มีคุณธรรม และมีความรับผิดชอบทั้งต่อตัวเองและต่อสังคม เพื่อให้พวกเขาเติบโตเป็นบุคลากรที่ดีของประเทศ เราหวังว่าพวกเขาจะส่งต่อพลังความรู้ พลังกาย และพลังใจที่พวกเขาเคยได้รับจากสโมสรฯ ไปยังน้อง ๆ ในรุ่นถัด ๆ ไป”
ติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมของสโมสรเทเบิลเทนนิสบ้านปู (BTTC) ได้ที่ https://www.facebook.com/BanpuTableTennisClub





