
แนวคิดนี้เกิดขึ้นบนฐานความเชื่อว่า “พลังงาน” จะกลายเป็นต้นทุนสำคัญของชีวิตในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นค่าไฟที่สูงขึ้น ค่าน้ำมันที่ผันผวน หรือพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มหันมาสนใจพลังงานสะอาดมากขึ้น ทั้งโซลาร์เซลล์และรถยนต์ไฟฟ้า

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ หรือ “ดร.ยุ้ย” กรรมการผู้จัดการ บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า วันนี้ปัญหาไม่ได้อยู่แค่เรื่องรถ หรือเรื่องพลังงานแยกกัน แต่คือ “ระบบชีวิตที่ยังไม่เชื่อมกัน” เสนาจึงพัฒนาโมเดล The One Platform เพื่อเชื่อมบ้าน รถ EV โซลาร์ และการเงินให้อยู่ในระบบเดียวกัน
ภาพใหม่ของ SENA จึงไม่ใช่แค่การขายบ้าน แต่คือการทำให้ “บ้าน” กลายเป็น Energy Hub ที่ผลิตไฟเอง ใช้ไฟเอง และชาร์จรถ EV ได้เอง ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว และทำให้ Green Lifestyle เข้าถึงได้จริงมากขึ้น
ในปี 2569 เสนาวาง 3 แกนหลักในการขับเคลื่อนองค์กร เริ่มจากธุรกิจที่อยู่อาศัย ที่ยังเน้นกลุ่ม Affordable หรือบ้านที่เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์ผู้ซื้อจริง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีข้อจำกัดด้านรายได้และสินเชื่อ พร้อมเตรียมเปิดตัวโซลูชัน “รถแลกบ้าน” ในไตรมาส 2 เพื่อเพิ่มโอกาสให้คนมีบ้านง่ายขึ้น
แกนที่สองคือธุรกิจพลังงานโซลาร์ ภายใต้ SENA Solar Energy ซึ่งเสนาพัฒนามานานกว่า 15 ปี โดยให้บริการตั้งแต่ Solar Rooftop, Battery ไปจนถึงระบบ EV-Ready ปัจจุบันมียอดติดตั้งโซลาร์แล้วมากกว่า 1,500 หลังคาเรือน คิดเป็นกำลังการผลิตรวมกว่า 100 เมกะวัตต์
ส่วนแกนที่สามคือธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า ภายใต้ SENA Green Auto ซึ่งทำหน้าที่เป็นดีลเลอร์และ EV Platform แบบ Multi-brand ไม่ยึดติดกับแบรนด์เดียว ปัจจุบันมีแบรนด์หลัก เช่น OMODA & JAECOO, LEAPMOTOR และ DEEPAL พร้อมศูนย์บริการครบวงจรบนถนนอ่อนนุช–สุขุมวิท 75
จุดขายสำคัญของ SENA Green Auto ไม่ได้อยู่แค่การขายรถ EV แต่คือการจัดแพ็กเกจแบบ EV Total Solution ที่ลูกค้าสามารถซื้อรถ ติดตั้งโซลาร์ และวางแผนการเงินได้ในที่เดียว โดยเสนานำความเชี่ยวชาญจาก “เงินสดใจดี” มาช่วยออกแบบทางเลือกทางการเงินให้เข้าถึง EV ได้ง่ายขึ้น
หนึ่งในไฮไลต์ที่น่าสนใจคือ แนวคิดซื้อรถ EV ด้วยดอกเบี้ยที่ใกล้เคียงสินเชื่อบ้าน ผ่าน Home Equity Loan หรือการใช้บ้านมาเป็นฐานในการขอสินเชื่อ เพื่อนำไปซื้อรถ EV และติดตั้งโซลาร์ แทนการกู้ไฟแนนซ์รถแบบปกติ
ตัวอย่างกรณีรถราคา 519,000 บาท หากกู้รถแบบปกติพร้อมโซลาร์ อัตราดอกเบี้ย Effective Rate อยู่ที่ 8.9% ผ่อน 7 ปี ตกเดือนละประมาณ 7,690 บาท และมีดอกเบี้ยรวม 166,862 บาท
แต่หากใช้สินเชื่อผ่านบ้าน อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 6.9% กรณีผ่อน 7 ปี ค่างวดอยู่ที่ 7,795 บาทต่อเดือน และดอกเบี้ยรวม 135,788 บาท หรือถูกกว่ากู้รถปกติราว 30,000 บาท
อย่างไรก็ตาม หากเลือกผ่อนยาว 25 ปี ค่างวดจะลดลงเหลือประมาณ 3,619 บาทต่อเดือน ทำให้ภาระต่อเดือนเบาลงมาก แต่ต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพราะดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาอาจสูงถึง 566,601 บาท ซึ่งแพงกว่าราคารถ เนื่องจากระยะเวลาผ่อนที่ยาวมาก
ด้านเป้าหมายธุรกิจ SENA Green Auto ถูกวางให้เป็นรายได้ใหม่ที่มีบทบาทมากขึ้น โดยปีที่ผ่านมา ทำรายได้ 560 ล้านบาท และในปี 2569 ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 800 ล้านบาท สอดคล้องกับทิศทางตลาด EV ในไทยที่เติบโตต่อเนื่อง

สำหรับเสนา เป้าหมายระยะยาวไม่ได้หยุดอยู่ที่การขายรถ หรือติดตั้งโซลาร์ แต่คือการสร้าง “Infinite Clean Energy Loop” หรือวงจรพลังงานสะอาดที่เชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน ตั้งแต่บ้านที่ผลิตไฟได้เอง ใช้ไฟในบ้าน ไปจนถึงนำไฟไปชาร์จรถ EV
“เราไม่ได้แค่ขายรถหรือติดโซลาร์ แต่เรากำลังเชื่อมระบบชีวิตให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อให้ Green Lifestyle เข้าถึงได้จริงสำหรับทุกคน” ดร.ยุ้ย กล่าว
การเดินเกมครั้งนี้จึงสะท้อนว่า SENA กำลังขยับจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ไปสู่ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของการใช้ชีวิต ที่เชื่อมบ้าน พลังงาน การเดินทาง และการเงินเข้าด้วยกัน ภายใต้วิสัยทัศน์การเป็น Lifelong Trusted Partner หรือพันธมิตรที่อยู่กับลูกค้าในทุกช่วงชีวิต





