
นายฮั่ว เตียง ลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ “FPT” กล่าวว่า
ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัว บริษัทฯ ยังคงความสามารถในการสร้างผลการดำเนินงานให้เติบโตได้อย่างมั่นคง สะท้อนถึงจุดแข็งจากการมีพอร์ตโฟลิโอที่มีสินทรัพย์หลากหลาย (Multi-Asset Class Portfolio) ในการขับเคลื่อนความแข็งแกร่งของธุรกิจ แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งในและต่างประเทศ
ทั้งนี้ บริษัทฯ ให้น้ำหนักกับธุรกิจอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ และธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันพอร์ตโฟลิโอมีสินทรัพย์ของกลุ่มอุตสาหกรรมกว่า 50% สะท้อนถึงทิศทางบริษัทฯ ที่ต้องการมุ่งหน้าสู่ธุรกิจที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน และเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตในอนาคต
สำหรับการเติบโตของธุรกิจในไตรมาส 2 มีแรงหนุนจากกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม โดยอารยะ ดิ อีสเทิร์นเกตเวย์ (ARAYA – The Eastern Gateway) ระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรมครบวงจร สามารถสร้างผลงานอย่างยอดเยี่ยมจากการขายพื้นที่อุตสาหกรรมได้กว่า 400 ไร่ มีปัจจัยหนุนจากดีมานด์ของลูกค้าต่างชาติที่ย้ายฐานการผลิตมาในไทย ซึ่งเป็นกุญแจผลักดันกำไรสุทธิของบริษัทฯ พุ่งถึง 190% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดในบริษัท หนองเสือช้างชลบุรี จำกัด ซึ่งมีที่ดินภายใต้การถือครองกว่า 2,200 ไร่ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเตรียมพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ เป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งในธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทยจากการมีทำเลยุทธศาสตร์เพิ่มเติมในการรองรับความต้องการด้านอุตสาหกรรมได้มากขึ้น
ขณะที่ธุรกิจอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ ทั้งโรงงานและคลังสินค้าสามารถสร้างการอัตราการเช่า ณ สิ้นไตรมาส 2 ทั้งในและต่างประเทศได้สูงถึง 92% โดยบริษัทฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาศูนย์คัดแยกสินค้าอัตโนมัติพื้นที่ 65,000 ตร.ม. ให้กับ SPX Express (SPX) ในเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ (สมุทรสาคร 2) รวมถึงพัฒนาคลังสินค้าแบบ Built-to-Suit พื้นที่ 40,000 ตร.ม.ให้กับลูกค้ากลุ่มธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่าย (Trading) และคลังสินค้าแบบ Built-to-Function พื้นที่ 18,000 ตร.ม. ให้กับลูกค้าที่ให้บริการด้านโลจิสติกส์ (3PL)
กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยเปิดพรีเซลล์ 2 โครงการใหม่ในไตรมาส 2 รวมมูลค่า 4,550 ล้านบาท ได้แก่ เดอะแกรนด์ ริเวอร์ฟร้อนท์ ราชพฤกษ์ – พระราม 5 บ้านระดับลักชัวรีติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ได้รับรองมาตรฐานอาคารเขียว LEED ระดับ Gold ประเภทบ้านที่อยู่อาศัยแห่งแรกในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (LEED v4.1 Residential Single Family Home) และแกรนดิโอ พระราม 2 – ตากสิน บ้านระดับลักชัวรีที่มาพร้อมสุดยอดทำเล เพียง 1 กิโลเมตรถึงเซ็นทรัล พระราม 2 สำหรับในครึ่งปีหลัง (เมษายน – กันยายน 2569) บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าตามแผน เตรียมเปิดโครงการทาวน์โฮมพรีเมียมและบ้านเดี่ยวรวมมูลค่าประมาณ 2,800 ล้านบาท ได้แก่ โกลดีน่า งามวงศ์วาน – ประชาชื่น และ กูธ์เธ่ สาทร
ขณะที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรม อาคารสำนักงานและรีเทลสามารถรักษาระดับอัตราการเช่าได้ที่ 87% แม้อยู่ในสภาวะตลาดมีซัพพลายส่วนเกิน ซึ่งเป็นผลจากจากการยกระดับคุณภาพของอาคารและการสร้างความสัมพันธ์กับผู้เช่าอย่างต่อเนื่อง
ตารางเปรียบเทียบผลการดำเนินงานด้านการเงิน รอบระยะเวลา 6 เดือน (ตุลาคม 2568 – มีนาคม 2569)





