
ECLIPSE® เปิดตัวในไทยพร้อม 3 รสชาติ ได้แก่ องุ่น พีช และเปปเปอร์มินต์ ภายใต้แคมเปญ “Get Fresh After Meal” หรือ “สดชื่นทุกเม็ด เฟรชทุกมื้อ” โดยวางตำแหน่งแบรนด์ให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z ที่ใช้ชีวิตเร็ว ชอบเข้าสังคม และต้องการความมั่นใจในทุกโมเมนต์ ตั้งแต่หลังมื้ออาหารไปจนถึงการพบปะ พูดคุย หรือออกไปทำกิจกรรมต่อทันที
หัวใจของกลยุทธ์นี้เริ่มจากอินไซต์ง่ายๆ แต่คมชัด นั่นคือ “คนไทยรักอาหารรสจัด” ไม่ว่าจะเป็นรสเผ็ด กลิ่นสมุนไพร เครื่องเทศ หรือเมนูที่มีกลิ่นเฉพาะตัว ซึ่งล้วนเป็นเสน่ห์ของวัฒนธรรมอาหารไทย แต่หลังมื้ออาหาร ความกังวลเรื่องลมหายใจอาจกลายเป็นจุดเล็กๆ ที่ทำให้หลายคนไม่มั่นใจในการเริ่มบทสนทนาถัดไป ECLIPSE® จึงเข้ามาจับจังหวะนี้ ด้วยการทำให้การหยิบลูกอมมินต์หลังมื้ออาหารกลายเป็น “รีเซ็ตโมเมนต์” ที่ง่าย รวดเร็ว และเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ประจำวัน

ชลิยา จุลโมกข์สุชาโต ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนความต้องการเชิงกลยุทธ์ประจำภูมิภาคเอเชีย Mars Snacking Asia สะท้อนมุมมองสำคัญว่า
วัฒนธรรมของประเทศไทยถูกนิยามด้วยไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่งและการเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน ผู้คนใช้เวลาไปกับการพบปะ พูดคุย และเข้าสังคมอยู่เสมอ อินไซต์นี้จึงเป็นหัวใจของกลยุทธ์ ECLIPSE® ที่ไม่ได้ต้องการเป็นเพียงลูกอมมินต์เพื่อความสดชื่นของลมหายใจ แต่เป็นการ “รีเซ็ต” อย่างรวดเร็ว เพื่อเสริมความมั่นใจในช่วงเวลาสำคัญหลังมื้ออาหาร
มองในเชิงตลาด ประเทศไทยถือเป็นตลาดที่ Mars Snacking Asia เห็นโอกาสชัดเจน เพราะแม้ตลาดมินต์ในไทยจะมีมูลค่าราว 7,000 กว่าล้านบาท และยังเติบโตต่อเนื่อง แต่การเข้าถึงของผู้บริโภคยังค่อนข้างกระจุกอยู่ในกรุงเทพฯ และกลุ่มรายได้สูง ขณะที่ Penetration โดยรวมยังต่ำ นั่นหมายความว่ายังมีพื้นที่ให้แบรนด์ใหม่เข้ามาขยายตลาด สร้างความคึกคัก และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้หลากหลายขึ้น
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ ตลาดขนมขบเคี้ยวในไทยยังมีแรงส่งที่ดี แม้อยู่ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย โดยข้อมูลจากบทสัมภาษณ์ระบุว่า ตลาดขนมขบเคี้ยวเติบโตต่อเนื่อง เฉลี่ยราว 10% ในหลายปีที่ผ่านมา และปีล่าสุดเติบโตราว 7% ขณะที่หมวด Mint ในปี 2025 คาดว่าจะเติบโตประมาณ 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมี CAGR ปี 2023–2029 ราว 5%
สิ่งที่ทำให้เกมของ ECLIPSE® น่าจับตา คือการไม่มองลูกอมมินต์เป็นสินค้า Functional เพียงอย่างเดียว แต่เข้าใจว่า “ขนมขบเคี้ยว” ในวันนี้ผูกกับ Emotional Need ของผู้บริโภคมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลา Me Time ความต้องการผ่อนคลายจากความเครียด หรือการเติมความมั่นใจให้ตัวเองในแต่ละวัน ขณะเดียวกัน เทรนด์สุขภาพและการลดความหวานยังเป็นปัจจัยสำคัญ ทำให้การเปิดตัว ECLIPSE® ในฐานะผลิตภัณฑ์ Sugar Free กลายเป็นจุดแข็งที่สอดคล้องกับทิศทางผู้บริโภคยุคใหม่

การสื่อสารแบรนด์ครั้งนี้ยังเลือกใช้ “เบ็คกี้–รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง” เป็นไอคอนของ Gen Z เพื่อสะท้อนภาพคนรุ่นใหม่ที่มั่นใจ เป็นตัวเอง และพร้อมเข้าสังคมในทุกสถานการณ์ โดยเบ็คกี้เล่าว่า สำหรับเธอ ความมั่นใจคือการกล้าเป็นตัวเองในทุกโมเมนต์ และการรู้สึกสดชื่น โดยเฉพาะหลังมื้ออาหาร เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้พร้อมพูดคุย พบปะผู้คน หรือขึ้นเวทีได้อย่างเต็มพลัง
ในเชิงกลยุทธ์ ECLIPSE® ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเปิดตัวสินค้า แต่เดินเกมแบบครบวงจร ทั้งการสร้าง Product Experience ผ่านอีเวนต์ “Journey to a Fresh Finish” ที่ TCDC ไปรษณีย์กลางบางรัก การใช้ Pop-Up Experience ให้ผู้บริโภคสัมผัสแบรนด์ด้วยตัวเอง การร่วมมือกับ KOLs และอินฟลูเอนเซอร์สายไลฟ์สไตล์ รวมถึงการขยายช่องทางจำหน่ายผ่าน 7-Eleven ทั่วประเทศ เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ Mars Snacking Asia ยังมองการขยายช่องทางในอนาคตให้ไกลกว่า Convenience Store ไปสู่ General Trade เพื่อไม่ให้ตลาดกระจุกตัว และช่วยให้ผลิตภัณฑ์เข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขึ้น สะท้อนแนวทางที่ไม่ได้ต้องการเพียงสร้างการรับรู้ช่วงเปิดตัว แต่ต้องการวาง ECLIPSE® ให้เป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมหลังมื้ออาหารในระยะยาว

ภาพรวมของการเปิดตัว ECLIPSE® ในไทย จึงเป็นมากกว่าการเพิ่มแบรนด์ใหม่ในชั้นวางลูกอมมินต์ แต่คือการอ่านเกมผู้บริโภคไทยผ่าน 3 เลเยอร์สำคัญ ได้แก่ วัฒนธรรมอาหารรสจัด ไลฟ์สไตล์การเข้าสังคม และความต้องการดูแลตัวเองแบบง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน
เมื่อ “ความสดชื่น” ถูกยกระดับจากเรื่องลมหายใจให้กลายเป็น “ความพร้อม” และ “ความมั่นใจ” ECLIPSE® จึงกำลังเปิดพื้นที่ใหม่ให้ตลาดมินต์ในไทย จากสินค้าที่เคยถูกมองว่าเป็นของใช้หลังอาหาร สู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่อยู่ในจังหวะสำคัญของคนรุ่นใหม่ทุกวัน



