
ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่ระดับ 32.28 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.43 บาทต่อดอลลาร์ หลังเงินบาททยอยแข็งค่ากลับเข้าสู่โซนแนวรับ 32.20-32.30 บาทต่อดอลลาร์ โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 32.23-32.45 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงคืนที่ผ่านมา
พูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย ระบุว่า แรงหนุนหลักของเงินบาทมาจากจังหวะอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ และการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาทองคำ ซึ่งกลับขึ้นเหนือระดับ 4,750 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง โดยมองว่าเป็นการปรับสถานะของนักลงทุนก่อนรับรู้ปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ และการประชุมสุดยอดผู้นำระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดการเงินยังอยู่ในภาวะระมัดระวังสูง จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยังไม่มีความชัดเจน หลังผู้นำสหรัฐฯ ปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงจากอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบยังแกว่งตัวในระดับสูง และเพิ่มแรงกดดันต่อบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก
ในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ นักลงทุนยังคงระมัดระวัง แต่ดัชนีหลักยังได้รับแรงหนุนบางส่วนจากหุ้นกลุ่ม AI และ Semiconductor รวมถึงหุ้นพลังงานที่ปรับขึ้นตามราคาน้ำมัน ส่งผลให้ดัชนี S&P500 ปิดบวก 0.19% และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.10% ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรป STOXX600 ปรับขึ้น 0.11% แม้เผชิญแรงขายในหุ้นแบรนด์เนมอย่าง LVMH จากความกังวลเรื่องอุปสงค์สินค้าแบรนด์เนมที่ยังเปราะบาง
ด้านตลาดบอนด์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับขึ้นเข้าใกล้ระดับ 4.41% อีกครั้ง สะท้อนความกังวลของตลาดต่อแนวโน้มเงินเฟ้อสหรัฐฯ และทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ FED โดยล่าสุดตลาดให้โอกาสราว 27% ที่ FED อาจขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้
สำหรับทิศทางเงินบาทในระยะสั้น กรุงไทยประเมินว่าเงินบาทยังมีความเสี่ยงแบบ Two-Way Risk หรือพร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งแข็งค่าและอ่อนค่า ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ตะวันออกกลาง ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และการประเมินทิศทางดอกเบี้ยของ FED
แม้เงินบาทจะกลับมาแข็งค่าจากแรงหนุนของราคาทองคำและดอลลาร์ที่อ่อนลง แต่การแข็งค่าอาจเริ่มจำกัด โดยแนวรับสำคัญอยู่บริเวณ 32.20 บาทต่อดอลลาร์ และแนวรับถัดไปที่ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ หากเงินบาทแข็งค่าระหว่างวัน ขณะที่ฝั่งอ่อนค่า เงินบาทมีแนวต้านที่ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ และแนวต้านถัดไปในช่วง 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์
กรุงไทยมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้าไว้ที่ 32.20-32.50 บาทต่อดอลลาร์ พร้อมแนะนำให้ผู้เล่นในตลาดใช้กลยุทธ์บริหารความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะเครื่องมือ Options เพื่อรับมือกับความผันผวนที่ยังสูงกว่าปกติในตลาดการเงินโลก
ค่าเงินบาทเปิดเช้าแข็งค่าที่ 32.28 บาทต่อดอลลาร์ แต่ยังไม่ใช่สัญญาณว่าตลาดกลับมานิ่ง เพราะปัจจัยเสี่ยงยังรออยู่หลายด้าน ทั้งเงินเฟ้อสหรัฐฯ ทิศทางดอกเบี้ย FED การประชุม Trump-Xi และสถานการณ์ตะวันออกกลาง ทำให้เงินบาทยังมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบกว้างระยะสั้น




