
บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ NEO ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปี2569 แข็งแกร่ง ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังเผชิญความท้าทาย โดยมียอดขาย 2,757 ล้านบาท เติบโต 6.5% YoY พร้อมสร้างการเติบโตทางมูลค่าตลาด 16.6% สูงกว่าตลาดFMCG โดยรวมที่ขยายตัวเพียง 2.0%[1] สะท้อนศักยภาพการปรับตัวอย่างรวดเร็ว การเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคเชิงลึก และการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ตลาดได้อย่างแม่นยำ ภายใต้ 2 กลยุทธ์หลัก “ปั้นพอร์ตแกร่ง” และ “ยกระดับช่องทางการจัดจำหน่าย”เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

นายสุทธิเดช ถกลศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ในไตรมาสแรกของปี 2569 แม้เศรษฐกิจโลกและภูมิภาคยังเผชิญความท้าทาย ทั้งจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะเงินเฟ้อ และความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ส่งผลต่อต้นทุนและกำลังซื้อผู้บริโภค แต่ NEO ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง จากการศึกษาพฤติกรรมและถอดรหัส ‘Unmet Needs’ ของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาพัฒนาเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ในชีวิตประจำวัน ควบคู่กับการขยายช่องทางจัดจำหน่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น”
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 NEO มียอดขายรวม 2,757 ล้านบาท เติบโต6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) พร้อมสร้างการเติบโตทางมูลค่าตลาด16.6% สูงกว่าภาพรวมตลาด FMCG ถึง 8 เท่า โดยยอดขายได้รับแรงหนุนจากการเติบโตในหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือนที่เติบโต 23.1% YoYและกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลที่เติบโต 8.7% YoY ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (GP Margin) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 37.9% เพิ่มขึ้น 2% (200 Basis Points) จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) จากการบริหารต้นทุนการผลิตต่อหน่วยอย่างมีประสิทธิภาพ
โตเหนือกว่าตลาด เดินหน้าขยายส่วนแบ่งในหลายเซกเมนต์
NEO ยังคงขยายส่วนแบ่งตลาดได้อย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่งในไตรมาสแรกของปี 2569โดยมีผลงานที่โดดเด่นในหลายหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์

เดินเกมนวัตกรรมเชิงรุก เปิดตัวสินค้าใหม่ที่โดนใจผู้บริโภค
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตในไตรมาสนี้ คือกลยุทธ์เชิงรุกในการเปิดตัวสินค้าใหม่ (NPD : New Product Development) ที่โดนใจผู้บริโภค เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันตั้งแต่ต้นปี และเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตผลิตภัณฑ์ตลอดปี 2569
เสริมความยืดหยุ่นซัพพลายเชน เดินเกมบริหารต้นทุนรอบด้าน
ท่ามกลางความท้าทายด้านเศรษฐกิจและต้นทุนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง NEO ได้ปรับกลยุทธ์การบริหารจัดการในด้านต่าง ๆ อย่างรอบคอบ ไม่ว่าจะเป็น
ขยายศักยภาพการเติบโต รองรับตลาดในและต่างประเทศ
NEO ยังคงมุ่งขยายโอกาสการเติบโตในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศเวียดนาม ซึ่งประสบความสำเร็จจากการใช้แพลตฟอร์ม TikTok Shop การทำLive Streaming และ Affiliate Marketing ส่งผลให้ยอดขายออนไลน์ของ D-nee ในเวียดนามเติบโตสูงกว่าเป้าหมายกว่า 2 เท่า สะท้อนศักยภาพของ Social Commerce ในตลาดต่างประเทศ โดยบริษัทมีแผนนำผลิตภัณฑ์ BeNice เข้าสู่ตลาดเวียดนามเพิ่มเติมในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
ขณะเดียวกัน โครงการขยายโรงงานกลุ่ม Household เฟส 1 มีความคืบหน้าแล้วกว่า 90% และคาดว่าโรงงานจะพร้อมเริ่มเปิดใช้ดำเนินการได้ภายในไตรมาส 4 ของปีนี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตได้ประมาณ 11% เมื่อเทียบกับปีก่อน รองรับการเติบโตทั้งในประเทศและต่างประเทศในอนาคต
กลยุทธ์ 'ปั้นพอร์ตแกร่ง ยกระดับช่องทางการจัดจำหน่าย' ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน
สำหรับปี 2569 NEO ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ “ปั้นพอร์ตแกร่ง” (Strengthening Portfolio) ผ่านการพัฒนานวัตกรรมสินค้าใหม่ที่สอดรับกับเทรนด์ Wellness & Longevity การปรับปรุงสินค้าเดิมให้ทันสมัย รวมถึงการบุกเบิกหมวดหมู่ใหม่ที่ยังไม่มีผู้เล่นตอบโจทย์ได้อย่างชัดเจน (Unmet Needs) เพื่อสร้างพอร์ตผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่ง ยืดหยุ่น และครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายในทุกช่วงวัย
พร้อมกันนี้ บริษัทยังเดินหน้ากลยุทธ์ “ยกระดับช่องทางการจัดจำหน่าย” (Scaling Up Distribution Channels) เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงผู้บริโภคผ่านช่องทางที่หลากหลาย ทั้ง Modern Trade, E-commerce, Social Commerce รวมถึงการขยายตลาดสู่ระดับภูมิภาคและต่างประเทศ
“NEO ไม่ได้มุ่งเพียงการเติบโตทางธุรกิจ แต่ต้องการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้ผู้บริโภคในทุกวัน เราจะเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมที่เข้าใจผู้คน ขยายการเข้าถึงผู้บริโภคในทุกช่องทาง และสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคอย่างยั่งยืน” นายสุทธิเดช กล่าวสรุป
ติดตามข้อมูลข่าวสารของ นีโอ คอร์ปอเรท ได้ที่ website https://neo-corporate.com/ หรือที่เฟซบุ๊ก NEO Corporate https://www.facebook.com/NEOCorporate และที่TikTok: NEO CARE





