บลูบิค Q1/69 โตแกร่งกวาดรายได้ 371 ลบ. กำไร 81 ลบ. มั่นใจผลประกอบการทั้งปีโตตามเป้า 20% สวนทางเศรษฐกิจหดตัว
13 May 2026

 

บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK ที่ปรึกษาชั้นนำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันระดับองค์กร (Digital Enterprise Transformation) เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ในขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 371 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% (YoY) ท่ามกลางปัจจัยลบและความท้าทายทางเศรษฐกิจที่เกิดจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลก สะท้อนให้เห็นถึงขีดความสามารถในการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และการบริหารจัดการภายในที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น หลังการปรับโครงสร้างองค์กรในปีที่ผ่านมา รวมถึงความต้องการด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง เพื่อรองรับโมเดลธุรกิจและเทคโนโลยีใหม่ ๆ

 

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ที่ผ่านมา เป็นผลจาก Seasonal Effect ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านงบประมาณประจำปีขององค์กรลูกค้าและการเริ่มต้นดำเนินโครงการใหม่ อีกทั้งเป็นช่วงวางแผนงานและการเข้าประมูลโครงการขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าผลประกอบการในภาพรวมของปีนี้จะเติบโตตามเป้าหมาย 20% สะท้อนผ่านมูลค่าสัญญาการให้บริการคงเหลือของกลุ่มบริษัทฯ (Backlog) ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 ที่อยู่ในระดับแข็งแกร่งถึง 1,136 ล้านบาท (รวมแบ็กล็อกของกิจการร่วมทุน) ซึ่งคาดว่าจะรับรู้รายได้ 875 ล้านบาท ภายในปีนี้ ประกอบด้วยรายได้จากบริษัทแม่และบริษัทย่อยจำนวน 542 ล้านบาท และจากกิจการร่วมทุนจำนวน 333 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ในปี 2570 – 2573

 

นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกเป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยเฉพาะการรักษาระดับการเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในส่วนของภาพรวมที่เหลือของปี สภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความเปราะบางและผันผวน ส่งผลให้ภาคธุรกิจมุ่งเน้นการลงทุนที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กระบวนการทำงาน สนับสนุนการเติบโตในอนาคต ตลอดจนค้นหาวิธีเพื่อลดต้นทุนจากการปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้วยเหตุนี้ การลงทุนด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันจึงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ภาคธุรกิจต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องแน่นอน

 

“การสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่แข็งแกร่ง (Robust Digital Ecosystem) ภายใต้การจัดสรรงบประมาณด้านเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด (Digital Investment Optimization) จะเป็นหมุดหมายสำคัญขององค์กรยุคใหม่ ซึ่งการจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้นั้น ธุรกิจต้องสามารถเชื่อมโยงระบบภายในและภายนอก รวมถึงเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมได้แบบไร้รอยต่อ ปลอดภัย และยืดหยุ่น ซึ่งความซับซ้อนในระดับยุทธศาสตร์นี้จะเป็นปัจจัยบวกต่อบลูบิค ซึ่งเป็นบริษัทไทยแห่งเดียวที่มีโมเดลธุรกิจแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งบริการที่ปรึกษาด้านธุรกิจและการวางระบบอย่างมีกลยุทธ์ (Strategic Implementor) ที่มีกำลังพลมากพอสำหรับรองรับการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่และต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อาทิ AI Transformation, การยกระดับระบบเดิมให้ทันสมัยและย้ายฐานข้อมูลสู่ระบบคลาวด์ (App & System Modernization / Cloud Migration), การออกแบบสถาปัตยกรรมและวางโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล และการพัฒนา Super App” นายพชร กล่าว

 

นอกจากนี้ บริษัทฯ ระบุว่า ปัจจัยที่เป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตปีนี้ ยังมีรากฐานสำคัญมาจากระบบการบริหารจัดการภายในขององค์กรที่คล่องตัวขึ้น และการเปิดตัว บริษัท บลูบิค ดิจิทัล จำกัด ที่ให้ความสำคัญประสิทธิภาพผ่านรูปแบบการทำงานแบบรวมศูนย์ (Centralization) เพิ่มขีดความสามารถในการวิจัยและพัฒนา (Research & Development) รวมถึงการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทำให้สามารถส่งมอบบริการที่สร้างมูลค่าทางธุรกิจภายใต้กรอบเวลาที่กำหนดให้แก่องค์กรลูกค้า

 

ปัจจุบันกลุ่มบลูบิคมีผู้เชี่ยวชาญรวมกว่า 1,000 ราย โดยกว่าครึ่งเป็นบุคลากรภายใต้ บลูบิค ดิจิทัล และมีแผนขยายทีมเพิ่มขึ้นอีก 10% ภายในปีนี้ ควบคู่กับการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานผ่านการ Upskill และ Reskill พนักงาน ตั้งเป้าเพิ่ม Staff Utilization Rate จากเดิม 60% เป็น 70% ในปีนี้ เพื่อรองรับโครงการขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนสูง และความต้องการของตลาดในและต่างประเทศจากเดิมที่มีข้อจำกัดด้านกำลังพลในปีที่ผ่านมา

 

“ล่าสุด บริษัทฯ มีการแต่งตั้งผู้บริหารตำแหน่ง Chief Partner Officer ดังนั้นการทำงานร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจในปีนี้จะมีความเข้มข้นมากขึ้น เพื่อบรรลุเป้าหมายการเป็น Strategic Tech Enabler ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันใหม่ ๆ ที่จะช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) และขยายฐานสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ รวมถึงการขยายตัวผ่านกลยุทธ์การควบรวมกิจการ (Mergers and Acquisitions หรือ M&A) หรือกิจการร่วมค้า (Joint Venture หรือ JV) เพื่อสร้างฐานรายได้ที่แข็งแกร่งและเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจในระยะยาว” นายพชร กล่าวปิดท้าย

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทฯ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ Website: www.bluebik.com หรือติดตามข่าวสารผ่านทางโซเชียลมีเดียได้ที่ Facebook Page: Bluebik Group และ LinkedIn: Bluebik Group

 

[อ่าน 56]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
SYNNEX คว้า 2 รางวัล APAC ในงาน “Now Is Your Spark: HUAWEI Innovative Product Launch 2026”
นับถอยหลัง "Bangkok Pride Festival 2026" ธงไพรด์ยาวกว่า 500 เมตร เตรียมโบกสะบัด! ย้อมถนนสีลมเป็นสีรุ้ง
"เมก้า วีแคร์" จับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ชูแคมเปญ “LingOrm x MEGA We care” ส่งต่อสุขภาพที่เข้าถึงง่าย
SAK เผยผล Q1/69 กำไร 229 ลบ. พอร์ตสินเชื่อแตะ 14,265 ล้านบาท ชูกลยุทธ์เติบโตเชิงคุณภาพ
SABINA เผย Q1/69 รายได้รวม 769.2 ล้านบาท ยอดขายช่องทาง OEM พุ่ง 52% ดันกำไรสุทธิ 103 ล้านบาท
ALLY ขยาย Solar Rooftop ครอบคลุม 12 โครงการ ลดต้นทุนพลังงาน-ลดคาร์บอน หนุนธุรกิจยั่งยืน
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved