โฮมโปร คว้าอันดับ Top 5% โลก ด้านความยั่งยืนปี 2026 จาก S&P Global
13 May 2026

 

บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ "โฮมโปร" ผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าและบริการเรื่องบ้านของไทย สร้างความภาคภูมิใจให้วงการธุรกิจไทย หลังได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่ม Top 5% ของโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมค้าปลีก จากการประเมินโดย S&P Global Corporate Sustainability Assessment และได้รับคัดเลือกอยู่ใน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 สะท้อนศักยภาพขององค์กรไทยในการยกระดับการดำเนินธุรกิจสู่มาตรฐานความยั่งยืนระดับสากลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว

 

พร้อมกันนี้ โฮมโปรยังได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืน Dow Jones Best-in-Class Indices (DJBIC) ประเภท กลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ตอกย้ำความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบ ESG ที่บูรณาการอย่างเป็นระบบในทุกมิติขององค์กร

 

 

ขับเคลื่อน ESG สู่ “Core Business Strategy”

โฮมโปรวาง ESG เป็นแกนหลักของยุทธศาสตร์และกรอบการตัดสินใจทางธุรกิจ โดยผสานแนวคิดความยั่งยืนอย่างเป็นระบบเข้ากับทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่การพัฒนาสินค้า การบริหารซัพพลายเชน ไปจนถึงการส่งมอบประสบการณ์ให้ลูกค้า ภายใต้เป้าหมาย “We Make a Better Living”

 

ในมิติด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) โฮมโปรขับเคลื่อนโมเดลธุรกิจตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการพัฒนาสินค้ากลุ่ม ECO Product, ECO Choice และ Circular Products หรือสินค้ารักษ์โลกที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล รวมถึงโครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” ที่นำเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่ากลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกวิธี ช่วยลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งมีการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนผ่านการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) ในสาขาและศูนย์กระจายสินค้า รวมถึงการนำรถบรรทุกEV มาใช้ในกระบวนการขนส่ง เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ สอดรับกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050

 

ในมิติด้านสังคม (Social) โฮมโปรมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มตลอดห่วงโซ่คุณค่า ทั้งพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า และชุมชน โดยเริ่มจากการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย ส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสในการเติบโตอย่างมั่นคงในสายอาชีพ ขณะเดียวกันเดินหน้าพัฒนาสินค้าและบริการที่ครอบคลุมทุกเรื่องบ้านแบบครบวงจร เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของลูกค้าในระยะยาว

 

ในมิติด้านธรรมาภิบาล (Governance) โฮมโปรดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ด้วยความโปร่งใสและมีความรับผิดชอบ โดยให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง การต่อต้านคอร์รัปชัน และการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างมีจริยธรรม ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรองรับการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน

 

 

การประเมินของ S&P Global ในปีที่ผ่านมา ครอบคลุมบริษัทชั้นนำกว่า 9,200 แห่งทั่วโลก โดยการที่โฮมโปรก้าวขึ้นมาอยู่ในกลุ่ม Top 5% ของโลก และคงสถานะสมาชิก DJBIC (เดิมชื่อ Dow Jones Sustainability Indices - DJSI) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 สะท้อนถึงการบูรณาการแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจอย่างแท้จริง ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ และเป็นเครื่องหมายยืนยันบทบาทโฮมโปร ที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมีคุณภาพภายใต้เป้าหมาย “We Make a Better Living”

 

โฮมโปรเชื่อว่า “ความยั่งยืนเป็นแนวทางที่องค์กรยึดถือในการดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง และความสำเร็จในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ แต่เป็นบทพิสูจน์ว่าองค์กรได้ดำเนินกลยุทธ์มาถูกทาง ทั้งในด้านสร้างการเติบโตที่มั่นคงควบคู่กับการส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน โฮมโปรเชื่อว่าธุรกิจที่ยั่งยืน คือธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และความสำเร็จในวันนี้จะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้องค์กรเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยความมุ่งมั่นมากยิ่งขึ้น”

 

“การได้รับการยอมรับในระดับโลกอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความตั้งใจและความสม่ำเสมอของโฮมโปรในการสร้างการเติบโตที่สมดุลระหว่างธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยโฮมโปรยังเดินหน้าดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้าง Better Environment, Better Society และ Better Business พร้อมส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับทุกคนอย่างยั่งยืน และก้าวสู่การเป็นแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างผู้คนในทุกช่วงชีวิต ในฐานะ Home Lifetime Companion เพื่อร่วมสร้าง Better Living อย่างยั่งยืนในระยะยาว”

 

[อ่าน 39]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“การ์มิน" เปิดตัว Forerunner 70 และ Forerunner 170 ผสานฟีเจอร์ครบครันเพื่อการวิ่ง สุขภาพ และไลฟ์สไตล์
HONOR 600 Series เขย่าตลาดเรือธง ปลดล็อกพลัง AI Image to Video 2.0 พลิกทุกภาพนิ่งให้มีชีวิต เตรียมเปิดราคา 20 พ.ค.นี้
"UBE ชูระบบ Multi-feed รับมือต้นทุนการผลิต โชว์ผลงาน Q1/69 รายได้ 1,164.7 ล้านบาท ฟื้นตัวต่อเนื่อง
EV Station PluZ จับมือ เมืองพัทยา ขยายโครงสร้างพื้นฐาน EV ชูเทคโนโลยี Quick Charge ตอบโจทย์การท่องเที่ยวสีเขียว
AIS 3BB Fibre3 เปิดตัว SMART CLOUD PAD แท็บเล็ตตัวจบ 9,999 บาท เติมเต็ม Smart Living ครบวงจร
Happitat ชวนคนกรุงเทพ สัมผัสเทศกาลปิคนิกกลางผืนป่า ผ่าน “The Field Society” ก่อน Grand Celebration ยิ่งใหญ่ในไตรมาส 3 นี้
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved