
ทั้งสองโครงการถูกวางให้เป็นมากกว่าพื้นที่ค้าปลีก แต่เป็น “Lifestyle Ecosystem” หรือระบบนิเวศของการใช้ชีวิต ที่รวมร้านอาหาร คาเฟ่ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้า และบริการด้านไลฟ์สไตล์ไว้ในพื้นที่เดียวกัน รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาทั้งความสะดวก คุณภาพ และประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์

สำหรับ “POP Phuket” มูลค่าการลงทุนกว่า 300 ล้านบาท ตั้งอยู่ในย่านเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต บนพื้นที่โครงการรวม 5,490 ตารางเมตร ภายใต้แนวคิด “Playful Destination” ที่นำแรงบันดาลใจจากศิลปะแบบ POP ART มาใช้ในการออกแบบ สร้างบรรยากาศสนุก ทันสมัย และเป็นกันเอง
ทำเลเชิงทะเลถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เติบโตเร็วที่สุดของภูเก็ต จากการขยายตัวของโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรีกว่า 20,000 ยูนิต และมีอัตราเติบโตสูงถึง 18.8% ต่อปี ขณะที่ภูเก็ตยังคงเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก มีนักท่องเที่ยวกว่า 14.1 ล้านคนต่อปี และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวราว 540,000–550,000 ล้านบาทต่อปี

พงศ์ ศกุนตนาค กรรมการผู้จัดการใหญ่ เซ็นทรัล แลนด์ แอนด์ ดีเวลลอปเมนท์ กลุ่มเซ็นทรัล ระบุว่า ภูเก็ตยังเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ โดยเฉพาะย่านเชิงทะเลฝั่งตะวันตก ซึ่งมีสัดส่วนผู้อยู่อาศัยเป็นชาวต่างชาติสูงถึง 80% ทำให้ POP Phuket ถูกพัฒนาให้เป็น “Life Ecosystem” ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ระดับบน ทั้งด้านไดนิ่ง คาเฟ่ และบริการที่มีความเฉพาะตัวสูง
หัวใจของ POP Phuket อยู่ที่กลยุทธ์ “P-O-P” ได้แก่ Playful Design งานออกแบบที่สนุกและโดดเด่น, Open พื้นที่เปิดกว้าง เดินสบาย เข้าถึงง่าย และ People การออกแบบพื้นที่ให้ผู้คนได้พบปะ ใช้เวลาร่วมกัน และเชื่อมโยงกับชุมชนรอบข้าง

พื้นที่กว่า 60% ของโครงการถูกจัดสรรให้เป็นโซนอาหารและเครื่องดื่ม ครอบคลุมร้านอาหาร คาเฟ่ และ Tops ในรูปแบบ Fine Food พร้อมร้านแม่เหล็กอย่าง Aquila, Campus Coffee Roasters และ Spice House ส่วนอีก 40% เป็นร้านค้าและบริการไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม ทั้งสเปเชียลตี้สโตร์ สปา และความงาม
โครงการนี้ยังถือเป็นคอมมูนิตี้มอลล์แห่งที่ 2 ของกลุ่มเซ็นทรัลในย่านเชิงทะเล ต่อจาก Porto de Phuket ที่เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2562 โดย POP Phuket ตั้งอยู่ใกล้หาดบางเทา ภายในโครงการ The Standard Residences Phuket Bangtao ใกล้ Porto de Phuket เพียง 5 นาที และ Boat Lagoon เพียง 3 นาที รองรับที่จอดรถ 146 คัน ตั้งเป้าดึงผู้ใช้บริการมากกว่า 1 ล้านคนต่อปี และมีกำหนดเปิดภายในปี 2569

อีกหนึ่งโครงการสำคัญคือ “Tops Wongamat” ย่านวงศ์อมาตย์ พัทยา มูลค่าการลงทุนกว่า 430 ล้านบาท บนพื้นที่โครงการรวม 4,711 ตารางเมตร พัฒนาภายใต้แนวคิด “Premium Neighborhood Lifestyle Mall” หรือโอเพนมอลล์ระดับพรีเมียมที่อยู่ใกล้ชุมชน โรงแรม และที่พักอาศัยระดับบน
วงศ์อมาตย์ถือเป็น Prime Area ของพัทยา รายล้อมด้วยโรงแรมระดับ 4-5 ดาว และคอนโดมิเนียมหรู ขณะที่จังหวัดชลบุรีมีนักท่องเที่ยวราว 19-22 ล้านคนต่อปี สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวประมาณ 220,000 ล้านบาทต่อปี จึงเป็นอีกทำเลที่กลุ่มเซ็นทรัลมองเห็นโอกาสในการเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวและผู้พักอาศัยกำลังซื้อสูง
Tops Wongamat เป็นความร่วมมือระหว่างกลุ่มเซ็นทรัลและโรงแรมเซ็นทารา โดยอยู่ใกล้ Centara Grand Mirage Beach Resort Pattaya และ Cosi Pattaya Wong Amat Beach ซึ่งเป็นฐานลูกค้านักท่องเที่ยวคุณภาพสูงในพื้นที่
โครงการถูกออกแบบเป็น Neighborhood Lifestyle Open Mall ชั้นเดียว โดยจัดสรรพื้นที่มากกว่า 80% ให้เป็นโซนอาหาร คาเฟ่ และซูเปอร์มาร์เก็ต เช่น บ้านปูไข่ดอง, SOL Coffee, Ah Ma Shou Zuo และ Relax Place ส่วนอีก 20% เป็นร้านค้าและบริการไลฟ์สไตล์แบบ curated mix ทั้งร้านสเปเชียลตี้ สปา และความงาม พร้อมที่จอดรถ 100 คัน และมีกำหนดเปิดให้บริการภายในปี 2569

การเปิดตัว POP Phuket และ Tops Wongamat สะท้อนภาพชัดว่า กลุ่มเซ็นทรัลไม่ได้มองคอมมูนิตี้มอลล์เป็นเพียงพื้นที่เชิงพาณิชย์ แต่กำลังออกแบบ “จุดหมายปลายทางใหม่” ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้คนในทำเลท่องเที่ยวระดับพรีเมียม
โดยเฉพาะในภูเก็ตและพัทยา เมืองที่ไม่ได้มีเพียงนักท่องเที่ยวระยะสั้น แต่ยังมีกลุ่ม Expat ผู้พักอาศัยระยะยาว ครอบครัวระดับบน และนักเดินทางคุณภาพที่ต้องการพื้นที่กิน ดื่ม ช้อป และใช้เวลาในบรรยากาศที่แตกต่าง

จึงไม่น่าแปลกที่อาหาร คาเฟ่ และซูเปอร์มาร์เก็ตพรีเมียมจะถูกวางเป็น “แม่เหล็กหลัก” ของทั้งสองโครงการ เพราะในยุคนี้ การเลือกศูนย์การค้าไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า “จะซื้ออะไร” เสมอไป แต่อาจเริ่มจากคำถามง่ายๆ ว่า “วันนี้จะไปใช้ชีวิตที่ไหนดี”


และนั่นคือโจทย์ใหญ่ที่ POP Phuket และ Tops Wongamat กำลังเข้ามาตอบ ในฐานะพื้นที่ใหม่ที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ และการใช้ชีวิตระดับพรีเมียมเข้าไว้ด้วยกันอย่างครบวงจร





