
กลุ่มบริษัทเอมิเรตส์เผยผลประกอบการประจำปี 2025-2026 สร้างสถิติสูงสุดใหม่ทั้งด้านผลกำไร รายได้ และสถานะเงินสด ท่ามกลางความท้าทายและความผันผวนที่เกิดขึ้นในช่วงท้ายของปีงบประมาณ
สำหรับปีงบประมาณสิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 กลุ่มบริษัทเอมิเรตส์สร้างสถิติผลประกอบการสูงสุดใหม่ในหลายด้าน
สายการบินเอมิเรตส์ยังคงครองตำแหน่งสายการบินที่ทำกำไรสูงที่สุดในโลก พร้อมสร้างสถิติสูงสุดใหม่ทั้งด้านกำไร รายได้ และสถานะเงินสด ได้แก่


ชีค อาห์เหม็ด บิน ซาอีด อัล มักตูม ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเอมิเรตส์และ กลุ่มบริษัทเอมิเรตส์ กล่าวว่า “แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างมีนัยสำคัญในช่วงเดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ แต่ผลประกอบการที่แข็งแกร่งในปีนี้ได้ตอกย้ำถึงความมั่นคงและความยืดหยุ่นของโมเดลธุรกิจของกลุ่มบริษัทเอมิเรตส์ ซึ่งตั้งอยู่บนรากฐานของความปลอดภัย ความเป็นเลิศ นวัตกรรม บุคลากร และความร่วมมือกับพันธมิตร”
ในปีงบประมาณ 2025 – 2026 กลุ่มบริษัทเอมิเรตส์ ลงทุนรวม 4.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเครื่องบินรุ่นใหม่ สิ่งอำนวยความสะดวก อุปกรณ์ และเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อรองรับแผนการเติบโตระยะยาวของกลุ่มบริษัท
เอมิเรสต์ เดินหน้าขยายเครือข่ายเส้นทางบินทั่วโลกอย่างต่อเนื่องตลอดปีที่ผ่านมา ด้วยการเปิดให้บริการ 4 จุดหมายปลายทางใหม่ ได้แก่ดานัง (Da Nang), หางโจว (Hangzhou), เสียมราฐ (Siem Reap) และ เซินเจิ้น (Shenzhen) พร้อมเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางเดิมเพื่อตอบสนองต่อความต้องการเดินทางที่เพิ่มสูงขึ้น
ในวันที่ 31 มีนาคม เครือข่ายเส้นทางบินของสายการบินครอบคลุม 152 เมือง ใน 80 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้เอมิเรสต์ ยังขยายความร่วมมือกับพันธมิตรสายการบิน ผ่านข้อตกลง codeshare จำนวน 32 ราย รวมถึงพันธมิตรด้านการเชื่อต่อเที่ยวบิน (interline partners) อีก 117 ราย เพื่อมอบทางเลือกการเดินทางที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยลูกค้าสามารถเชื่อมต่อสู่จุดหมายปลายทางกว่า 1,700 เมือง นอกเหนือจากเครือข่ายของสายการบินเอง
เอมิเรสต์เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งให้กับฝูงบินอย่างต่อเนื่อง ด้วยการรับมอบเครื่องบิน Airbus A350 จำนวน 15 ลำ เพื่อรองรับการนำเสนอผลิตภัณฑ์และประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่แก่ผู้โดยสารมากยิ่งขึ้น รวมถึงห้องโดยสาร Premium Economy Class ที่ได้รับความนิยม และระบบความบันเทิงบนเครื่องบินรุ่นใหม่ล่าสุด
ในวันที่ 31 มีนาคมเอมิเรสต์ มีเครื่องบิน Airbus A350 ให้บริการรวม 19 ลำ ครอบคลุม 21 จุดหมายปลายทางทั่วโลก
เอมิเรสต์ยังคงเดินหน้าลงทุนด้านนวัตกรรมเพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้โดยสารอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา สายการบินได้ประกาศความร่วมมือกับ Starlink เพื่อติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนเครื่องบินทั่วฝูงบิน
ในวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา มีเครื่องบินจำนวน 21 ลำ ที่ได้รับการติดตั้งระบบเชื่อมต่อ Starlink เพื่อมอบประสบการณ์การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตบนเครื่องบินที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นแก่ผู้โดยสาร พร้อมเตรียมขยายการติดตั้งเพิ่มเติมในเครื่องบินลำอื่นต่อไป
ขณะเดียวกัน เอมิเรสต์ยังคงเดินหน้าโครงการปรับปรุงห้องโดยสารบนเครื่องบิน มูลค่า 5พันล้านดอลลาร์สหรัฐอย่างต่อเนื่อง โดยมีเครื่องบินจำนวน 91 ลำ ที่ผ่านการปรับปรุงห้องโดยสารครั้งใหญ่เรียบร้อยแล้ว เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์และประสบการณ์การเดินทางล่าสุดของสายการบิน รวมถึงที่นั่ง Premium Economy ยอดนิยม
นอกจากนี้ เอมิเรสต์ยังเปิดตัว “Accessible and Inclusive Travel Hub” บนเว็บไซต์emirates.com เพื่ออำนวยความสะดวกและสนับสนุนผู้โดยสารที่มีความต้องการด้านการเดินทางที่หลากหลาย รวมถึงเปิดตัวอุปกรณ์ช่วยด้านประสาทสัมผัสและของเล่นเสริมสมาธิ (fidget toys) บนเที่ยวบิน สำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ พร้อมจัดกิจกรรม “travel rehearsals” ณ สนามบินต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อช่วยลดความกังวลในการเดินทางของเด็กออทิสติกและครอบครัว ผ่านการจำลองขั้นตอนการเดินทางก่อนขึ้นเครื่องจริง
Emirates SkyCargo ยังคงสร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งตลอดปีที่ผ่านมา โดยขนส่งสินค้ารวม 2.4 ล้านตันทั่วโลก เพิ่มขึ้น 3% จากปี ที่ผ่านมา โดย แผนกขนส่งสินค้าของสายการบินยังได้ขยายเครือข่ายเส้นทางบินสำหรับเครื่องบินขนส่งสินค้า (freighter network) ครอบคลุม 44 จุดหมายปลายทาง ด้วยการเพิ่มเส้นทางใหม่สู่ กรุงเทพมหานคร (Bangkok), บูดาเปสต์ (Budapest), ลีแยฌ (Liege) และ สนามบินนาริตะ โตเกียว (Tokyo) พร้อมเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางขนส่งสินค้าที่มีอยู่เดิม เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ชีค อาห์เหม็ด บิน ซาอีด อัล มักตูม กล่าวถึงแนวโน้มธุรกิจในปี 2026 - 2027 เพิ่มเติมว่า“ปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจของเรายังคงแข็งแกร่ง โมเดลธุรกิจที่ได้รับการพิสูจน์แล้วของกลุ่มบริษัทเอมิเรตส์ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกับบทบาทของดูไบในฐานะศูนย์กลางสำคัญของการค้า การเดินทาง และเศรษฐกิจโลก ขณะที่ความมุ่งมั่นของเราในการก้าวสู่การเป็นองค์กรที่ดีที่สุดในโลก และการสร้างคุณค่าให้กับผู้คนทั่วโลก ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง”





