"ราช กรุ๊ป" เผยกำไรสุทธิ 1,228 ล้านบาท Q1/69 เดินหน้าพัฒนาธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานพลังงานเพื่อเศรษฐกิจดิจิทัล
14 May 2026

 

บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2569 (1 มกราคม – 31 มีนาคม 2569) รับรู้กำไรจำนวน 1,228 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.7 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2568 ขณะที่ EBITDA หรือ กำไรก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 3,752 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 17.5 ปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของ EBITDA มาจากประสิทธิภาพการบริหารจัดการสินทรัพย์กลุ่มโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลัก กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานลมในออสเตรเลีย และโรงไฟฟ้าพลังน้ำในสปป. ลาว เป็นสำคัญ

 

นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทฯ มุ่งเน้นการบริหารจัดการความมั่นคงด้านเชื้อเพลิงและความพร้อมจ่ายของสินทรัพย์โรงไฟฟ้าเป็นหลัก ซึ่งปรากฏผลเป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมหินกอง โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติสแนปเปอร์ พอยต์ ในออสเตรเลีย โรงไฟฟ้าพลังงานลมในกลุ่มบริษัท ราช-ออสเตรเลีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด สำหรับไตรมาสนี้ บริษัทฯ ยังสามารถสร้างรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยรับรู้เป็นจำนวนเงิน 12,321 ล้านบาท โดยกลุ่มโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลักสามารถสร้างรายได้ เป็นจำนวน 10,476 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 85 ของรายได้รวม ส่วนรายได้จากกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน เป็นจำนวน 1,292 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 10.5 ของรายได้รวม ซึ่งสะท้อนความก้าวหน้าในการสร้างพอร์ตการลงทุนสู่ธุรกิจพลังงานคาร์บอนต่ำที่ถือเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพสามารถสร้างการเติบโตของบริษัทฯ ในระยะยาว

 

“ในปีนี้ บริษัทฯ ได้มุ่งผลักดันการพัฒนาธุรกิจใหม่ในพื้นที่โรงไฟฟ้าราชบุรีที่กำลังสิ้นสุดสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยจะหาแนวทางการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานของโรงไฟฟ้าให้เกิดมูลค่าสูงสุด ทั้งนี้ บริษัทฯ พิจารณาแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้ารูปแบบใหม่ เป็นโอกาสสำหรับบริษัทฯ ที่จะต่อยอดศักยภาพจากธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงานที่มีอยู่เดิมสู่การเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานแบบครบวงจรสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัล โดยครอบคลุมทั้งด้านพลังงาน น้ำ และระบบสาธารณูปโภคที่มีความมั่นคงสูง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ศึกษาและติดตามแนวโน้มและรูปแบบความต้องการพลังงานในอนาคตที่จะใช้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ อาทิ ศูนย์อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ ระบบการกักเก็บพลังงาน รูปแบบการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตไฟฟ้ากับผู้ใช้ไฟฟ้า เชื้อเพลิงในอนาคต เป็นต้น ขณะเดียวกันบริษัทฯ ก็ยังคงเน้นการบริหารสินทรัพย์เดิมให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยเพื่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสำหรับผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง” นายนิทัศน์ กล่าว

 

สำหรับฐานะการเงินของบริษัทฯ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มีสินทรัพย์รวมจำนวน 239,183 ล้านบาท หนี้สินรวมจำนวน 125,660 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 113,523 ล้านบาท โดยบริษัทฯ มีศักยภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งสะท้อนจากอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน 1.11 เท่า และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นร้อยละ 10.90

 

[อ่าน 302]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“สเตลล่า โอโซน เขาใหญ่” สนับสนุน “Grand Recharge Moment” มุ่งเป้าสู่ผู้นำ Wellness ครบวงจร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
Pantene เปิดเกม “Hair Quality” ส่งวิตามินแอมพูลช็อต เจาะตลาดดูแลผมเฉพาะบุคคล–จับผู้บริโภครุ่นใหม่
ออง-เทร่ (Entrée) รุกตลาด High Protein Snack ชูกลยุทธ์สร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภค ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่
ถอดรหัส “ยันฮี” กับภารกิจปั้นไทยสู่ LGBTQ+ Medical Hub แห่งเอเชีย
เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล เปิด TOPS FOOD HALL ปักหมุดเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ รับกำลังซื้อคุณภาพย่านนนทบุรี
ไฮเออร์ ปักหมุดไทยฐานยุทธศาสตร์ ‘Smart Living Ecosystem’ ของอาเซียน ขับเคลื่อนกลยุทธ์ Three-in-One
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved