
ออริจิ้น ร่วมกับ บริทาเนีย ตอกย้ำความสำคัญของการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมครอบคลุมครบทุกมิติ ผนึกกำลัง มูลนิธิศุภนิมิตฯ ปั้น โครงการเสริมสร้างความรับผิดชอบในการจ้างงานและสรรหาแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย - SAFER Work (Strengthening Accountability For Employing and Recruiting Migrant Workers in Thailand) ขับเคลื่อนความช่วยเหลือ เสริมสร้าง และยกระดับคุณภาพชีวิต สุขภาพกาย-สุขภาพใจ แรงงานข้ามชาติ สตรี และครอบครัวในแคมป์ก่อสร้างให้ดีขึ้น พร้อมเดินหน้ากิจกรรมเวิร์กช้อปกับผู้รับเหมา และแรงงานครอบคลุมไซต์ก่อสร้างโครงการทั่วกรุงเทพฯ-ปริมณฑล พื้นที่เศรษฐกิจ EEC และหัวเมืองหลักอย่าง ภูเก็ต สานต่อพันธกิจ ภายใต้หลักบรรษัทภิบาล มุ่งมั่นเป็นองค์กรที่รับผิดชอบต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง

บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมลงนามความร่วมมือและสนับสนุนในการดำเนินงานด้านแรงงานข้ามชาติภายใต้ชื่อ “โครงการเสริมสร้างความรับผิดชอบในการจ้างงานและสรรหาแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย - SAFER Work (Strengthening Accountability For Employing and Recruiting Migrant Workers in Thailand)” กับ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย (World Vision Foundation of Thailand) นำโดย นายอภิสิทธิ์ สุนทรชูเกียรติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ที่ 2 จากซ้าย) พร้อมด้วย นายนาวิน เล็กนาวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) (ซ้ายสุด) และ นางรสลิน โกแวร์ ผู้อํานวยการ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย (ที่ 2 จากขวา) ร่วมลงนามความร่วมมือและสนับสนุนการดําเนินงานกิจกรรม ณ อาคารภิรัชทาวเวอร์ แอท ไบเทค
การร่วมลงนามความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานด้านแรงงานข้ามชาติในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส และผู้ที่เผชิญความยากลำบากในสังคม โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเด็ก ครอบครัว และชุมชน ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ผ่านการสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ การส่งเสริมศักยภาพ และการวางรากฐานอนาคตที่มั่นคงให้แก่เด็กกลุ่มเปราะบางและผู้ด้อยโอกาส
นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังครอบคลุมถึงการสนับสนุนองค์ความรู้แก่บุคคล กลุ่มเป้าหมาย ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันรับมือและแก้ไขปัญหาเร่งด่วนทางสังคมที่ส่งผลกระทบต่อเด็กและผู้ยากไร้ พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ในการขับเคลื่อนโครงการต่างๆ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ การดำเนินงานของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ยึดหลักสิทธิมนุษยชนสากล และอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายของประเทศไทย
การผนึกกำลังระหว่าง ออริจิ้น บริทาเนีย และมูลนิธิศุภนิมิตฯ ในครั้งนี้ ยังสะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับประเด็น “ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน” โดยเฉพาะด้านสิทธิแรงงานข้ามชาติ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมก่อสร้างในปัจจุบัน

นายอภิสิทธิ์ สุนทรชูเกียรติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ORIGIN VERTICAL ผู้พัฒนาคอนโดมิเนียมในเครือบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI กล่าวว่า บริษัทฯมุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ครบวงจรและพัฒนาองค์กรให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้ หลักบรรษัทภิบาล โดยจะส่งมอบสินค้าและบริการที่ดี ยึดถือลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ด้วยการคิดที่มากกว่า ให้มากกว่า เพื่อลูกค้าได้มากกว่า ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ บริษัทฯจะอํานวยความสะดวกด้านสถานที่ กลุ่มเป้าหมาย และบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อเอื้อต่อการจัดเก็บข้อมูลของแรงงานข้ามชาติและผู้ติดตามที่ทํางานและพักอาศัยในพื้นที่ ดําเนินงานโครงการ รวมถึงการอนุญาตให้มีการเก็บข้อมูลอื่นที่จําเป็นในการพัฒนาต่อยอดโครงการ โดยทางเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ จะเป็นผู้จัดเก็บข้อมูล ซึ่งจะมีการส่งแบบสอบถามหรือชุดเครื่องมือ การเก็บข้อมูลให้พิจารณาก่อน การลงมือเก็บข้อมูลจริงทุกครั้ง และจะปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองส่วนบุคคลโดยเคร่งครัด
“บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับผู้รับเหมาภายใต้สังกัด จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้แก่แรงงานข้ามชาติในไซต์งานก่อสร้าง ครอบคลุมประเด็นด้านสิทธิแรงงาน การป้องกันความรุนแรงต่อสตรี และการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ รวมถึงบริการด้านต่างๆ ที่ควรได้รับ โดยมุ่งให้แรงงานข้ามชาติและครอบครัวมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถเข้าถึงการคุ้มครองอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรมกลุ่ม การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการอภิปรายร่วมกัน ซึ่งปัจจุบัน บริษัทฯ มีไซต์งานก่อสร้างที่อยู่ระหว่างดำเนินงานทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด” นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้ำ
ด้าน นายนาวิน เล็กนาวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI กล่าวว่า บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจและพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อผู้มีส่วนได้เสียทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม (ESG) บริษัทฯร่วมมือกับมูลนิธิศุภนิมิตฯ ดำเนิน “โครงการเสริมสร้างความรับผิดชอบในการจ้างงานและสรรหาแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย - SAFER Work“ เสริมสร้างสุขภาพและสุขภาวะที่ดีแก่แรงงานในพื้นที่ก่อสร้าง เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาพร้อมให้ความช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติ โดยเฉพาะแรงงานหญิงข้ามชาติและครอบครัวที่เข้ามาทำงานและพักอาศัยอยู่ในภาคอุตสาหกรรมการก่อสร้าง
“บริษัทฯ พร้อมให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิศุภนิมิตฯ ในทุกด้านเช่นเดียวกับความร่วมมือที่ผ่านมา ทั้งการอำนวยความสะดวก การประสานงานกับผู้รับเหมาในเครือให้เข้าร่วมกิจกรรมประชุม เวิร์กชอป และการฝึกอบรมด้านสิทธิแรงงาน เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการจ้างงานที่มีคุณค่าและเป็นธรรม ตลอดจนยกระดับมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนในภาคก่อสร้าง เพื่อสานต่อพันธกิจ ภายใต้หลักบรรษัทภิบาลและการกำกับดูแลกิจการที่ดี” นายนาวิน กล่าว
ที่ผ่านมา บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของผู้รับเหมาและแรงงาน โดยได้จัดทำคู่มือด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ให้สอดคล้องตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรฐานการทำงาน ความปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวัน และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีอย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายความปลอดภัย อุบัติเหตุร้ายแรงต้องเป็นศูนย์

ทางด้าน นางรสลิน โกแวร์ ผู้อํานวยการมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เผยถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า ทางมูลนิธิฯ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อร่วมผลักดันและยกระดับมาตรฐานการจ้างงานที่มีคุณค่าในธุรกิจก่อสร้าง โดยมุ่งสร้างระบบการจ้างงานที่คำนึงถึงความยั่งยืน ควบคู่ไปกับการสร้างสมดุลระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ทั้งในด้านคุณภาพชีวิต ความมั่นคงในการทำงาน และโอกาสในการพัฒนาอย่างเท่าเทียม
สำหรับแรงงาน สิ่งสำคัญคือการได้รับรายได้ที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการเข้าถึงสิทธิและความคุ้มครองที่พึงได้รับ การมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี รวมถึงความสามารถในการดูแลครอบครัวได้อย่างมั่นคง ซึ่งถือเป็นความต้องการพื้นฐานของแรงงานทุกคน อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันยังถือเป็นความท้าทายสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่ต้องใช้ชีวิตและทำงานในประเทศที่ไม่ใช่บ้านเกิด การเข้าถึงสิทธิและการอยู่ร่วมในสังคมจึงเป็นเรื่องสำคัญ
การส่งเสริมให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ไม่สามารถดำเนินการได้โดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการร่วมกันขับเคลื่อนและสร้างระบบสนับสนุนที่เหมาะสม โดย มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ได้ทำงานร่วมกับกลุ่มแรงงานข้ามชาติมาอย่างต่อเนื่อง และเล็งเห็นถึงประเด็นความท้าทายต่าง ๆ ที่แรงงานต้องเผชิญ ความร่วมมือในครั้งนี้จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างโอกาสที่ดีให้แก่แรงงานข้ามชาติ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและภาคธุรกิจของประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ”
ทั้ง 3 องค์กรเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นสำคัญในการผลักดันให้ภาคอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ตระหนักและให้ความสำคัญกับสิทธิแรงงานข้ามชาติมากยิ่งขึ้น พร้อมร่วมสร้างมาตรฐานการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ควบคู่กับการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนในระยะยาว




