SHR เปิดปีแกร่ง กำไร Q1 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ไฮซีซันดันโรงแรมไทย–มัลดีฟส์โตต่อเนื่อง
16 May 2026

 


บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (S Hotels and Resorts PCL.: SHR) ผู้นำด้านการบริหารงานโรงแรมและรีสอร์ทระดับนานาชาติในเครือ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) (Singha Estate PCL.: S) รายงานผลประกอบการ ประจำไตรมาส 1 ปี 2569 ด้วยกำไรสุทธิ 264 ล้านบาท เติบโตขึ้น 51% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขับเคลื่อนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วงฤดูท่องเที่ยวของกลุ่มโรงแรมหลักทั้งในประเทศไทยและสาธารณรัฐมัลดีฟส์

 

 

สำหรับผลประกอบการประจำไตรมาสแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้จากการประกอบธุรกิจโรงแรมและบริการรวมจำนวน 2,634 ล้านบาท โดยโรงแรมในประเทศไทยยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่สำคัญ ซึ่งในช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา บริษัทฯยังคงสามารถรักษาอัตราการเข้าพักรวมได้ในระดับสูงถึง 87% ขณะที่สามารถยกระดับอัตราห้องพัก (ADR) ให้สูงขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 9% สู่ระดับราคา 13,951 บาท ทั้งนี้โรงแรม ทราย ลากูน่า ภูเก็ต ยังคงมีผลการดำเนินงานที่โดนเด่นด้วยรายได้เฉลี่ยต่อห้อง (RevPAR) เพิ่มสูงขึ้นถึง 19% อยู่ที่ 13,114 บาท และยังคงรักษาดัชนีการสร้างรายได้ หรือ RGI ได้ในลำดับที่ 1 ต่อเนื่อง  

ขณะที่กลุ่มโรงแรมในสาธารณรัฐมัลดีฟส์ ยังคงมีอัตราการเข้าพักในช่วงไตรมาส 1 อยู่ในระดับสูงที่ 89% และมีอัตราห้องพักปรับตัวสูงขึ้น 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สู่ระดับ 532 ดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่เริ่มปะทุขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งสร้างผลกระทบต่อการเดินทางและก่อให้เกิดความกังวลในหมู่นักท่องเที่ยวทั่วโลกในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา  

ทั้งนี้ นอกจากกลุ่มโรงแรมหลักที่อยู่ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวแล้ว บริษัทฯยังได้ดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาดเพิ่มเติมสำหรับกลุ่มโรงแรมที่อยู่ช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน โดยสามารถขยายสัดส่วนฐานลูกค้าจีนได้เพิ่มขึ้นในโรงแรม Castaway Island, Fiji ส่งผลให้สามารถปรับเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อห้อง (RevPAR) ได้ 5% ที่ระดับ 740 ฟิจิดอลลาร์ ถึงแม้ว่าจะอยู่ในช่วงฤดูมรสุมของปี

 

 

ไมเคิล เดวิด มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า “สำหรับไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ผลประกอบการของบริษัทฯ สะท้อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งตามกลยุทธ์ที่บริษัทฯได้วางเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการสร้างแบรนด์และการตลาดที่ทำให้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่ม High-Spending และการขยายฐานลูกค้าให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ในแง่ของการดำเนินงานก็ยังคงรักษาประสิทธิภาพให้ดีขึ้นอันสะท้อนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 40.9% จาก 39.6% ในปีก่อน ผนวกกับค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เรายังคงบริหารและดำเนินการเจรจากับสถาบันทางการเงินอย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้ในไตรมาส 1 ที่ผ่านมาสามารถลดค่าใช้จ่ายลงได้อีก 16% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทำให้ในไตรมาสนี้เราสามารถรายงานกำไรประจำไตรมาส 1 สูงสุดใหม่ที่ระดับ 264 ล้านบาท

 

สำหรับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลางที่เกิดขึ้น แต่ละภูมิภาคที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจอยู่ คาดว่าจะได้รับผลกระทบแตกต่างกันออกไป ในไตรมาส 2 นี้ อาจเริ่มเห็นแรงกดดันต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวและค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวที่ปรับตัวสูงขึ้นในบางส่วนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สำหรับกลุ่มโรงแรมที่อยู่ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวในไตรมาส 2 อาทิ กลุ่มโรงแรมในสาธารณรัฐฟิจิ และสหราชอาณาจักร คาดว่าจะได้รับผลกระทบค่อนข้างจำกัด จากฐานลูกค้าหลักที่เป็นนักท่องเที่ยวระยะใกล้ (Short-haul) และนักท่องเที่ยวภายในประเทศ ส่งผลให้ยังมีแนวโน้มรักษาการเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) ได้อย่างต่อเนื่อง”

 

 

ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โรงแรม The Grand Hotel Leicester by The Unlimited Collection ได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งภายหลังจากการปรับปรุงและเปลี่ยนแบรนด์เพื่อยกระดับฐานะทางการตลาดให้สูงขึ้น โดยคาดว่าผลการดำเนินงานจะกลับมาเป็นที่น่าพอใจภายหลังกลับเข้าสู่ช่วงการดำเนินงานปกติไปแล้ว เช่นเดียวกันกับโรงแรม Mount Royal Hotel Edinburgh by The Unlimited Collection ที่ในไตรมาส1 ที่ผ่านมา สามารถสร้างรายได้เฉลี่ยต่อห้อง (RevPAR) โตสูงขึ้นกว่า 50% ที่ระดับ 73 ปอนด์

นอกจากนี้ โรงแรมในเมือง Manchester และ Glasgow อยู่ระหว่างการปรับปรุงและเปลี่ยนแบรนด์เป็น lyf ซึ่งเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ และสอดรับกับทำเลใจกลางเมืองของทั้งสองแห่ง โดยยังคงเปิดให้บริการบางส่วน ควบคู่กับการปรับปรุงตามแผนงานที่วางไว้

 

“สงครามตะวันออกกลาง ถือเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เข้ามากดดันภาพรวมของการดำเนินงานของบริษัทฯ ทั้งนี้เราเน้นการดำเนินงานให้มีความระมัดระวังยิ่งขึ้น พร้อมวางกลยุทธ์ทางการตลาดเชิงรุก เร่งหากลุ่มตลาดทดแทน

รวมถึงยังคงมุ่งบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทฯ เชื่อว่าการดำเนินกลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยรักษาเสถียรภาพของธุรกิจและสนับสนุนการเติบโตของผลการดำเนินงานในปี 2569 ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้” ไมเคิล เดวิด มาร์แชล กล่าวเสริม

 

[อ่าน 559]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“หมอออย รมย์รวินท์” แพทย์หญิงหนึ่งเดียว ขึ้นเวที 8th SMART ถ่ายทอดศาสตร์ฟื้นฟูผิวระดับโครงสร้าง
PET EXPO CHAMPIONSHIP 2026 ช้อปโปรแรง กว่า 600 บูธ เอาใจคนรักสัตว์เลี้ยงทุกสายพันธุ์
Webull Thailand ผนึก Gaysorn Village เชื่อมโลกการลงทุน สู่ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม
adidas Thailand ดึง “แบมแบม” เสริมเกมสปอร์ตแฟชั่น เปิดทางโปรเจกต์พิเศษ เจาะคอมมูนิตี้คนรุ่นใหม่
“เทศกาลอีสานสร้างสรรค์” กับก้าวต่อไปการขับเคลื่อนภูมิภาค “พื้นที่แห่งโอกาส ความหวัง และอนาคต”
NIA หนุน BWC เปิดตัว 'Care Floor' นวัตกรรมเปลี่ยนของเสียอุตสาหกรรมสู่น้ำยาถูพื้นรักษ์โลกสุดล้ำ
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved