
วันนี้ Google Cloud ประกาศขยายความร่วมมือกับ Enterprise Singapore (EnterpriseSG), กระทรวงการสื่อสารและดิจิทัลของอินโดนีเซีย (Komdigi), ศูนย์นวัตกรรมแห่งชาติเวียดนาม (NIC) และศูนย์นวัตกรรมและสตาร์ทอัพแห่งนครโฮจิมินห์ (SIHUB) จัดตั้งระเบียงนวัตกรรมสตาร์ทอัพด้าน AI (AI Startup Innovation Corridor) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเชื่อมต่อศักยภาพของภูมิภาคสู่ซิลิคอนแวลลีย์
Google for Startups Accelerator: Southeast Asia เป็นโครงการข้ามพรมแดนใหม่ล่าสุดที่มุ่งส่งเสริมให้ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพสามารถพัฒนาและต่อยอดเชิงพาณิชย์สำหรับผลิตภัณฑ์ประเภท Agentic AI ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองได้ ด้วยการนำเสนอความเป็นพันธมิตรแบบบูรณาการ ทั้งด้านวิศวกรรมและการเจาะตลาด (Go-to-market: GTM) ร่วมกับ Google Cloud โดยโครงการนี้จะเป็นตัวช่วย เพื่อสร้างเส้นทางให้สตาร์ทอัพด้าน AI ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สามารถขยายขีดความสามารถสู่ระดับสากลได้อย่างแข็งแกร่ง
โครงการดังกล่าวเปิดตัวในงาน Google for Startups Sprint ซึ่งเป็นกิจกรรมตลอดหนึ่งวันเต็มที่จัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Google เพื่อเชื่อมโยงสตาร์ทอัพเข้ากับนักลงทุนและผู้นำจากภาครัฐ งานนี้ยังได้นำเสนอสตาร์ทอัพด้าน AI จากเครือข่ายศิษย์เก่าของ Google for Startups ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้ที่ประกอบไปด้วยผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพหลายพันคนจาก 85 ประเทศทั่วโลก ที่เคยได้รับประโยชน์ และการต่อยอดธุรกิจจากโครงการ Google for Startups Accelerator
นับตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา โครงการบ่มเพาะ (Accelerators) เหล่านี้ได้ช่วยเหลือสตาร์ทอัพในระยะเริ่มต้นกว่า 200 แห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ พร้อมช่วยให้ระดมทุนได้ถึง 6.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และสร้างงานกว่า 11,300 ตำแหน่ง อีกทั้งยังช่วยให้สตาร์ทอัพเหล่านี้สามารถขยายฐานลูกค้า และขยายตัวเข้าสู่ตลาดใหม่ ๆ ได้สำเร็จ โดยบริษัทที่ได้รับผลประโยชน์เหล่านี้ ได้แก่ Advance, Analitica, Atlas, BenKon, Betterdata, Buymed, Cosmos Innovation, DayaTani, DeafTawk, Docosan (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ DiaB), Drylab, Fundiin, Genestory, GIMO, Giztix, Good Doctor, H3 Zoom, HD, HealthMetrics, Igloo, Kata.ai, Konigle, Lytehouse, Mamibabi, MHub, Nexmedis, Noice, Pints AI, Portcast, Riliv, Rumarocket, Sehati TeleCTG, Simplize, Speedback, Speedoc, Privy, Talenox, TopCV, Transparently, Trialo, Unicorn Labs และ Wela
Sami Kizilbash หัวหน้าฝ่ายระบบนิเวศนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Google Cloud กล่าวว่า “เพื่อต่อยอดจากความสำเร็จนี้ โครงการ Google for Startups Accelerator: Southeast Asia มีเป้าหมายที่จะให้บริการสตาร์ทอัพด้าน AI ตั้งแต่ระยะ Seed จนถึง Series B ในหลากหลายอุตสาหกรรมทั่วทั้งหกประเทศ[1] เรามักได้ยินจากผู้ก่อตั้งเสมอว่าการก้าวข้ามจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาด (Product-market fit) ไปสู่การขยายธุรกิจในระดับสากลนั้นเป็นก้าวกระโดดที่ยากที่สุด ทั้งนี้ โครงการที่ออกแบบมาเฉพาะของเรา จะช่วยปิดช่องโหว่ดังกล่าวโดยการให้สิทธิ์เข้าถึงทรัพยากรชั้นนำและศูนย์กลางเทคโนโลยีระดับโลกโดยตรง เพื่อช่วยให้สตาร์ทอัพสามารถต่อยอดเทคโนโลยี Frontier AI ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเต็มสเกล ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนรวมถึงโครงการต่าง ๆ ที่หลากหลายของเรา อาทิ Startup School: Agentic AI และ Gen AI Academy โดยเราพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการและนักพัฒนาในทุกช่วงของการเติบโต และทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่จะยกระดับให้ตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลายเป็นศูนย์กลางที่เชื่อถือได้สำหรับโซลูชัน AI ที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าขับเคลื่อนผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ”
ขณะนี้ โครงการ Google for Startups Accelerator: Southeast Asia เปิดรับสมัครแล้ว เพื่อเฟ้นหาสตาร์ทอัพจำนวน 25 แห่งแรกเพื่อเข้าร่วมโปรแกรมบ่มเพาะระยะเวลาสามเดือน โดยไม่มีการถือครองหุ้นในบริษัท (Equity-free) ซึ่งจะเริ่มต้นขึ้นในเดือนสิงหาคม 2026 นี้ โดย EnterpriseSG, Komdigi, และ NIC ร่วมกับ SIHUB จะให้การสนับสนุนสตาร์ทอัพจากสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และเวียดนามตามลำดับ ผ่านแนวทางที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละประเทศ

ระเบียงนวัตกรรมเชื่อมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ - ซิลิคอนแวลลีย์
โครงการนี้มาพร้อมความโดดเด่น ด้วยการให้ผู้เข้าร่วมได้พำนักในรัฐแคลิฟอร์เนียเพื่อสัมผัสประสบการณ์จริง (In-person California residency) โดยผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพจะได้เรียนรู้เชิงลึกด้านเทคนิค ณ ศูนย์กลางเทคโนโลยีชั้นนำ ซึ่งรวมถึงแคมปัสของ Google ในเมาน์เทนวิว (Mountain View) และซานฟรานซิสโก และจะได้มีส่วนร่วมโดยตรงกับกลุ่มบริษัทร่วมลงทุน (Venture Capital) ตามแนวถนนแซนด์ฮิลล์ (Sand Hill Road) และในเมืองพาโลอัลโต (Palo Alto) โดยการเข้าไปคลุกคลีในสภาพแวดล้อมจริงนี้จะช่วยให้พวกเขาสามารถทดสอบความแข็งแกร่ง และปรับปรุงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ให้เทียบเท่ากับเกณฑ์มาตรฐานระดับโลก พร้อมทั้งสร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเดียวกัน และความสัมพันธ์ระดับองค์กร ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการขยายธุรกิจในระดับสากล
ทรัพยากรและข้อได้เปรียบที่แตกต่าง เพื่อการขยายสเกลระดับองค์กร
โครงการนี้มอบข้อได้เปรียบที่โดดเด่นหลายประการให้กับสตาร์ทอัพที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ซึ่งออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อนความเป็นเลิศด้านวิศวกรรมผลิตภัณฑ์ ที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อตลาดได้ทันที:
ความสามารถด้าน AI แบบ Full-stack: สตาร์ทอัพจะได้รับสิทธิ์เข้าถึง AI แบบ Full-stack ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Google Cloud รวมถึง Tensor Processing Units (TPUs), Agentic Data Cloud, Gemini Enterprise Agent Platform และ Google Antigravity พร้อมรับการสนับสนุนเครดิตคลาวด์มูลค่าสูงสุด 350,000 ดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้โครงการ Google for Startups Cloud สำหรับการฝึกอบรมแบบครบวงจร (End-to-end training) การปรับแต่งแบบละเอียด (Fine-tuning) และการใช้งาน (Serving) AI Agent ที่มีความปลอดภัยและให้ข้อมูลที่แม่นยำ (Grounded)
การเข้าถึงเทคโนโลยีแนวหน้าก่อนใคร: สตาร์ทอัพจะได้เข้าร่วมโปรแกรม Trusted Tester และ Early Access ซึ่งให้ข้อได้เปรียบของการเป็นผู้นำตลาด ด้วยการเปิดโอกาสให้พวกเขาสร้างสรรค์โซลูชันผ่านโมเดล AI เจเนอเรชันใหม่ของ Google รวมถึงโมเดล Gemini 3.5 รุ่นล่าสุด และเครื่องมือ Agentic Enterprise ก่อนที่จะมีการเปิดตัวสู่ตลาดทั่วไป
การยกระดับทักษะทางเทคนิค: ผ่านค่ายฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ (Bootcamps) แบบลงมือทำจริง ณ Google Developer Space, Garuda Spark Innovation Hub (GSIH), ศูนย์ปฏิบัติการของ NIC และสำนักงานใหญ่ของ SIHUB ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพและทีมงานจะได้รับการถ่ายทอดทักษะขั้นสูงในสาขาที่จำเป็น เช่น การเขียนโค้ดแบบ Agentic (Agentic Coding), วิศวกรรมบริบท AI (AI context engineering), การดำเนินการของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMOps) และการบริหารจัดการระบบแบบ Multi-agent
การให้คำปรึกษาด้านวิศวกรรมอย่างใกล้ชิด: สตาร์ทอัพจะได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบสปรินต์ ที่รวดเร็ว เข้มข้น และเป็นระบบ พร้อมการทบทวนสถาปัตยกรรมระบบร่วมกับหัวหน้าทีมเทคนิคจากศูนย์วิศวกรรมของ Google Cloud และห้องปฏิบัติการวิจัย AI ของ Google DeepMind ในสิงคโปร์ พร้อมรับการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกจากทีม AI ระดับโลกของ Google
การสนับสนุนจากระบบนิเวศแบบข้ามสายงาน: สตาร์ทอัพสามารถใช้ประโยชน์จากการให้คำปรึกษาจากทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของ Google อาทิ Android, Google Ads, Google Pay และ Google Play ควบคู่ไปกับเครือข่ายพันธมิตร[2]ของบริษัทร่วมลงทุน กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ สตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์น และบริษัทที่ปรึกษาเฉพาะทาง เพื่อช่วยก้าวข้ามอุปสรรคสำคัญในการขยายสเกลธุรกิจ ตั้งแต่การจัดการทรัพย์สินทางปัญญาไปจนถึงการสรรหาบุคลากรที่มีความสามารถและการทำการตลาดเพื่อการเติบโต (Growth marketing)
เวทีแห่งการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ: สตาร์ทอัพจะได้รับโอกาสในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนต่อกลุ่มผู้ชมที่ได้รับการคัดสรร ทั้งกลุ่มผู้ร่วมลงทุน (VC), นักลงทุนอิสระ (Angel investors) และกลุ่มลูกค้าองค์กร ในงาน Demo Day และงาน Startup Summit ที่จัดโดย Google ณ ประเทศสิงคโปร์

Wong Zeng Yi ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการของ Enterprise Singapore กล่าวว่า "ความร่วมมือของเรากับ Google Cloud ได้สร้างประโยชน์ให้กับสตาร์ทอัพด้าน AI ในสิงคโปร์แล้วเกือบ 60 แห่ง เรายินดีที่ได้กระชับความร่วมมือนี้ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพคลื่นลูกใหม่สามารถเข้าถึงเครือข่ายและความเชี่ยวชาญทางเทคนิคที่จำเป็นต่อการขยายธุรกิจและเจาะตลาดใหม่ ๆ ทั้งนี้ EnterpriseSG จะยังคงเดินหน้าทำงานร่วมกับพันธมิตรและผู้เล่นในอุตสาหกรรมที่มีวิสัยทัศน์ตรงกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศ AI ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในสิงคโปร์ และส่งเสริมให้สตาร์ทอัพต่าง ๆ สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมและก้าวสู่การเป็นผู้เล่นในระดับโลกได้"
Edwin Hidayat Abdullah อธิบดีกรมระบบนิเวศดิจิทัล กระทรวงการสื่อสารและดิจิทัลของอินโดนีเซีย กล่าวว่า “การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศ AI ถือเป็นก้าวสำคัญในการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างครอบคลุมและยั่งยืนของอินโดนีเซีย ในฐานะหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจดิจิทัลขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินโดนีเซียยังคงส่งเสริมการพัฒนาและการนำโซลูชัน AI มาใช้เพื่อสร้างผลกระทบที่มีคุณค่าในภาคส่วนสำคัญต่าง ๆ ทั้งด้านการศึกษา ความมั่นคงทางอาหาร และการดูแลสุขภาพ ด้วยการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของ Google Cloud ทั้งในด้านการสร้างขีดความสามารถ การให้สิทธิ์เข้าถึงเทคโนโลยีชั้นสูง และการพัฒนาระบบนิเวศ เราคาดหวังว่าผู้ก่อตั้งชาวอินโดนีเซียจำนวนมากขึ้นจะสามารถสร้างและขยายการเติบโตให้กับนวัตกรรมดิจิทัลที่จะส่งมอบประโยชน์ในวงกว้างให้แก่ชุมชนทั่วประเทศ”
Vu Quoc Huy ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมแห่งชาติเวียดนาม (NIC) กล่าวว่า “โครงการ ‘AI for the Future’ โดย NIC และ Google ได้ให้การสนับสนุนสตาร์ทอัพเวียดนามมาแล้วกว่า 500 แห่ง เพื่อเป็นการต่อยอดจากแรงผลักดันนี้ โครงการ Google for Startups Accelerator: Southeast Asia จึงทำหน้าที่เป็นเหมือนสะพานเชื่อมระหว่างสตาร์ทอัพสายเทคโนโลยีศักยภาพสูงในภาคส่วนสำคัญของเรา[3] กับพันธมิตรในสิงคโปร์และซิลิคอนแวลลีย์ ผ่านการส่งเสริมความร่วมมือในเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น Agentic AI และ Embodied AI เรากำลังช่วยเปลี่ยนความก้าวหน้าทางการวิจัยให้กลายเป็นโซลูชันสำหรับองค์กรและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับชาติของเวียดนาม และผลักดันให้เกิดการเพิ่มผลผลิตในตลาด”
Dang Thi Luan ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมและสตาร์ทอัพแห่งนครโฮจิมินห์ (SIHUB) กล่าวว่า “ในฐานะศูนย์กลางของระบบนิเวศด้านนวัตกรรมของนครโฮจิมินห์ ซึ่งปัจจุบันติดอันดับ 1 ใน 100 ของโลก SIHUB มุ่งมั่นที่จะเร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านจากการพิสูจน์แนวคิดทางเทคนิค (Proof-of-concept) ไปสู่ความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ ความร่วมมือของเรากับ Google Cloud เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมแบบสองทิศทาง ซึ่งเป็นทั้งช่องทางให้สตาร์ทอัพด้าน AI ศักยภาพสูงของเวียดนามสามารถขยายตัวสู่ระดับสากล และเป็นช่องทางที่เชื่อถือได้สำหรับพันธมิตรในภูมิภาคในการเข้าสู่ตลาดเวียดนามที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ผ่านโครงการ Google for Startups Accelerator: Southeast Asia เรากำลังเสริมศักยภาพให้กับกลุ่มผู้ประกอบการด้าน





