
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ “ชูใจ แอนด์ เฟรนด์ (Choojai and Friends)” เอเจนซี่โฆษณาผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารประเด็นสังคม Creative for Good(s) เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ ภายใต้โครงการ “ตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ”สร้างชุดความรู้ใหม่ให้พุทธศาสนิกชนไทยตระหนักถึงปัญหาสุขภาพของพระสงฆ์ ที่กำลังเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อ (NCDs) มากถึง 78%* และสร้างพฤติกรรมใหม่ในการตักบาตรวิถีใหม่ที่ดีต่อสุขภาพพระสงฆ์แบบ “ลดหวาน ลดมัน เลี่ยงเค็ม”
โดยไฮไลท์สำคัญในการสร้างชุดความรู้คือภาพยนตร์โฆษณาที่ได้รับความอนุเคราะห์จาก 3 ครอบครัวศิลปินในดวงใจ ที่คนไทยคิดถึง ได้แก่
เศรษฐา ศิระฉายา สรพงศ์ ชาตรี และยอดรัก สลักใจ ที่อนุญาตให้นำภาพและเสียงของศิลปินทั้ง 3 ท่าน มาสร้างสรรค์ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากอินไซต์ที่ทุกการตักบาตร มีคนที่เราคิดถึงอยู่เสมอ นั่นคือ ผู้ล่วงลับที่มีความหมายกับเรา นำไปสู่จุดเปลี่ยนคือ คนที่อยากให้นึกถึงคือพระสงฆ์ที่ได้รับอาหารจากการตักบาตรทุกครั้งและมีส่วนช่วยให้
พระสงฆ์มีสุขภาพดีได้

น.ส.สุพัฒนุช สอนดำริห์ ผู้อำนวยการสำนักอาวุโส สำนักสื่อสารการตลาดเพื่อสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า
เนื่องจากวิกฤตการณ์สุขภาวะของพระสงฆ์ไทยจากกลุ่มโรค NCDs ได้กลายเป็นโจทย์ใหญ่และวาระระดับชาติ โดยพระสงฆ์ทั่วประเทศมีจำนวนกว่า 2.7 แสนรูป พบว่า เสี่ยงป่วย NCDs ถึง 78%* แบ่งเป็น ภาวะไขมันในเลือดสูง 55% ภาวะอ้วน 44% ความดันโลหิตสูง 17% และน้ำตาลในเลือดสูง 15%
สสส. มีภารกิจหลักที่สำคัญ คือการรณรงค์สื่อสารเพื่อสร้างความตระหนัก และนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สร้างเสริมสุขภาพของทุกคนในสังคม จึงได้จัดทำโครงการ “ตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ”
โดยมี ชูใจ แอนด์ เฟรนด์ ครีเอทีฟเอเจนซี่ ร่วมพัฒนาแนวคิดในการสร้างสรรค์ภาพยนตร์โฆษณา เพื่อนำไปสู่การเชิญชวนพุทธศาสนิกชนให้ร่วมกันตักบาตรวิถีใหม่แบบ “ลดหวาน ลดมัน เลี่ยงเค็ม” ซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพพระสงฆ์ในระยะยาวต่อไป

นายคมสัน วัฒนวาณิชกร ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการบริหารฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัท ชูใจ กะ กัลยาณมิตร จำกัด กล่าวว่า การสื่อสารเพื่อปรับเปลี่ยนค่านิยมบนฐานความเชื่อเดิมของพุทธศาสนิกชนเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก ทำให้โปรเจกต์นี้ ใช้เวลาทำงานนานกว่า 1 ปี เพื่อทำความเข้าใจอินไซต์ของพุทธศาสนิกชนที่มีต่อการตักบาตร เพื่อเชื่อมโยงไปสู่ปัญหาสุขภาพของพระ และการนำเสนอแนวทางแก้ไข โดยการสื่อสารในภาพยนตร์โฆษณา
ชูใจฯ ได้ทำการพัฒนาบทภาพยนตร์ชุด ผ่าน 4 วิธีคิด “ตักบาตร x ความคิดถึง” ดังนี้
อินไซต์พฤติกรรมของชาวพุทธไทยเวลาทำบุญตักบาตร แรงจูงใจที่สำคัญที่สุดคือ “ความคิดถึง” ที่มีต่อผู้ล่วงลับ ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ บรรพบุรุษ หรือครอบครัว การตักบาตรถือเป็นการระลึกถึงผู้ล่วงลับ ทำให้ทุกการตักบาตรมีคนที่เราคิดถึงอยู่เสมอ
2. ตักบาตรด้วยสิ่งที่คนที่เราคิดถึงชอบ :
เวลาตักบาตร เรามักเลือกอาหารเมนูโปรดที่ผู้ล่วงลับที่เราคิดถึงชอบทานเมื่อยังมีชีวิตไปจนถึงเมื่อได้พบเจออาหารที่น่ารับประทาน ก็อยากตักบาตรให้ไปถึงผู้ล่วงลับไปด้วย ทำให้อาหารที่เราตักบาตรมักเป็นอาหารที่อยู่บนพื้นฐานของความคิดถึงผู้ล่วงลับ
3. บุคคลสาธารณะที่คนไทยคิดถึงและเป็นผู้เชื่อมโยงความรู้สึกคิดถึงร่วมกัน
3 ศิลปินในดวงใจที่คนไทยคิดถึงคือเศรษฐา ศิระฉายา สรพงศ์ ชาตรี และยอดรัก สลักใจสามารถเป็นตัวแทน ของผู้ล่วงลับซึ่งเชื่อมโยงกับผู้ล่วงลับที่ใกล้ชิดกับเรา ดังนั้น การที่ 3 ศิลปินนี้เป็นผู้นำสารแห่งความคิดถึง ส่งมายังครอบครัว ลูกหลาน ญาติมิตร ด้วยการขอบคุณที่ตักบาตรไปให้เสมอ คือ การพูดถึงสิ่งที่อยู่ในใจ ของพุทธศาสนิกชนที่มีความคิดถึงเป็นแรงขับเคลื่อน และด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐิ์ (AI) ที่มีความทันสมัยในปัจจุบัน ช่วยทำให้การได้เห็นศิลปินทั้ง 3 ท่านอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นี่เป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกที่ 3 ศิลปินได้มายืนร่วมกัน
4. ใช้ความคิดถึงเชื่อมโยงไปสู่ความคิดถึงสุขภาพพระ
การเล่าเรื่องของภาพยนตร์โฆษณานี้เต็มไปด้วยความรักและความคิดถึง และใช้ความคิดถึงผู้ล่วงลับเป็นจุดเชื่อมโยง ไปสู่การคิดถึงสุขภาพพระไปด้วย เมื่อภาพยนตร์โฆษณาได้เล่าถึงสิ่งที่พุทธศาสนิกชนไม่เคยรู้ว่า พระสงฆ์ไทยกำลังเสี่ยงต่อโรค NCDs ซึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงกับอาหารที่ฉัน
และฉายภาพให้พุทธศาสนิกชนตระหนักว่าเขามีบทบาทต่อสุขภาพของพระสงฆ์ ในทุกการตักบาตรเช่นกัน แล้วจึงนำเสนอทางแก้ไขปัญหาที่อยากให้เกิดการร่วมมือกันเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ด้วยการตักบาตรวิถีใหม่ “ลดหวาน ลดมัน เลี่ยงเค็ม” ซึ่งเรียกว่า “ตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ”

ร่วมกัน “ตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ” แบบ “ลดหวาน ลดมัน เลี่ยงเค็ม” เพื่อสุขภาพที่ดีของพระสงฆ์ไทยด้วยกันได้แล้วตั้งแต่วันนี้ และสามารถรับชมภาพยนตร์โฆษณา พร้อมติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางออนไลน์ของ สสส. ได้ที่เว็บไซต์ https://creativehealthcampaign.thaihealth.or.th/




