"ไทยยูเนี่ยน" เดินหน้าภารกิจรักษ์โลกก้าวสู่ปีที่ 10 จัดกิจกรรม “Sea The Change Be The Change”
05 Jun 2026

 

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ปักหมุดความสำเร็จในโอกาสครบรอบ 10 ปี กลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® พร้อมจัดกิจกรรม SeaChange® Day เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง โดยตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา การขับเคลื่อนความก้าวหน้าภายใต้กลยุทธ์ SeaChange® ได้ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ มาตรฐานแรงงาน การดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงการลงทุนเพื่อสังคม และการลดขยะพลาสติกในทะเล

 

 

ปัจจุบัน อาหารทะเลถือเป็นแหล่งโปรตีนหลักของประชากรกว่า 3,100 ล้านคนทั่วโลก อุตสาหกรรมอาหารทะเลจึงมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อโภชนาการ ชีวิตความเป็นอยู่ และความมั่นคงทางอาหารในระดับโลก ท่ามกลางอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นอันเป็นผลมาจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ปัญหาการทำประมงเกินขนาด ตลอดจนความคาดหวังที่เพิ่มสูงขึ้นในด้านความโปร่งใสและสวัสดิภาพแรงงาน ส่งผลให้การดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบในห่วงโซ่การผลิตอาหารทะเลทวีความซับซ้อนและท้าทายมากยิ่งขึ้น

 

ทั้งนี้ ไทยยูเนี่ยนได้เดินหน้าขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ภายใต้ SeaChange® กลยุทธ์ความยั่งยืนระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2559 เพื่อประกาศเจตนารมณ์และพันธกิจด้านความยั่งยืนของบริษัท ก่อนจะต่อยอดสู่กลยุทธ์ SeaChange® 2030 โดยปัจจุบัน กลยุทธ์ดังกล่าวได้กลายเป็นกรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในระดับองค์กร ซึ่งไม่เพียงช่วยยกระดับความความสามารถในการปรับตัวทางธุรกิจและกรอบการดำเนินงาน แต่ยังเชื่อมโยงเป้าหมายทางธุรกิจให้สอดคล้องกับจุดมุ่งหมาย Healthy Living, Healthy Oceans ที่มุ่งส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดี ควบคู่ไปกับท้องทะเลที่อุดมสมบูรณ์

 

 

นายอดัม เบรนนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสื่อสาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “หัวใจสำคัญของกลยุทธ์ SeaChange® คือการดูแลปกป้องผู้คนและระบบนิเวศที่เป็นรากฐานของอุตสาหกรรมอาหารทะเล เรามุ่งสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ชาวประมง แรงงาน และเกษตรกรสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี ควบคู่กับการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลและชายฝั่ง เพื่อรองรับความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว ในระยะแรกของการดำเนินกลยุทธ์ SeaChange® ความคาดหวังด้านการตรวจสอบย้อนกลับและมาตรฐานแรงงานนั้นยังไม่สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วทั้งอุตสาหกรรม แต่ตลอดหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา เราได้ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ผ่านการยกระดับมาตรฐานด้านการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ การเพิ่มความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน และการส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานในทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิต”

 

 

นายลูโดวิค การ์นิเยร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในฐานะองค์กรระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจครอบคลุมในหลายประเทศและมีห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อน ความรับผิดชอบและความโปร่งใสถือเป็นหัวใจสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา กลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® ได้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของเรา ผ่านการผสานแนวปฏิบัติที่มีความรับผิดชอบในทุกกระบวนการดำเนินงาน นับตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการลงทุน ซึ่งไม่เพียงช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า นักลงทุน และพันธมิตร แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้ไทยยูเนี่ยนพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต”

 

หนึ่งทศวรรษแห่งความก้าวหน้าภายใต้กลยุทธ์ SeaChange®

นับตั้งแต่การเปิดตัวในปี 2559 กลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอาหารทะเล ผ่านพันธกิจด้านการจัดหาปลาทูน่าอย่างยั่งยืน นโยบายไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดหางาน การสรรหาแรงงานอย่างมีจริยธรรม การตรวจสอบย้อนกลับ ตลอดจนมาตรฐานแรงงานทั้งบนบกและในทะเล

 

ภายใต้กลยุทธ์ SeaChange® 2030 รากฐานดังกล่าวได้รับการต่อยอดสู่การดำเนินงานด้านความยั่งยืนในระดับองค์กร ซึ่งเชื่อมโยงการดำเนินงานทั้งในมิติที่เกี่ยวข้องกับผู้คน สิ่งแวดล้อม และผลการดำเนินงาน ผ่านการส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างมีความรับผิดชอบ การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การฟื้นฟูระบบนิเวศ การจัดการขยะพลาสติกในทะเล การสร้างผลกระทบเชิงบวกในสังคม และการจัดหาเงินทุนที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน

 

 

ความก้าวหน้าด้านความยั่งยืนของไทยยูเนี่ยนได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2569 บริษัทได้รับการจัดอันดับในกลุ่ม Top 1% จาก S&P Global Sustainability Yearbook ในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร ด้วยคะแนนรวม 89 จาก 100 คะแนน ความสำเร็จนี้ต่อยอดจากผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในช่วงที่ผ่านมา อาทิ การได้รับการจัดอันดับให้เป็นบริษัทอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมอาหารของโลก จากดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ ประจำปี 2561 2562 2565 และ 2567 การได้รับการปรับเพิ่มคะแนน ESG จาก FTSE Russell เป็น 4.3 คะแนน จากคะแนนเต็ม 5 การได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน หุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ระดับ AA รวมทั้งผลการประเมินดัชนีชี้วัดความยั่งยืนด้านการบริหารจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ CDP ประจำปี 2568 ในระดับ A-

 

 

ความก้าวหน้าที่โดดเด่นภายใต้กลยุทธ์ SeaChange® 2030

ไทยยูเนี่ยนยังคงเดินหน้ายกระดับมาตรฐานในอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งการทำประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ การตรวจสอบย้อนกลับ ตลอดจนมาตรฐานแรงงานในระดับสากล โดยมีความก้าวหน้าและหมุดหมายความสำเร็จที่สำคัญ ดังนี้

  • สนับสนุนโครงการปรับปรุงการประมง (Fishery Improvement Projects: FIPs) รวม 9 โครงการ ซึ่งถือว่ามากที่สุดในอุตสาหกรรมอาหารทะเลของโลก โดยโครงการเกือบทั้งหมดได้รับการรับรองมาตรฐาน MSC แล้ว และโครงการที่เหลือนั้นอยู่ระหว่างการประเมินเพื่อรับการรับรอง
  • จัดหากุ้ง 68% จากแหล่งเพาะเลี้ยงที่มีความรับผิดชอบ ครอบคลุมทั้งฟาร์มที่ได้รับการรับรองและฟาร์มที่เข้าร่วมโครงการปรับปรุงการทำประมงที่น่าเชื่อถือ
  • 95% ของห่วงโซ่อุปทานปลาทูน่ามีการติดตามตรวจสอบขณะออกเดินเรือในทะเล ซึ่งช่วยเพิ่มความโปร่งใสและสนับสนุนการต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing)
  • ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานลง 29% (ขอบเขตที่ 1 และ 2) เทียบกับปีฐาน 2564 ผ่านการใช้พลังงานหมุนเวียน การปรับเปลี่ยนไปใช้เชื้อเพลิงที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการใช้เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ
  • นำระบบตรวจสอบแหล่งที่มาบนบรรจุภัณฑ์ (Can Tracker) มาใช้ในแบรนด์ Chicken of the Sea, Genova, John West, Petit Navire และ Mareblu เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้าได้ผ่านรหัสบนกระป๋อง
  • ประกาศนโยบายไม่เก็บค่าธรรมเนียมการจัดหางานจากแรงงานข้ามชาติในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2559 และขยายสู่การดำเนินงานระดับโลกในปี 2565
  • เปิดตัวโครงการกุ้งคาร์บอนต่ำในปี 2567 เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งได้สูงสุด 30% เมื่อเทียบกับการเพาะเลี้ยงแบบทั่วไป
  • ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ เป็นโรงงานผลิตอาหารสัตว์แห่งแรกในเอเชียที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ASC Feed Standard ในปี 2567 สะท้อนความเป็นผู้นำด้านห่วงโซ่อุปทานอาหารสัตว์ที่มีความรับผิดชอบ
  • 99% ของปริมาณวัตถุดิบในห่วงโซ่อุปทานปลาทูน่าของไทยยูเนี่ยน อยู่ภายใต้โครงการพัฒนาการทำงานและสวัสดิการแรงงานประมง (Fisher Work & Welfare) ซึ่งช่วยยกระดับมาตรฐานแรงงานบนเรือประมง ผ่านการดำเนินงานตามโครงการพัฒนาเรือประมง และการตรวจประเมินตามแนวปฏิบัติด้านแรงงานบนเรือประมง (Vessel Code of Conduct) หรือโครงการอื่นๆ ที่เทียบเท่า

 

 

SeaChange® Day ฉลองครบรอบ 10 ปีกลยุทธ์ความยั่งยืน ต้อนรับวันมหาสมุทรโลก

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้จัดงาน SeaChange® Day ขึ้นในวันที่ 2 มิถุนายน ณ อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ภายใต้แนวคิด “SEA the CHANGE. Be the CHANGE.” เพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปีกลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® โดยมีวัตถุประสงค์ในการเชื่อมโยงพันธกิจภายใต้กลยุทธ์ SeaChange® 2030 สู่การลงมือปฏิบัติจริง ภายในงานมีคณะผู้บริหารและพนักงานของไทยยูเนี่ยน สื่อมวลชน พันธมิตร ตลอดจนครูและนักเรียน เข้าร่วมทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง

 

 

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นในพื้นที่ป่าชายเลนที่ได้รับการฟื้นฟู โดยนำแนวคิดหลักของกลยุทธ์ SeaChange® มาถ่ายทอดผ่านกิจกรรม 4 แกนหลัก ได้แก่ กิจกรรม Shape the Shore ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศป่าชายเลน ปลูกต้นโกงกาง และดูแลเรือนเพาะชำกล้าไม้ร่วมกับนักเรียนและครูในท้องถิ่น กิจกรรม Sea Scan ซึ่งเป็นกิจกรรมทำความสะอาดชายหาด คัดแยกขยะ และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาขยะทะเล ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีโดรนบินสำรวจเพื่อตรวจจับอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งหรือสูญหาย (ghost gear) ตามแนวชายฝั่ง กิจกรรม ReLoop ReUse ที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านการนำอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งหรือหมดสภาพ มาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ใช้งานได้จริง ปิดท้ายด้วยกิจกรรม Tuna Lab ซึ่งแสดงให้เห็นการใช้ประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากรอาหารทะเล นับตั้งแต่การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารและโภชนาการ การสกัดแคลเซียมจากกระดูกปลา ไปจนถึงการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง

 

 

นอกจากนี้ กิจกรรมวัน SeaChange® Day ยังตอกย้ำถึงความร่วมมือระหว่างไทยยูเนี่ยนกับพันธมิตร ในการผลักดันพันธกิจSeaChange® 2030 ไปสู่การปฏิบัติจริง

  • ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษาประเทศไทย (EEC): ขับเคลื่อนการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมผ่านการลงมือปฏิบัติจริง นับตั้งแต่การศึกษาเกี่ยวกับระบบนิเวศป่าชายเลนและท้องทะเล ไปจนถึงกิจกรรมปลูกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ในกลุ่มเยาวชน
  • ARRI (Aerial Recon & Recovery Initiative): สาธิตการใช้โดรนและเทคโนโลยี AI เพื่อตรวจจับและระบุพิกัดอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้งหรือสูญหาย ซึ่งเป็นหนึ่งในประเภทขยะทะเลที่อันตรายที่สุด และการนำขยะทะเลกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่
  • Second Life: นำเสนอแนวทางการคัดแยกและจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง เพื่อแสดงให้เห็นถึงกระบวนการเก็บกู้ คัดแยกประเภท และส่งต่อขยะที่มีความเสี่ยงไหลลงสู่ทะเล (Ocean-Bound Plastic) ไปบริหารจัดการอย่างเหมาะสม
  • Seven Clean Seas: สนับสนุนภารกิจลดขยะพลาสติกในทะเลของไทยยูเนี่ยน ผ่านโครงการ HIPPO ระบบเก็บขยะในแม่น้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ช่วยดักจับขยะพลาสติกในแม่น้ำเจ้าพระยาก่อนไหลลงสู่ทะเล

 

 

ในโอกาสครบรอบ 10 ปีกลยุทธ์ SeaChange® กิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นแนวทางการต่อยอดกลยุทธ์ความยั่งยืนสู่การปฏิบัติจริง ผ่านการให้ความรู้ แนวทางการฟื้นฟูระบบนิเวศ การส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน และการผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรในภาคส่วนต่างๆ ภายใต้กรอบการดำเนินงานของกลยุทธ์ SeaChange® 2030 ไทยยูเนี่ยนยังคงมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอาหารทะเลโลก ควบคู่ไปกับการปกป้องทรัพยากรทางทะเล ระบบนิเวศ และชุมชน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืนของอาหารทะเล

 

[อ่าน 55]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
HONOR 600 Series กระแสแรงเกินต้าน! ผู้บริโภคตอบรับล้นหลาม ตอกย้ำสมาร์ตโฟน AI ที่ครบเครื่องที่สุดแห่งปี
หนุ่ม–กรรชัย ลุย Pet Care จับมือ MONSTER LAB–Morena Solutions ปั้นนวัตกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม
ครั้งแรก! เวียตเจ็ทไทยแลนด์สวนกระแสอุตฯ การบิน เดินหน้ารุกตลาดมาเลเซีย เตรียมเปิดเส้นทาง “กรุงเทพฯ–กัวลาลัมเปอร์”
“เอส โคล่า” ผลักดันวงการบาสไทย สานต่อ Passion คนรุ่นใหม่ ผ่านการแข่งขัน “est COLA 3x3 Basketball U-League”
SIG จับมือ WWF ประเทศไทย เผยความคืบหน้า โครงการ Forests Forward ปีที่ 2
AIS Business ผนึก ไมโครซอฟท์ เปิดตัว “AI Ready for SMEs” เร่งยกระดับผู้ประกอบการไทย ใช้ AI อย่างปลอดภัย
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved