SIG จับมือ WWF ประเทศไทย เผยความคืบหน้า โครงการ Forests Forward ปีที่ 2
04 Jun 2026

 

SIG ผู้นำด้านโซลูชันบรรจุภัณฑ์ระดับโลก และ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ประกาศความคืบหน้าความร่วมมือปีที่ 2 ในโครงการ Forests Forward ที่มุ่งอนุรักษ์ และยกระดับการจัดการผืนป่าอย่างยั่งยืนครอบคลุมพื้นที่กว่า 375,000 ไร่ (60,000 เฮกตาร์) ใน 3 พื้นที่ยุทธศาสตร์ของประเทศ ได้แก่ พื้นที่แนวเชื่อมต่อผืนป่าแม่ปิง–แก่งกรุง พื้นที่ลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง และกลุ่มผืนป่า ดงพญาเย็น–ทับลาน ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศ และวิถีชีวิตของชุมชนที่อาศัยอยู่ร่วมกับผืนป่าและพื้นที่ชุ่มน้ำโดยรอบ โดยโครงการนี้ยังสอดคล้องกับแนวทาง 30x30 ของประเทศไทย ซึ่งตั้งเป้าอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่บนบกและทางทะเลให้ได้ 30% ภายในปี 2573 โดยมุ่งยกระดับความสมบูรณ์ของผืนป่า เสริมความแข็งแรงของระบบนิเวศ และสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นให้สามารถอยู่ร่วมกับทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน

 

 

ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 โครงการได้ขับเคลื่อนการฟื้นฟูระบบนิเวศและการอนุรักษ์ป่าในหลายมิติ ทั้งการฟื้นฟูพื้นที่ป่า การเสริมศักยภาพเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการติดตามและเฝ้าระวัง รวมถึงการส่งเสริมบทบาทของชุมชนในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ โดยผลลัพธ์สำคัญประกอบด้วย การฟื้นฟูพื้นที่ป่าโดยตรงรวม 435.75 ไร่ (69.72 เฮกตาร์) ในพื้นที่เป้าหมาย 5 แห่ง การฝึกอบรมด้านระบบลาดตระเวน SMART Patrol แก่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า 120 คน การเสริมความเข้มแข็งให้แก่ป่าชุมชน 47 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 59,298 ไร่ (9,883 เฮกตาร์) รวมถึงการจัดตั้งเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำชุมชน 31 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 887.5 ไร่ (142 เฮกตาร์) ในลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง

 

อีกทั้งยังพบรายงานเหตุความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าลดลงถึง 30% โดยมีทีมตอบสนองเหตุฉุกเฉินจำนวน 5 ทีม พร้อมฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ 25 คนให้สามารถใช้โดรนตรวจจับความร้อน (Thermal Drone) เพื่อเฝ้าระวังและติดตามช้างป่าในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดความขัดแย้ง ขณะเดียวกัน ยังมีการติดตั้งระบบเฝ้าระวังไฟป่าแบบเรียลไทม์ครอบคลุมพื้นที่กว่า 156,250 ไร่ (25,000 เฮกตาร์) ในแนวผืนป่าแม่ปิง โดยใช้โดรนและระบบกล้องถ่ายทอดสด เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

 

นายวัชรพงศ์ อึงศรีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการเขตประเทศไทย ลาว พม่า และกัมพูชา เอสไอจี กล่าวว่า “ป่าที่สมบูรณ์เป็นรากฐานสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ ช่วยรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และคุณภาพชีวิตของชุมชนที่พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ ความร่วมมือกับ WWF ประเทศไทยสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ SIG ในการดำเนินงานที่สร้างผลลัพธ์เชิงบวกอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การฟื้นฟูป่า การพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ การส่งเสริมการอนุรักษ์ที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน ไปจนถึงการลดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจ ด้านการฟื้นฟูธรรมชาติของ SIG ที่เชื่อมโยงการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ การเสริมสร้างความยืดหยุ่นของระบบนิเวศ และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในระยะยาว”

 

เนื่องในโอกาสวันสิ่งแวดล้อมโลก 2569 (5 มิถุนายน) ผู้บริหารระดับสูงจาก SIG และ WWF ประเทศไทย ร่วมกับตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ เครือข่ายพันธมิตร และชาวบ้านหนองโสนกว่า 180 คน ในตำบลย่านรี อำเภอสามเงา จังหวัดตาก ได้เข้าร่วมพิธีบวชป่าตามประเพณีและกิจกรรมปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศท้องถิ่น โดยภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการแสดงความคืบหน้าของโครงการ พร้อมพิธีมอบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติบุคคลและองค์กรชุมชนที่มีบทบาทสำคัญในโครงการอนุรักษ์

 

 

นายรัฐพล พิทักษ์เทพสมบัติ รองผู้อำนวยการฝ่ายอนุรักษ์และผู้อำนวยการส่วนงานกลุ่มป่าไม้องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล สำนักงานประเทศไทย กล่าวว่า “ความท้าทายสำคัญของการอนุรักษ์ป่าในปัจจุบัน คือการสร้างสมดุลระหว่างวิถีชีวิตของผู้คนกับการอยู่รอดของสัตว์ป่า ความร่วมมือกับ SIG ช่วยให้เราสามารถนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการอนุรักษ์ ไม่ว่าจะเป็นระบบเฝ้าระวังไฟป่าแบบเรียลไทม์ หรือการใช้โดรนตรวจจับความร้อนเพื่อติดตามช้างป่าในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งผลลัพธ์คือการลดความขัดแย้งระหว่างคนและสัตว์ป่าลงได้ 30% และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต จึงเป็นบทพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีและการมีส่วนร่วมของชุมชนสามารถช่วยปกป้องผืนป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

 

ด้าน นายวรภัทร คำไคร้ ผู้ใหญ่บ้านหนองโสน จังหวัดตาก กล่าวว่า “สำหรับชุมชนของเรา พิธีบวชป่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่แสดงเจตนาของชุมชนในการดูแลและปกป้องผืนป่าที่เป็นแหล่งพึ่งพิงของทุกคน การฟื้นฟูป่าไม่เพียงช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่ยังช่วยคืนความชุ่มชื้น แหล่งอาหาร และความสมดุลให้กับระบบนิเวศ เมื่อป่ามีความสมบูรณ์ สัตว์ป่าก็สามารถอาศัยอยู่ในถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติ ขณะที่ชุมชนก็สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยมากขึ้น นี่คือสิ่งที่เราอยากรักษาไว้ให้ลูกหลานและคนรุ่นต่อไป”

 

 

ทั้งนี้ ในปีที่ 3 ของโครงการ SIG และ WWF ประเทศไทย จะยังคงเดินหน้าต่อยอดผลการดำเนินงานในทั้ง 3 พื้นที่เป้าหมาย โดยให้ความสำคัญกับการเสริมประสิทธิภาพการจัดการพื้นที่คุ้มครอง การสนับสนุนงานอนุรักษ์ที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน การยกระดับระบบติดตามและเฝ้าระวัง ตลอดจนการขยายผลแนวทางที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกในพื้นที่เป้าหมายต่อไป

 

[อ่าน 77]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
HONOR 600 Series กระแสแรงเกินต้าน! ผู้บริโภคตอบรับล้นหลาม ตอกย้ำสมาร์ตโฟน AI ที่ครบเครื่องที่สุดแห่งปี
"ไทยยูเนี่ยน" เดินหน้าภารกิจรักษ์โลกก้าวสู่ปีที่ 10 จัดกิจกรรม “Sea The Change Be The Change”
หนุ่ม–กรรชัย ลุย Pet Care จับมือ MONSTER LAB–Morena Solutions ปั้นนวัตกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม
ครั้งแรก! เวียตเจ็ทไทยแลนด์สวนกระแสอุตฯ การบิน เดินหน้ารุกตลาดมาเลเซีย เตรียมเปิดเส้นทาง “กรุงเทพฯ–กัวลาลัมเปอร์”
“เอส โคล่า” ผลักดันวงการบาสไทย สานต่อ Passion คนรุ่นใหม่ ผ่านการแข่งขัน “est COLA 3x3 Basketball U-League”
AIS Business ผนึก ไมโครซอฟท์ เปิดตัว “AI Ready for SMEs” เร่งยกระดับผู้ประกอบการไทย ใช้ AI อย่างปลอดภัย
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved