
โจทย์สำคัญของประเทศไทยจึงไม่ใช่แค่การดึงนักท่องเที่ยวกลับมา แต่คือการวางตำแหน่งประเทศให้เป็น จุดหมายปลายทางคุณภาพที่สามารถเติบโตควบคู่กับความยั่งยืนได้ในระยะยาว
ล่าสุด Bangkok Climate Action Week (BKKCAW) 2026 ประกาศความร่วมมือกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางที่เรื่องความยั่งยืนและการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไม่ใช่เพียงแนวคิดตามกระแส แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน การอนุรักษ์ทรัพยากร และประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่
พฤติกรรมนักท่องเที่ยวทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของประเทศไทยในการยกระดับสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณค่าและยั่งยืน ภายใต้กรอบ Amazing Thailand ที่ให้ความสำคัญทั้งเรื่องความปลอดภัย ความสะอาด ความเป็นธรรม และความยั่งยืน
ความร่วมมือระหว่าง BKKCAW และ ททท. จึงน่าสนใจในมุมที่นำ “Climate Action” เข้ามาเชื่อมกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยตรง ผ่านทั้งนวัตกรรม การมีส่วนร่วมของชุมชน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
เป้าหมายไม่ใช่เพียงการสร้างภาพลักษณ์ด้าน Green Tourism แต่คือการทำให้ความยั่งยืนกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Value Proposition ของประเทศไทยในตลาดท่องเที่ยวโลก
อีกหนึ่งแกนสำคัญคือการเชื่อมความร่วมมือครั้งนี้เข้ากับยุทธศาสตร์ Amazing 5 Economy ซึ่งประกอบด้วย
Life Economy – Sub-Culture Economy – Night Economy – Circular Economy – Platform Economy
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนความพยายามของไทยในการขยายเศรษฐกิจท่องเที่ยวจากโมเดลเดิม ไปสู่การสร้างรายได้จากไลฟ์สไตล์ วัฒนธรรมเฉพาะกลุ่ม เศรษฐกิจกลางคืน ระบบหมุนเวียนทรัพยากร และแพลตฟอร์มดิจิทัล
BKKCAW จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นหนึ่งในเวทีที่เชื่อม นักนวัตกรรม ผู้กำหนดนโยบาย ภาคธุรกิจ และชุมชน เพื่อผลักดันแนวคิดเหล่านี้ให้เกิดเป็นรูปธรรม และสร้างคุณค่าที่กระจายไปยังทั้งผู้คน พื้นที่ และสิ่งแวดล้อม
ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ระบุว่า แม้การท่องเที่ยวจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจำนวนมาก แต่หากไม่มีการบริหารจัดการที่เหมาะสม ก็สามารถสร้างแรงกดดันต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และย้อนกลับมากระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนรวมถึงคุณค่าของประสบการณ์ท่องเที่ยวได้
ดังนั้น ททท. จึงให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในฐานะแนวทางสำคัญสำหรับการสร้างการเติบโตอย่างสมดุลในระยะยาว พร้อมเชื่อมกลยุทธ์ Amazing 5 Economy เข้ากับนวัตกรรมด้าน Climate Action การมีส่วนร่วมของชุมชน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
ในอีกด้าน วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการ Bangkok Climate Action Week และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มองว่า กรุงเทพฯ มีทั้งเสน่ห์และพลังที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลก แต่ความสามารถในการเติบโตอย่างยั่งยืนจะเป็นตัวกำหนดอนาคตของเมือง โดย BKKCAW จะเป็นจุดเชื่อมระหว่างมรดกด้านการท่องเที่ยวของไทยกับบทบาทผู้นำด้าน Climate Action
สำหรับ Bangkok Climate Action Week 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3–11 ตุลาคม 2569 ผ่านกิจกรรมทั่วกรุงเทพฯ โดยรวบรวมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตั้งแต่ภาครัฐ ภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม เยาวชน ไปจนถึงชุมชนท้องถิ่น เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนและผลักดันแนวทางแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืน
จังหวะของการจัดงานยังมีนัยสำคัญ เพราะเกิดขึ้นก่อนการประชุมประจำปีของ World Bank Group และ IMF ที่กรุงเทพฯ ทำให้ BKKCAW 2026 ถูกวางบทบาทเป็นอีกหนึ่งเวทีที่สามารถสะท้อนศักยภาพของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในประเด็น Climate Action การพัฒนาอย่างยั่งยืน และการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจสู่สายตานานาชาติ
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนว่า “ความยั่งยืน” กำลังขยับจากการเป็นเพียงองค์ประกอบด้านภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ไปสู่การเป็น กลยุทธ์ทางเศรษฐกิจและการแข่งขันของประเทศ
เพราะหากไทยสามารถเชื่อมการท่องเที่ยวเข้ากับ Climate Innovation ชุมชน เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และ Circular Economy ได้จริง สิ่งที่เกิดขึ้นจะไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว แต่คือการเพิ่ม มูลค่าต่อการเดินทาง พร้อมกระจายประโยชน์ไปยังพื้นที่และชุมชนมากขึ้น
และนี่อาจเป็นอีกก้าวสำคัญของการเปลี่ยนจาก “Thailand as a Popular Destination” ไปสู่ Thailand as a Sustainable & Meaningful Destination ที่แข่งขันด้วยคุณค่า มากกว่าปริมาณ




