กรมประชาสัมพันธ์ชู “ผ้าไทยร่วมสมัย” เปลี่ยน Legacy ต่อยอด 10 ชุมชน เปิด Pop-up Showcase ณ ICONSIAM 11–13 ส.ค. 69
12 Aug 2026
---------------

กรมประชาสัมพันธ์ชู “ผ้าไทยร่วมสมัย” เปลี่ยน Legacy สู่ Soft Power 
เชื่อมภูมิปัญญา 10 ชุมชนกับดีไซน์ร่วมสมัย เปิด Pop-up Showcase ณ ICONSIAM 11–13 ส.ค. 69

 



จาก “ผ้าไทย” ที่เคยถูกมองว่าเป็นงานหัตถศิลป์ซึ่งผูกโยงกับประเพณีและวัฒนธรรม วันนี้กำลังถูกขยับบทบาทให้ก้าวไปไกลกว่าเดิม ทั้งในฐานะ แฟชั่นร่วมสมัย สินค้าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และ Soft Power ของประเทศ
 


ล่าสุด กรมประชาสัมพันธ์ เดินหน้าสานต่อแนวคิดดังกล่าว ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการและเวทีเสวนาวิชาการภายใต้แนวคิดทุนทางวัฒนธรรมหรือ Legacy สาขาแฟชั่น ในหัวข้อ “การส่งเสริมภูมิปัญญาและหัตถศิลป์แห่งผ้าไทยผ่านมุมมองร่วมสมัย สู่งานฝีมือในโลกยุคปัจจุบัน” พร้อมเปิด Pop-up Showcase ระหว่างวันที่ 11–13 สิงหาคม 2569 ณ ธารา ฮอลล์ ชั้น M ICONSIAM

 

 

งานครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงวางรากฐานสำคัญในการอนุรักษ์และส่งเสริมผ้าไทย พร้อมสืบสานพระราชปณิธานตามแนวพระดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการผลักดันผ้าไทยให้สามารถอยู่ร่วมกับวิถีชีวิตและแฟชั่นยุคใหม่ได้อย่างร่วมสมัย

 

 

การแถลงข่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 โดยมี นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ พร้อมด้วย ดร.ศรินดา จามรมาน, นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก, ศิริชัย ทหรานนท์ นักออกแบบและผู้ก่อตั้งแบรนด์ Theatre และเจนสุดา ปานโต นักออกแบบและผู้ก่อตั้งแบรนด์ Janesuda ร่วมสะท้อนมุมมองถึงการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมสู่โอกาสใหม่ของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย

 

 

Legacy ที่ไม่หยุดอยู่ในพิพิธภัณฑ์

จุดน่าสนใจของโครงการอยู่ที่การตีความคำว่า “Legacy : Creative Continuity & Creativity” ใหม่ โดยไม่ได้มองมรดกทางวัฒนธรรมเป็นเพียงสิ่งที่ต้องเก็บรักษาไว้เหมือนเดิม แต่เป็น “ต้นทุน” ที่สามารถนำมาต่อยอดด้วยความคิดสร้างสรรค์ สร้างผลิตภัณฑ์และคุณค่าใหม่ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละยุค

 

 

แนวคิดดังกล่าวจึงทำให้ “การอนุรักษ์” และ “การค้า” ไม่จำเป็นต้องเดินคนละทาง เพราะหากสามารถรักษา ลวดลาย เทคนิคการทอ เรื่องราว และอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ ควบคู่กับการออกแบบที่ตอบโจทย์ตลาด ก็มีโอกาสช่วยเพิ่มมูลค่าให้ผ้าไทยและสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนในระยะยาว

 

 

ดึง 10 ชุมชนต้นแบบทั่วประเทศ เติมดีไซน์ให้ภูมิปัญญาท้องถิ่น

โครงการเริ่มต้นจากการลงพื้นที่ศึกษาองค์ความรู้ กระบวนการผลิต อัตลักษณ์ และศักยภาพของ 10 ชุมชนและผู้ประกอบการต้นแบบจากทั่วประเทศ ได้แก่ กลุ่มทอผ้าศรีวิชัย จ.สุราษฎร์ธานี, กลุ่ม ธ.มฌโฑ จ.อุดรธานี, กลุ่มขวัญตา จ.หนองบัวลำภู, ME-D NATHAP จ.สงขลา, T.Chattuwan จ.ร้อยเอ็ด, มนตราธิกาญจน์ จ.กาฬสินธุ์, บริษัท ไทยซิลค์วิลเลจ จำกัด จ.เชียงใหม่, อู๋ไหมไทย กลุ่มทอผ้าบ้านแม่สารบ้านตอง จ.ลำพูน, กลุ่มอิมปานิ จ.ราชบุรี และกลุ่มไหมทองสุรนารี จ.นครราชสีมา

ผลงานที่นำมาจัดแสดงจึงไม่ได้เริ่มต้นจากโจทย์แฟชั่นเพียงอย่างเดียว แต่ย้อนกลับไปตั้งแต่รากของภูมิปัญญา กระบวนการผลิต ไปจนถึงการพัฒนาเป็นผลงานร่วมสมัย โดยยังคงรักษาจุดเด่นเฉพาะของแต่ละชุมชนเอาไว้

นี่คือหนึ่งในโมเดลที่สะท้อนว่า หากประเทศไทยต้องการผลักดัน Creative Economy ให้เกิดขึ้นจริง การเชื่อม “คนต้นน้ำ” ซึ่งเป็นเจ้าขององค์ความรู้ เข้ากับนักออกแบบ ผู้ประกอบการ และตลาดปลายน้ำ ถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้มรดกวัฒนธรรมไม่หยุดอยู่แค่การอนุรักษ์

 

 

จากผ้าชุมชน สู่สินค้าแฟชั่นที่แข่งขันได้

อีกแกนของงานคือเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิ นักออกแบบ ผู้ประกอบการ ตลอดจนคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่น ครอบคลุมตั้งแต่การอนุรักษ์ภูมิปัญญา การเพิ่มมูลค่าผ้าไทยและผลิตภัณฑ์ชุมชน ไปจนถึงการพัฒนาสินค้าแฟชั่นให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคและมีศักยภาพแข่งขันในตลาดโลก

โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงทำอย่างไรให้ “คนไทยใส่ผ้าไทยมากขึ้น” แต่คือทำอย่างไรให้ผ้าไทยสามารถถูกออกแบบเป็นสินค้าที่ ใส่ง่าย ใช้ได้จริง มีความร่วมสมัย และมี Story ที่ผู้บริโภคทั้งไทยและต่างประเทศพร้อมจ่าย

เมื่อภูมิปัญญามีดีไซน์เข้ามาเชื่อม และดีไซน์มีตลาดรองรับ สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงการรักษามรดก แต่คือการสร้าง “มูลค่าทางเศรษฐกิจ” จากทุนวัฒนธรรมเดิม

 

 

ดึงคนรุ่นใหม่ถ่ายทอด Soft Power ผ่านแฟชั่น

ภายในงานยังมีแฟชั่นโชว์พิเศษจากผลงานของชุมชนต้นแบบ ถ่ายทอดโดยนายแบบ นางแบบ ศิลปิน และบุคคลที่มีชื่อเสียง อาทิ โอปอล–สุชาตา ช่วงศรี Miss World 2025, ออม–กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์, ลีน่า–ลลินา ชูเอ็ทท์, หมิว–ณัชชา เตชะมงคลาภิวัฒน์ และแบงค์–ศรราม เอนกลาภ

การนำบุคคลที่มีฐานผู้ติดตามในกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสาร นับเป็นอีกกลยุทธ์ที่ช่วยเปลี่ยนภาพจำของผ้าไทย จากสินค้าที่อาจถูกมองว่าเหมาะกับโอกาสพิเศษ ไปสู่แฟชั่นที่สามารถ Mix & Match และสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน

 

 

สิ่งที่น่าจับตาจากโครงการนี้จึงอยู่ที่การขยับ “ผ้าไทย” จาก Cultural Heritage สู่ Cultural Product เพราะ Soft Power จะสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจได้จริง ก็ต่อเมื่อทุนทางวัฒนธรรมสามารถพัฒนาเป็นสินค้า มีตลาด มีผู้บริโภค และมีระบบที่ช่วยให้รายได้ไหลกลับไปถึงเจ้าของภูมิปัญญาในชุมชน

 

 

และหากการเชื่อมต่อระหว่าง ชุมชน–นักออกแบบ–แฟชั่น–คนรุ่นใหม่–ตลาด เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง Legacy ของผ้าไทยก็อาจไม่ได้หมายถึงเพียงมรดกที่ถูกส่งต่อจากอดีต แต่จะกลายเป็น “ทุนอนาคต” ที่ช่วยสร้างทั้งมูลค่าทางเศรษฐกิจและอัตลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลกได้พร้อมกัน

 

 

ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการได้ ฟรี ระหว่างวันที่ 11–13 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00–21.00 น. ณ ธารา ฮอลล์ ชั้น M ICONSIAM

[อ่าน 64]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พช. เปิด THAI TEXTILES TREND 2027 ตีความผ้าไทย เชื่อมวัฒนธรรม–ดีไซน์–แฟชั่นโลก ผ้าไทยก้าวสู่ Global Fashion
BKKCAW x ททท. ดันท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืน เชื่อม Climate Action–Amazing 5 Economy สร้างการเติบโตเชิงคุณค่า
AWC ทุ่ม 2,900 ล้าน ปักหมุดโรงแรมอัลตร้าลักชัวรีริมเจ้าพระยา
ศุภาลัย โชว์ฟอร์ม H1/2569 รายได้รวม 11,081 ล้านบาท กำไรโต 36% เดินหน้าครึ่งปีหลังเต็มสูบ เปิด 19 โครงการใหม่
SC เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่งแคมเปญ “SC Ready to Live” ชูบ้านแต่งครบพร้อมอยู่ ตอบโจทย์คนยุคใหม่
Samsung Galaxy Z8 Series ทุบสถิติยอดพรีออร์เดอร์สมาร์ทโฟนจอพับ สูงสุดเป็นประวัติการณ์
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved