พช. เปิด THAI TEXTILES TREND 2027 ตีความผ้าไทย เชื่อมวัฒนธรรม–ดีไซน์–แฟชั่นโลก ผ้าไทยก้าวสู่ Global Fashion
12 Aug 2026

พช. เปิดตัว “THAI TEXTILES TREND BOOK SPRING/SUMMER 2027”
ชูแนวคิด “REIMAGINE” ตีความผ้าไทยใหม่ เชื่อมรากวัฒนธรรมสู่แฟชั่นร่วมสมัยและตลาดสากล

 



เมื่อ “ผ้าไทย” ไม่ได้ถูกมองเพียงในฐานะมรดกทางวัฒนธรรม แต่กำลังถูกยกระดับให้เป็นทั้ง องค์ความรู้ด้านการออกแบบ เครื่องมือสื่อสารทางวัฒนธรรม และต้นทุนสำคัญของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดรับกับทิศทางแฟชั่นโลกจึงกลายเป็นอีกโจทย์สำคัญในการเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการและนักออกแบบไทยก้าวสู่ตลาดสากล
 

 



ล่าสุด กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย (พช.) เปิดตัวหนังสือพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่สากล ประจำปี 2569 ผลงานเล่มที่ 7 “THAI TEXTILES TREND BOOK SPRING/SUMMER 2027” เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ณ สุราลัย ฮอลล์ ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม โดยมี นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานในพิธี

หนังสือดังกล่าวได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นบรรณาธิการบริหาร และเป็นการน้อมนำแนวพระดำริจากโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” มาต่อยอด โดยนับเป็นพระนิพนธ์เล่มที่ 7 ของโครงการ

 

 

จาก “มรดก” สู่ Cultural Diplomats

แกนสำคัญของ THAI TEXTILES TREND BOOK SPRING/SUMMER 2027 อยู่ภายใต้แนวคิด “REIMAGINE” ซึ่งชวนมองโลกใหม่ผ่านพลังของศิลปะ วัฒนธรรม และงานหัตถกรรม พร้อมนำเสนอแนวคิด “Cultural Diplomats” หรือการใช้วัฒนธรรมเป็นเครื่องมือในการสื่อสารและเชื่อมโยงผู้คนในโลกยุคใหม่

แนวคิดนี้สะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของงานหัตถกรรม จากสิ่งที่เคยถูกผูกไว้กับความเป็นมรดกทางวัฒนธรรม สู่การนำเทคนิคดั้งเดิมกลับมาตีความใหม่ ผสมผสานกับแนวคิดร่วมสมัย เพื่อสร้างผลงานที่ยังคงรากเหง้าของวัฒนธรรม แต่ตอบโจทย์ภาษาแห่งการออกแบบในอนาคตได้มากขึ้น

นี่จึงไม่ใช่เพียง “Trend Book” ที่บอกว่าสี ลวดลาย หรือวัสดุแบบใดกำลังมา แต่สามารถมองได้ว่าเป็น เครื่องมือสร้างทิศทางให้กับนักออกแบบ ผู้ประกอบการ และชุมชนผู้ผลิตผ้าไทย ในการเชื่อมงานหัตถกรรมเข้ากับพฤติกรรมและรสนิยมของตลาดโลก

 

 

4 เทรนด์ ตีความความงามร่วมสมัยผ่านผ้าไทย

หนังสือฉบับนี้ถ่ายทอดแนวโน้ม Spring/Summer 2027 ผ่าน 4 มุมมองของความงามร่วมสมัย ซึ่งสะท้อนวิธีคิดใหม่ต่อชีวิตและโลก ผ่านการตีความงานผ้าและงานหัตถกรรม ได้แก่

1. THE EXQUISITE MOVEMENT – ความงามของการเคลื่อนไหว
หยิบจังหวะของร่างกายและการเคลื่อนไหวมาเป็นแรงบันดาลใจ ผ่านลวดลายเรขาคณิต เส้นสะท้อนแสง เส้นโลหะ และเทคนิคการทอที่สร้างมิติเมื่อผืนผ้าเคลื่อนไหว ทำให้เกิดความรู้สึกถึง “Movement” แม้ผ้าอยู่ในสภาวะนิ่ง

2. THE MASTERPIECE MUSE – เมื่อศิลปะกลายเป็นแรงบันดาลใจที่สวมใส่ได้
เชื่อมความคลาสสิกเข้ากับ Pop และ Modern ผ่านกราฟิก สีตัดกัน การไล่เฉด และการซ้อนทับของลวดลาย ขณะที่เทคนิคดั้งเดิมอย่าง “มัดหมี่” ถูกนำมาตีความใหม่ จนผืนผ้ากลายเป็นเสมือน งานศิลปะที่สามารถสวมใส่ได้

3. THE CLARITY OF IMMORTALITY – ความงามของการมีชีวิตที่ดีและยืนยาว
สะท้อนเทรนด์ด้าน Well-being การดูแลตัวเอง และวิถีชีวิตที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต ผ่านโทนสีธรรมชาติ เช่น เขียว ฟ้า ครีม น้ำตาลอ่อน และเหลืองอ่อน รวมถึงพื้นผิวและการย้อมที่ให้ความรู้สึกเบา สะอาด และผ่อนคลาย

4. THE SANCTUARY WITHIN – พื้นที่แห่งความสงบภายใน
ดึงแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมและการออกแบบภายในมาตีความเป็นงานแฟชั่นและสิ่งทอ ผ่านลวดลายเรขาคณิต Texture และโทนสีเทา เงิน ฟ้าอ่อน เบจ และน้ำตาลอ่อน สร้างความรู้สึกสงบ มั่นคง และเป็นพื้นที่พักพิงทางใจ

 

 

เมื่อแฟชั่นทำหน้าที่เป็น “นักการทูตทางวัฒนธรรม”

อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ Trend Book ฉบับนี้ไม่ได้มองแฟชั่นเพียงในมิติของความสวยงาม แต่ขยายบทบาทไปสู่การเป็น “Cultural Ambassador” หรือ นักการทูตทางวัฒนธรรม ที่สามารถนำรากเหง้าของไทยมาต่อยอดเข้าสู่การออกแบบและวิถีชีวิตแห่งอนาคต

แนวทางดังกล่าวประกอบด้วย 3 กระบวนการสำคัญ คือ Reimagining – การจินตนาการใหม่, Reinterpreting – การตีความใหม่ และ Reinventing – การสร้างสรรค์ใหม่ เพื่อผลักดันแฟชั่นและงานหัตถกรรมให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบวิถีชีวิตที่ยั่งยืนมากขึ้น

สำหรับ MarketPlus ประเด็นนี้สะท้อนภาพที่ชัดขึ้นว่า การยกระดับผ้าไทยในอนาคตอาจไม่ได้แข่งขันกันเพียง “ความสวย” หรือ “ความประณีต” แต่ต้องเชื่อม Culture + Design + Trend + Sustainability เข้าด้วยกัน เพื่อเปลี่ยนทุนทางวัฒนธรรมให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจและสร้างโอกาสในตลาดใหม่

 

 

ดึงดีไซเนอร์–ผู้เชี่ยวชาญต่อยอดองค์ความรู้

ภายในงานเปิดตัวยังมีการเสวนาเกี่ยวกับรายละเอียดของหนังสือ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทยและดีไซเนอร์ชั้นนำของไทย ได้แก่ กุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหารนิตยสารโว้ก ประเทศไทย, ธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทยและที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก”, พลพัฒน์ อัศวะประภา นักออกแบบและเจ้าของแบรนด์ ASAVA และ เจนสุดา ปานโต สิริสันต์ นักออกแบบและผู้ก่อตั้งแบรนด์ JANESUDA

การรวมองค์ความรู้จากทั้งภาครัฐ งานหัตถกรรม และอุตสาหกรรมแฟชั่น จึงถือเป็นอีกกลไกสำคัญที่จะช่วยทำให้ “ผ้าไทย” ขยับจากสินค้าท้องถิ่น ไปสู่การเป็นวัตถุดิบและแนวคิดสำหรับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในระดับสากลได้มากขึ้น

 


 

ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ “THAI TEXTILES TREND BOOK SPRING/SUMMER 2027” เพื่อสัมผัสแนวคิดผ้าไทยและแฟชั่นที่ยั่งยืน ระหว่างวันที่ 11–14 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00–18.00 น. ณ สุราลัย ฮอลล์ ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม

 

[อ่าน 45]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กรมประชาสัมพันธ์ชู “ผ้าไทยร่วมสมัย” เปลี่ยน Legacy ต่อยอด 10 ชุมชน เปิด Pop-up Showcase ณ ICONSIAM 11–13 ส.ค. 69
BKKCAW x ททท. ดันท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืน เชื่อม Climate Action–Amazing 5 Economy สร้างการเติบโตเชิงคุณค่า
AWC ทุ่ม 2,900 ล้าน ปักหมุดโรงแรมอัลตร้าลักชัวรีริมเจ้าพระยา
ศุภาลัย โชว์ฟอร์ม H1/2569 รายได้รวม 11,081 ล้านบาท กำไรโต 36% เดินหน้าครึ่งปีหลังเต็มสูบ เปิด 19 โครงการใหม่
SC เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่งแคมเปญ “SC Ready to Live” ชูบ้านแต่งครบพร้อมอยู่ ตอบโจทย์คนยุคใหม่
Samsung Galaxy Z8 Series ทุบสถิติยอดพรีออร์เดอร์สมาร์ทโฟนจอพับ สูงสุดเป็นประวัติการณ์
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved