
เมื่อ “ผ้าไทย” ไม่ได้ถูกมองเพียงในฐานะมรดกทางวัฒนธรรม แต่กำลังถูกยกระดับให้เป็นทั้ง องค์ความรู้ด้านการออกแบบ เครื่องมือสื่อสารทางวัฒนธรรม และต้นทุนสำคัญของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดรับกับทิศทางแฟชั่นโลกจึงกลายเป็นอีกโจทย์สำคัญในการเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการและนักออกแบบไทยก้าวสู่ตลาดสากล

ล่าสุด กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย (พช.) เปิดตัวหนังสือพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่สากล ประจำปี 2569 ผลงานเล่มที่ 7 “THAI TEXTILES TREND BOOK SPRING/SUMMER 2027” เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ณ สุราลัย ฮอลล์ ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม โดยมี นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานในพิธี
หนังสือดังกล่าวได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นบรรณาธิการบริหาร และเป็นการน้อมนำแนวพระดำริจากโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” มาต่อยอด โดยนับเป็นพระนิพนธ์เล่มที่ 7 ของโครงการ

แกนสำคัญของ THAI TEXTILES TREND BOOK SPRING/SUMMER 2027 อยู่ภายใต้แนวคิด “REIMAGINE” ซึ่งชวนมองโลกใหม่ผ่านพลังของศิลปะ วัฒนธรรม และงานหัตถกรรม พร้อมนำเสนอแนวคิด “Cultural Diplomats” หรือการใช้วัฒนธรรมเป็นเครื่องมือในการสื่อสารและเชื่อมโยงผู้คนในโลกยุคใหม่
แนวคิดนี้สะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของงานหัตถกรรม จากสิ่งที่เคยถูกผูกไว้กับความเป็นมรดกทางวัฒนธรรม สู่การนำเทคนิคดั้งเดิมกลับมาตีความใหม่ ผสมผสานกับแนวคิดร่วมสมัย เพื่อสร้างผลงานที่ยังคงรากเหง้าของวัฒนธรรม แต่ตอบโจทย์ภาษาแห่งการออกแบบในอนาคตได้มากขึ้น
นี่จึงไม่ใช่เพียง “Trend Book” ที่บอกว่าสี ลวดลาย หรือวัสดุแบบใดกำลังมา แต่สามารถมองได้ว่าเป็น เครื่องมือสร้างทิศทางให้กับนักออกแบบ ผู้ประกอบการ และชุมชนผู้ผลิตผ้าไทย ในการเชื่อมงานหัตถกรรมเข้ากับพฤติกรรมและรสนิยมของตลาดโลก

หนังสือฉบับนี้ถ่ายทอดแนวโน้ม Spring/Summer 2027 ผ่าน 4 มุมมองของความงามร่วมสมัย ซึ่งสะท้อนวิธีคิดใหม่ต่อชีวิตและโลก ผ่านการตีความงานผ้าและงานหัตถกรรม ได้แก่
1. THE EXQUISITE MOVEMENT – ความงามของการเคลื่อนไหว
หยิบจังหวะของร่างกายและการเคลื่อนไหวมาเป็นแรงบันดาลใจ ผ่านลวดลายเรขาคณิต เส้นสะท้อนแสง เส้นโลหะ และเทคนิคการทอที่สร้างมิติเมื่อผืนผ้าเคลื่อนไหว ทำให้เกิดความรู้สึกถึง “Movement” แม้ผ้าอยู่ในสภาวะนิ่ง
2. THE MASTERPIECE MUSE – เมื่อศิลปะกลายเป็นแรงบันดาลใจที่สวมใส่ได้
เชื่อมความคลาสสิกเข้ากับ Pop และ Modern ผ่านกราฟิก สีตัดกัน การไล่เฉด และการซ้อนทับของลวดลาย ขณะที่เทคนิคดั้งเดิมอย่าง “มัดหมี่” ถูกนำมาตีความใหม่ จนผืนผ้ากลายเป็นเสมือน งานศิลปะที่สามารถสวมใส่ได้
3. THE CLARITY OF IMMORTALITY – ความงามของการมีชีวิตที่ดีและยืนยาว
สะท้อนเทรนด์ด้าน Well-being การดูแลตัวเอง และวิถีชีวิตที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต ผ่านโทนสีธรรมชาติ เช่น เขียว ฟ้า ครีม น้ำตาลอ่อน และเหลืองอ่อน รวมถึงพื้นผิวและการย้อมที่ให้ความรู้สึกเบา สะอาด และผ่อนคลาย
4. THE SANCTUARY WITHIN – พื้นที่แห่งความสงบภายใน
ดึงแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมและการออกแบบภายในมาตีความเป็นงานแฟชั่นและสิ่งทอ ผ่านลวดลายเรขาคณิต Texture และโทนสีเทา เงิน ฟ้าอ่อน เบจ และน้ำตาลอ่อน สร้างความรู้สึกสงบ มั่นคง และเป็นพื้นที่พักพิงทางใจ

อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ Trend Book ฉบับนี้ไม่ได้มองแฟชั่นเพียงในมิติของความสวยงาม แต่ขยายบทบาทไปสู่การเป็น “Cultural Ambassador” หรือ นักการทูตทางวัฒนธรรม ที่สามารถนำรากเหง้าของไทยมาต่อยอดเข้าสู่การออกแบบและวิถีชีวิตแห่งอนาคต
แนวทางดังกล่าวประกอบด้วย 3 กระบวนการสำคัญ คือ Reimagining – การจินตนาการใหม่, Reinterpreting – การตีความใหม่ และ Reinventing – การสร้างสรรค์ใหม่ เพื่อผลักดันแฟชั่นและงานหัตถกรรมให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบวิถีชีวิตที่ยั่งยืนมากขึ้น
สำหรับ MarketPlus ประเด็นนี้สะท้อนภาพที่ชัดขึ้นว่า การยกระดับผ้าไทยในอนาคตอาจไม่ได้แข่งขันกันเพียง “ความสวย” หรือ “ความประณีต” แต่ต้องเชื่อม Culture + Design + Trend + Sustainability เข้าด้วยกัน เพื่อเปลี่ยนทุนทางวัฒนธรรมให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจและสร้างโอกาสในตลาดใหม่


ภายในงานเปิดตัวยังมีการเสวนาเกี่ยวกับรายละเอียดของหนังสือ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทยและดีไซเนอร์ชั้นนำของไทย ได้แก่ กุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหารนิตยสารโว้ก ประเทศไทย, ธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทยและที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก”, พลพัฒน์ อัศวะประภา นักออกแบบและเจ้าของแบรนด์ ASAVA และ เจนสุดา ปานโต สิริสันต์ นักออกแบบและผู้ก่อตั้งแบรนด์ JANESUDA
การรวมองค์ความรู้จากทั้งภาครัฐ งานหัตถกรรม และอุตสาหกรรมแฟชั่น จึงถือเป็นอีกกลไกสำคัญที่จะช่วยทำให้ “ผ้าไทย” ขยับจากสินค้าท้องถิ่น ไปสู่การเป็นวัตถุดิบและแนวคิดสำหรับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในระดับสากลได้มากขึ้น





ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ “THAI TEXTILES TREND BOOK SPRING/SUMMER 2027” เพื่อสัมผัสแนวคิดผ้าไทยและแฟชั่นที่ยั่งยืน ระหว่างวันที่ 11–14 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00–18.00 น. ณ สุราลัย ฮอลล์ ชั้น 7 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม




