"ไทย" ครองผู้นำตลาดแบรนด์เรสซิเดนซ์ในเอเชีย ดันมูลค่าตลาดพุ่งแตะ 205 พันล้านบาท
17 Jun 2026

 

ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดแบรนด์เรสซิเดนซ์ (branded residences)ในเอเชีย โดยมีจำนวนยูนิตที่เปิดตัวสู่ตลาดสูงที่สุดในภูมิภาคจากการที่แบรนด์โรงแรม แบรนด์ไลฟ์สไตล์ และแบรนด์นอกเหนือจากธุรกิจโรงแรม จากทั่วโลกเร่งขยายสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ขณะที่ผู้พัฒนาโครงการต่างเร่งขยายการลงทุนเพื่อตอบรับความต้องการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรีที่เพิ่มขึ้นทั่วภูมิภาค ตามรายงานจาก Asia Branded Residences Market Review 2026 ของ C9 Hotelworks

 

 

ตลาดแบรนด์เรสซิเดนซ์ของไทยมีมูลค่ารวม 205.3 พันล้านบาท ในปี 2569 เพิ่มขึ้น 13.3% จากปีก่อน พร้อมจำนวนยูนิตที่เปิดตัวสะสม 13,124 ยูนิต ประเทศไทยครองสัดส่วน 26% ของจำนวนยูนิตแบรนด์เรสซิเดนซ์ที่เปิดตัวในเอเชีย ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดในภูมิภาค โดยปัจจุบันมีโครงการแบรนด์เรสซิเดนซ์ 63 โครงการ รวมทั้งสิ้น 13,947 ยูนิต

 

ในภูมิภาคเอเชีย ตลาดแบรนด์เรสซิเดนซ์ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่ารวม 1.3 ล้านล้านบาท ครอบคลุมจำนวนยูนิตที่เปิดตัวแล้ว 50,025 ยูนิต เพิ่มขึ้น 30.3% จากปีก่อนหน้า แม้เวียดนามจะครองอันดับหนึ่งในด้านมูลค่าตลาด แต่ประเทศไทยได้ก้าวเป็นผู้นำในกลุ่มแบรนด์เรสซิเดนซ์ระดับลักชัวรี ด้วยจำนวนโครงการในกลุ่มลักชัวรี 30 โครงการ มากกว่าเวียดนาม (18 โครงการ) และเกาหลีใต้ (13 โครงการ)

 

จากข้อมูลสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดแบรนด์เรสซิเดนซ์กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงของการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น เมื่อจำนวนโครงการในตลาดเพิ่มขึ้น การมีชื่อแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะผลักดันความสำเร็จของโครงการได้อีกต่อไป ผู้พัฒนาโครงการจึงต้องแข่งขันกันในหลายมิติ ทั้งด้านรูปแบบการบริหารจัดการ สิทธิประโยชน์สำหรับเจ้าของที่พัก

 

กลยุทธ์ด้านจุดหมายปลายทาง และความสามารถในการต่อยอดคุณค่าของแบรนด์ให้กลายเป็นมูลค่าในระยะยาวสำหรับที่อยู่อาศัย

บิล บาร์เน็ตต์ กรรมการผู้จัดการ C9 Hotelworks กล่าวว่า “ประเทศไทยได้ก้าวขึ้นเป็นตลาดต้นแบบของแบรนด์เรสซิเดนซ์ในเอเชีย และสิ่งที่โดดเด่นคือจำนวนโครงการระดับลักชัวรีที่อยู่ระหว่างการพัฒนา รวมถึงรูปแบบโครงการที่มีความหลากหลายมากขึ้นและกำลังเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง กรุงเทพฯ ภูเก็ต และจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวของไทย กำลังเปิดโอกาสให้ทั้งแบรนด์และผู้พัฒนาโครงการสามารถขยายการเติบโตได้ผ่านหลากหลายแนวทาง”

 

การเติบโตของตลาดแบรนด์เรสซิเดนซ์ในประเทศไทยกำลังขยายตัวอย่างชัดเจนในหลายพื้นที่สำคัญทั่วประเทศโดยกรุงเทพฯ ยังคงเป็นตลาดแบรนด์เรสซิเดนซ์ในเมืองที่ใหญ่ที่สุดของไทย ด้วยจำนวน 5,031 ยูนิต ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการที่อยู่อาศัยในเมืองที่มาพร้อมบริการ การบริหารจัดการระดับมืออาชีพ และความน่าเชื่อถือจากแบรนด์ชั้นนำ

 

ภูเก็ต ซึ่งมีจำนวน 3,465 ยูนิต ปัจจุบันครองตำแหน่งตลาดแบรนด์เรสซิเดนซ์ในกลุ่มรีสอร์ตที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียในแง่ของจำนวนยูนิต ขณะเดียวกัน หัวหินและพัทยายังคงเป็นตลาดสำคัญที่สะท้อนการเติบโตของแบรนด์เรสซิเดนซ์ในเมืองท่องเที่ยวสำคัญของไทย ส่วนเกาะสมุยกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในฐานะตลาดวิลล่าภายใต้แบรนด์ โดยตลาดวิลล่าตากอากาศระดับลักชัวรีบนเกาะมีจำนวน 3,055 หลังในปี 2568 เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับปีก่อน

 

 

ฐิติวัฒน์ คูวิจิตรสุวรรณ, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Capstone Asset กล่าวว่า “โมเดลรูปแบบการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยภายใต้แบรนด์กำลังเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาและการวางแผนโครงการที่อยู่อาศัยของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ปัจจุบันมาตรฐานของแบรนด์ โครงสร้างการบริหารจัดการ การให้บริการ และการบริหารสินทรัพย์ ล้วนต้องถูกวางแผนและผสานเข้าไปในโครงการตั้งแต่วันแรกของการพัฒนา ขณะเดียวกัน ผู้ซื้อก็ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการและคุณภาพการบริการหลังการส่งมอบโครงการมากขึ้นกว่าที่เคย”

 

ตลาดแบรนด์เรสซิเดนซ์ของไทยกำลังก้าวสู่ระยะใหม่ของการเติบโต โดยไม่ได้พึ่งพาเฉพาะโครงการที่เชื่อมโยงกับแบรนด์โรงแรมเท่านั้น ปัจจุบันประเทศไทยมีโครงการแบรนด์เรสซิเดนซ์แบบสแตนด์อโลนจำนวน 3,008 ยูนิต คิดเป็น 22% ของตลาดทั้งหมด สูงกว่าค่าเฉลี่ยของเอเชียที่ 17% แนวโน้มดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างโดดเด่นในเมืองท่องเที่ยวและจุดหมายปลายทางรีสอร์ตต่าง ๆ สะท้อนความสนใจที่เพิ่มขึ้นต่อการลงทุนและการอยู่อาศัยในเมืองท่องเที่ยวชั้นนำ

 

บทบาทของแบรนด์ในตลาดแบรนด์เรสซิเดนซ์ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยประเทศไทยมีโครงการแบรนด์เรสซิเดนซ์แบบสแตนด์อโลนครอบคลุมแบรนด์หลากหลายระดับ ตั้งแต่แบรนด์ลักชัวรีระดับโลกไปจนถึงแบรนด์นอกอุตสาหกรรมโรงแรม การเกิดขึ้นของโครงการอย่าง Porsche Design Tower Bangkok และ Etro Residences Phuket สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่แบรนด์จากหลากหลายอุตสาหกรรมกำลังขยายบทบาทเข้าสู่ตลาดที่อยู่อาศัยมากขึ้น โดยปัจจุบันแบรนด์นอกภาคธุรกิจโรงแรมมีสัดส่วน 19% ของโครงการแบรนด์เรสซิเดนซ์แบบสแตนด์อโลนทั่วเอเชีย

 

“แบรนด์ไลฟ์สไตล์ในกลุ่มธุรกิจการบริการนำมุมมองและแนวทางที่แตกต่างมาสู่การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย สำหรับโครงการอย่าง SLS Residences Bangkok แบรนด์ต้องสะท้อนตัวตนออกมาในทุกองค์ประกอบของโครงการ ไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบ การสร้างประสบการณ์และกิจกรรมสำหรับผู้อยู่อาศัย มาตรฐานการบริการ และการดำเนินงานในชีวิตประจำวัน ซึ่งช่วยให้ผู้พัฒนาโครงการสามารถสร้างจุดยืนที่ชัดเจนท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นในตลาดลักชัวรี” สเตฟาน มิเชล, ประธานบริษัท Valanti Group

 

เมื่อการแข่งขันในตลาดเพิ่มสูงขึ้น สิ่งที่ผู้ซื้อได้รับหลังการซื้อกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งจุดขายสำคัญของโครงการ นอกเหนือจากการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และบริการสไตล์โรงแรมแล้ว ผู้พัฒนาโครงการยังนำเสนอสิทธิประโยชน์ด้านการเดินทาง การเข้าถึงเครือข่ายระดับโลก และแพลตฟอร์มสมาชิกส่วนบุคคล เพื่อสร้างความแตกต่างและเสริมมูลค่าให้กับโครงการหลังการซื้อ

 

“สิทธิประโยชน์ที่ผู้ซื้อได้รับในวันนี้กำลังมาพร้อมสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมในระดับสากลมากขึ้น ปัจจุบันแบรนด์เรสซิเดนซ์สามารถเชื่อมโยงเจ้าของที่พักเข้ากับเครือข่ายที่อยู่อาศัย จุดหมายปลายทาง และโอกาสด้านการเดินทางแบบเอ็กซ์คลูซีฟในหลากหลายประเทศได้มากขึ้น สิ่งเหล่านี้ช่วยเพิ่มคุณค่าและประโยชน์ในการใช้งานหลังการซื้อ พร้อมทั้งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยให้ผู้พัฒนาโครงการสร้างความแตกต่างในตลาดได้” เวด ชีลีย์, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ThirdHome กล่าว

 

ด้วยแรงขับเคลื่อนจากกรุงเทพฯที่เป็นศูนย์กลางตลาดที่อยู่อาศัยในเมือง ภูเก็ตที่เป็นผู้นำตลาดรีสอร์ตแบรนด์เรสซิเดนซ์ และเกาะสมุยที่กำลังได้รับความสนใจในฐานะตลาดวิลล่าภายใต้แบรนด์แห่งใหม่ ประเทศไทยกำลังตอกย้ำความเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญที่สุดของเอเชียสำหรับการเติบโตของอสังหาริมทรัพย์ภายใต้แบรนด์

 

[อ่าน 84]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้เศรษฐกิจไทยทยอยฟื้นตัวในครึ่งหลังปี 69 ตามแรงหนุนจากมาตรการรัฐ แต่ภาคธุรกิจยังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน
คัมภีร์เลือกที่รักษาสัตว์ คู่มือคู่ใจเพื่อเจ้าตูบเจ้าเหมียว
การเปลี่ยนผ่านสู่ EV ของประเทศไทย กับความท้าทายครั้งใหม่ของธุรกิจประกันภัย
"ฟุตบอลโลก 2026" สร้างแรงขับเศรษฐกิจระยะสั้นกว่า 9 พันล้านดอลลาร์ Allianz Research ชี้ภาคท่องเที่ยว–บริการรับอานิสงส์สูงสุด
มรดกคืออะไร ? มีทรัพย์สินเท่าไหร่ จึงควรทำประกันมรดก
คนไทยไม่ได้จน แต่กำลัง ‘เหนื่อยกับการคิดเรื่องเงิน’ มากกว่าที่เคย
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved