ส่งออกไทย มิ.ย. พุ่ง 20.8% แต่ครึ่งปีหลังเสี่ยงเจอแรงกดดัน Section 301
27 Jul 2026


ส่งออกไทย มิ.ย. พุ่ง 20.8% แต่ครึ่งปีหลังยังต้องลุ้น อิเล็กทรอนิกส์–ตลาดสหรัฐฯ ดันครึ่งปีแรกโต 17.6% ขณะที่ Krungthai COMPASS เตือน Section 301 อาจกดดันความสามารถแข่งขันของผู้ส่งออกไทย
 

การส่งออกไทยในเดือนมิถุนายน 2569 กลับมาขยายตัวโดดเด่น โดยมีมูลค่า 34,655.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 20.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เร่งตัวจากเดือนพฤษภาคมที่เติบโต 10.6% และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 16.9%

หากไม่รวมทองคำ การส่งออกจะขยายตัวสูงถึง 24.4% ส่งผลให้ภาพรวมการส่งออกในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เติบโต 17.6% สะท้อนแรงส่งจากวัฏจักรสินค้าเทคโนโลยี หรือ Technology Cycle ที่ยังคงเป็นเครื่องยนต์สำคัญของภาคส่งออกไทย

แรงขับเคลื่อนหลักมาจากสินค้าอุตสาหกรรมที่ขยายตัว 25.1% โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโต 32.5% ขณะที่การส่งออกไปยังสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึง 44.3% และขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 33

สินค้าที่เติบโตโดดเด่น ได้แก่ โทรศัพท์และอุปกรณ์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 137.9% รวมถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ขยายตัว 63.6% สะท้อนบทบาทของไทยในฐานะฐานการผลิตและประกอบสินค้าเทคโนโลยีเพื่อส่งออกไปยังตลาดโลก

อย่างไรก็ตาม การเติบโตไม่ได้เกิดขึ้นในทุกกลุ่มสินค้า โดยสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรหดตัว 6.5% โดยเฉพาะผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ซึ่งลดลง 18% ขณะที่การส่งออกไปตลาดตะวันออกกลางหดตัว 6.9% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง

ส่งออกโต แต่ขาดดุลการค้าสูง

อีกด้านหนึ่ง การนำเข้าเดือนมิถุนายนมีมูลค่า 41,190.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 50.3% เร่งตัวจากเดือนก่อนที่ขยายตัว 35.1%

สาเหตุสำคัญมาจากการนำเข้าสินค้าทุน วัตถุดิบ และชิ้นส่วนสำหรับผลิตสินค้าเทคโนโลยี เช่น แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรไฟฟ้า เครื่องคอมพิวเตอร์ รวมถึงสินค้าเชื้อเพลิง ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 6,534.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นการขาดดุลต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนภาพสำคัญว่า แม้ยอดส่งออกจะขยายตัวสูง แต่การเติบโตส่วนหนึ่งยังต้องพึ่งพาการนำเข้าชิ้นส่วนและปัจจัยการผลิตจากต่างประเทศในสัดส่วนมาก ทำให้มูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นภายในประเทศอาจไม่ได้เติบโตในระดับเดียวกับตัวเลขการส่งออก

ครึ่งปีหลังจับตา Section 301

Krungthai COMPASS ประเมินว่า การส่งออกไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 มีแนวโน้มเผชิญความเสี่ยงเพิ่มขึ้น หลังแรงหนุนจากการเร่งส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ อาจเริ่มชะลอลง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของมาตรการทางการค้าภายใต้ Section 301

ประเด็นแรกที่ต้องจับตาคือมาตรการเกี่ยวกับสินค้าที่เกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับ หรือ Forced Labor Goods โดยสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีสินค้าจากไทยในวงกว้างในอัตรา 12.5% ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม ซึ่งสูงกว่าอินโดนีเซียและมาเลเซียที่ถูกเรียกเก็บในอัตรา 10%

ส่วนต่างภาษีดังกล่าวอาจทำให้สินค้าไทยเสียเปรียบคู่แข่ง โดยกลุ่มสินค้าที่อาจได้รับผลกระทบมีสัดส่วนประมาณ 62.4% ของมูลค่าการส่งออกไทยไปยังสหรัฐฯ กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มเครื่องจักร ยางและผลิตภัณฑ์ยาง รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า

อีกความเสี่ยงคือประเด็น Structural Excess Capacity หรือกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง ซึ่งไทยเป็นหนึ่งใน 16 ประเทศที่อยู่ระหว่างการสอบสวนของสหรัฐฯ หลังอัตราการใช้กำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมไทยอยู่ต่ำกว่า 60% ต่อเนื่องในช่วงปี 2567–2568

กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ถือเป็นสาขาที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ เพราะมีอัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยเพียง 56.6% แต่ไทยกลับเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ ในกลุ่มดังกล่าวสูงถึง 29.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ขณะเดียวกัน ผู้ส่งออกรายใหญ่ในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีมีสัดส่วนการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนนำเข้า หรือ Import Content สูงถึง 70% สะท้อนว่าการขยายตัวของการส่งออกไทยยังพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากต่างประเทศในระดับสูง

จาก “โตเร็ว” สู่โจทย์สร้างมูลค่าในประเทศ

ตัวเลขส่งออกเดือนมิถุนายนถือเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและความต้องการจากตลาดสหรัฐฯ

แต่ในอีกมุมหนึ่ง การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นถึง 50.3% การขาดดุลการค้าต่อเนื่อง รวมถึงความเสี่ยงด้านภาษีและมาตรการตรวจสอบจากสหรัฐฯ กำลังสะท้อนว่า การแข่งขันในระยะต่อไปอาจไม่ได้วัดกันเพียงว่าไทยส่งออกได้มากเท่าใด

โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่การเพิ่มสัดส่วนวัตถุดิบและชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ ยกระดับเทคโนโลยีและผลิตภาพการผลิต กระจายตลาดส่งออก และสร้างระบบตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานให้สอดคล้องกับมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ

เพราะหากการส่งออกเติบโต แต่ยังพึ่งพาการนำเข้าสูงและมีความเสี่ยงจากมาตรการกีดกันทางการค้า การเติบโตที่เห็นในวันนี้อาจไม่ได้หมายถึงความแข็งแกร่งที่ยั่งยืนของเศรษฐกิจไทยในวันข้างหน้า

[อ่าน 60]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คู่มือเลือกแพคเกจวัคซีนเด็ก แรกเกิดถึง 1 ขวบฉีดอะไรบ้าง ?
finbiz by ttb ชี้ 5 มุมคิดช่วย SME หาโอกาสเติบโต ในวันที่ธุรกิจ “ไปต่อได้ไม่เท่ากัน”
เมื่อ “ความอุ่นใจ” กลายเป็นความคุ้มค่ารูปแบบใหม่
72 % ของผู้นำด้านไอที มองโครงสร้างพื้นฐานไม่ได้มาตรฐาน อุปสรรคการเติบโตของ AI
คนไทยวางแผนสภาพคล่องมากขึ้น ผลสำรวจชี้ 65% เปิดวงเงินสำรองไว้ก่อน ใช้เมื่อจำเป็น–รับมือค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน
5 สิ่งที่โกดัง-คลังสินค้า ควรรู้ก่อนมองหาผู้จำหน่ายรถยกไฟฟ้า
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved