
เทศกาลนี้ริเริ่มโดย แป้ง–ปาจรีย์ สงวนประเสริฐ หรือ Pang Saxpackgirl ศิลปินและนักแซกโซโฟนหญิงชั้นนำของไทย ซึ่งก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะผู้จัดเทศกาลและผู้พัฒนาโปรแกรมการเรียนรู้ด้านดนตรีแจ๊ส ด้วยเป้าหมายสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับนักดนตรีรุ่นใหม่ และผลักดันวงการแจ๊สไทยให้เชื่อมต่อกับเวทีนานาชาติอย่างเป็นรูปธรรม
SCATT Jazz Bangkok ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่างานแสดงดนตรี แต่เป็นพื้นที่เปิดสำหรับเยาวชน นักดนตรีรุ่นใหม่ และผู้ที่หลงใหลในเสียงเพลง ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงตลอด 3 วัน ผ่านเวิร์กช็อป การฝึกซ้อมร่วมกัน และการแสดงสด
หนึ่งในจุดเด่นของงาน คือการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้โดยตรงจากศิลปินในเครือข่าย World Jazz Network หรือ WJN ควบคู่กับนักดนตรีแจ๊สชั้นนำของไทย ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนทั้งด้านเทคนิค ประสบการณ์การทำงาน และมุมมองทางวัฒนธรรมระหว่างศิลปินจากหลายประเทศ
แป้ง–ปาจรีย์ กล่าวว่า SCATT Jazz Bangkok มีความหมายมากกว่าเทศกาลดนตรี เพราะเกิดขึ้นจากความรักในดนตรีแจ๊สและความเชื่อในพลังของศิลปะ โดยต้องการผลักดันให้กรุงเทพฯ กลายเป็นจุดนัดพบของคนรุ่นใหม่ ศิลปิน และผู้ชมจากนานาประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ พัฒนาทักษะ และสร้างแรงบันดาลใจร่วมกัน
“เราอยากให้กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ที่คนรุ่นใหม่ ศิลปิน และผู้ชมจากหลายประเทศ สามารถมาแลกเปลี่ยนความรู้ พัฒนาทักษะ และสร้างแรงบันดาลใจร่วมกันได้จริง”

เบื้องหลังการขับเคลื่อนเทศกาลครั้งนี้ ยังได้รับแรงสนับสนุนจากภาคธุรกิจที่มองเห็นคุณค่าของการลงทุนด้านคนและการศึกษา โดย บราเดอร์ และ BMB แบรนด์ผลิตภัณฑ์เครื่องเสียงและลำโพงคุณภาพจากประเทศญี่ปุ่น เข้ามาร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักของกิจกรรม
ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนแนวคิดขององค์กรที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของเยาวชน ผ่านการสร้างโอกาสในการเรียนรู้และเปิดประสบการณ์ใหม่ให้แก่นักดนตรีรุ่นต่อไป เพราะดนตรีไม่ได้เป็นเพียงความบันเทิง แต่ยังเป็นพลังสร้างสรรค์ที่ช่วยพัฒนาทั้งทักษะ ความคิด และมุมมองต่อโลก
แนวทางนี้สอดคล้องกับปรัชญาของบราเดอร์ภายใต้แนวคิด “At Your Side, Every Side of Life” หรือการพร้อมอยู่เคียงข้างผู้คนในทุกมิติของการใช้ชีวิต
อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของ SCATT Jazz Bangkok คือการสร้างเส้นทางให้นักดนตรีไทยก้าวออกไปแสดงศักยภาพบนเวทีระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยอย่างน้อยปีละ 1 คน ได้เดินทางไปแสดงหรือร่วมกิจกรรมด้านดนตรีในต่างประเทศ
สำหรับศิลปินรุ่นใหม่ โอกาสดังกล่าวสามารถเปลี่ยนทั้งโลกทัศน์และเส้นทางในอนาคต เพราะนอกจากจะได้เรียนรู้มาตรฐานการทำงานระดับโลกแล้ว ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่าความสามารถและความฝันของตนเองสามารถไปได้ไกลกว่าที่เคยคิด
การสนับสนุนจาก Brother และ BMB จึงมีความหมายมากกว่าการสนับสนุนด้านอุปกรณ์หรือโปรดักชัน แต่เป็นการร่วมสร้างระบบนิเวศแห่งโอกาส ให้นักดนตรีรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ ฝึกฝน ทดลอง และเติบโตบนเส้นทางอาชีพอย่างมั่นคง
SCATT Jazz Bangkok จึงสะท้อนภาพความร่วมมือระหว่างภาคศิลปะ การศึกษา และภาคธุรกิจ ที่เข้ามามีบทบาทร่วมกันในการพัฒนาคน สร้างโอกาส และผลักดันวงการดนตรีแจ๊สไทยให้ก้าวไปข้างหน้า
มากกว่าการเฉลิมฉลองเสียงดนตรี เทศกาลนี้กำลังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมศิลปินไทยกับเครือข่ายระดับโลก พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เชื่อมั่นว่า ดนตรีสามารถพาพวกเขาไปได้ไกลกว่าขอบเขตของเวทีในประเทศ



