
ลาซาด้า (Lazada) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยพฤติกรรมนักช้อปในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เจาะ 3 อินไซต์ ตั้งแต่วิธีคิดก่อนสั่งซื้อสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของชีวิตและความเชื่อ การเปิดใจและกระเป๋าเงินยอมจ่ายมากขึ้นเพื่อให้มั่นใจในคุณภาพของสินค้า และการใช้ AI มาเป็นตัวช่วยตัดสินใจในการเลือกและซื้อสินค้า สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่มีบทบาทมากกว่าการเป็นเพียง "ตลาดออนไลน์" แต่เป็นพื้นที่ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการในชีวิตประจำวันของนักช้อปได้อย่างลงตัว เชื่อมโยงกับความคาดหวังของผู้บริโภคที่มีต่อแพลตฟอร์มในยุค “Confidence Commerce”

เทรนด์ 1: ช้อปฮีลใจ พื้นที่เซฟโซนของนักช้อปยุคใหม่
ในโลกที่เต็มไปด้วยสถานการณ์อันตึงเครียดและความไม่แน่นอน นักช้อปในปัจจุบันหันมาซื้อสินค้าเพื่อสร้างความสุขในพื้นที่ส่วนตัว (Comfort Zone) ทั้งการมอบรางวัลให้ตัวเองและเยียวยาจิตใจ สอดคล้องกับรายงาน Global Consumer Trends จาก Euromonitor ที่ระบุว่า 58% ของผู้บริโภคทั่วโลกเผชิญความเครียดระดับปานกลางถึงสูงทุกวัน[1] จึงเริ่มมองหาสินค้าที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยและดูแลตัวเองได้ และ 2 ใน 3 มองหาสิ่งที่ทำให้ชีวิตง่ายและสะดวกสบายขึ้น[2] โดยตะกร้าสินค้าของคนไทยก็สะท้อนเทรนด์นี้ได้อย่างชัดเจน

เทรนด์ 2: ยอมเปย์ซื้อความชัวร์
ตลาดอีคอมเมิร์ซของประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากรายงานของ Momentum Works ที่เผยว่าในปี 2568 ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยเติบโตเร็วและสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึง 69% จากปีก่อนหน้า[3] และจากรายงานของ We are Social ที่พบว่า ชาวไทยคว้าแชมป์โลกการช้อปออนไลน์ โดยถึง 69% ซื้อของออนไลน์เป็นประจำทุกสัปดาห์[4] ท่ามกลางการเติบโตดังกล่าว ลาซาด้าพบว่าพฤติกรรมของนักช้อปไทยกำลังเปลี่ยนแปลงในเชิงคุณภาพอย่างมีนัยสำคัญ โดยนักช้อปเลือกซื้อสินค้าอย่างชาญฉลาด และมองหาความคุ้มค่าในระยะยาวมากขึ้น โดยในแคมเปญ 6.6 ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า “แบรนด์แท้” ยังสำคัญ นอกจากนี้ นักช้อปไทยยังเปิดใจรับแบรนด์ดังจากต่างประเทศมากขึ้นอีกด้วย
ในแคมเปญ 6.6 ที่ผ่านมา ยอดขายของ LazMall เติบโตสูงถึง 6 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะที่ยอดจากทั้งแพลตฟอร์มเติบโต 3 เท่า สะท้อนให้เห็นว่านักช้อปยังคงให้ความสำคัญและเลือก "ของแท้จากแพลตฟอร์มที่ไว้ใจได้"
นอกจากนี้ ในแคมเปญดังกล่าวยังพบว่า ยอดขายของแบรนด์ดังจากต่างประเทศและสินค้าที่อยู่ในกระแสเติบโตถึง 210% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีแบรนด์ดังอย่าง Stanley และ MUVA ติดอันดับสินค้าขายดี สะท้อนว่านักช้อปไทยพร้อมเปิดรับแบรนด์ใหม่และยอมลงทุนกับสินค้าที่มีคุณภาพ ได้รับการยอมรับ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตนเอง

เทรนด์ 3: คนไทยคุย AI ฉ่ำ ยกเป็นตัวช่วยหลักก่อนตัดสินใจ
เทคโนโลยีอย่าง AI เข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการช่วยนักช้อปใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น ด้วยการช่วยตัดตัวเลือกและลดความซับซ้อนระหว่างช้อป โดยรายงาน Voice of the Consumer: Digital Shopper Survey ของ Euromonitor[5] ชี้ให้เห็นว่า 43% ของนักช้อปทั่วโลกใช้ AI ในการเลือกสินค้าและรับคำแนะนำ ในขณะที่ 39% ให้ความสำคัญกับคำแนะนำที่ AI ออกแบบมาให้เหมาะสมกับตัวเอง (Personalized assistance)

เทรนด์เหล่านี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ที่ไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มซื้อ-ขาย แต่คือพื้นที่ที่สามารถตอบโจทย์คุณค่าในชีวิตประจำวัน และส่งมอบ “ความเชื่อมั่น” ให้แก่นักช้อปได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุค Confidence Commerce ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของ ลาซาด้า ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วยคุณภาพและประสบการณ์ช้อปปิงที่เหนือกว่า เพื่อผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืนและมั่นคงของอีคอมเมิร์ซไทยในระยะยาว





