Eco Island จากไอเดียเยาวชน สู่การขับเคลื่อนโดยชุมชน
09 Jul 2026

 

บนเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี รายได้จากการท่องเที่ยวหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนทั้งเกาะ โดยต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 700,000 รายต่อปี แต่ในอีกด้านหนึ่ง เกาะเล็ก ๆ แห่งนี้กำลังเผชิญกับความท้าทายที่ใหญ่กว่าพื้นที่ของตัวเอง ขยะที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยว และขยะพลาสติกที่ถูกพัดพามาจากทะเลในบางฤดูกาล ส่งผลให้เกิดขยะเฉลี่ยมากกว่า 30 ตันต่อวัน ทำให้การจัดการขยะจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทำให้คำถามเรื่อง “ใครควรรับผิดชอบ” จึงค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นคำถามใหม่ที่สำคัญกว่า คือ “จะทำอย่างไรให้ทุกคนบนเกาะมีบทบาทในการดูแลมันร่วมกันได้”คำตอบไม่ได้เกิดขึ้นจากแผนใหญ่เพียงแผนเดียว แต่ค่อย ๆ ก่อตัวจากไอเดีย Eco Island ของเยาวชนกลุ่มหนึ่ง ที่มองเห็นว่าปัญหาขยะอาจไม่ใช่เรื่องของการจัดการปลายทาง หากเป็นเรื่องของพฤติกรรม การเข้าถึงข้อมูล และการมีส่วนร่วมของผู้คนในชีวิตประจำวัน

 

 

จากไอเดียของเยาวชน สู่โจทย์จริงของทั้งเกาะ

จุดเริ่มต้นของแอปพลิเคชั่น Eco Island มาจากโครงการ “Hack the Island” เวทีที่ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากทั่วประเทศร่วมคิดค้นแนวทางในการแก้ไขปัญหาขยะบนเกาะเต่า โครงการได้รับความสนใจจากเยาวชนทั่วประเทศ โดยมีผู้สมัครกว่า 130 คน จาก 53 ทีม ก่อนคัดเลือก 15 ทีมเข้าสู่กิจกรรม Bootcamp เพื่อเรียนรู้เรื่องด้านสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการรีไซเคิลขวด PET การคิดเชิงระบบ ภาวะผู้นำและการพัฒนานวัตกรรมร่วมกับผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์จากสายงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ เครือข่ายเกาะยั่งยืนประเทศไทย และ OGGA Idea ท้ายที่สุด ทีม Aqua Shield คว้ารางวัลชนะเลิศจากแนวคิด“Eco Island”แอปพลิเคชันที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของนักท่องเที่ยวและชุมชนในการจัดการปัญหาขยะบนเกาะเต่าและส่งเสริมการท่องเที่ยว

 

"วันที่ขึ้นไปรับรางวัล เราดีใจมากครับ แต่วันที่ได้เห็น Eco Island ถูกนำมาใช้จริงบนเกาะเต่า มันเป็นความภูมิใจอีกแบบหนึ่ง เพราะเรารู้ว่าไอเดียเล็ก ๆ ของนักเรียน สามารถสร้างประโยชน์ให้กับผู้คนจริง เราหวังว่าแอปนี้จะช่วยให้ทุกคนรู้สึกว่า การดูแลทะเลและการท่องเที่ยวสามารถควบคู่ไปด้วยกันได้" นายเตวิชชา วงศ์เดิม ตัวแทนจากทีม Aqua Shield กล่าว

 

 

นวัตกรรมของแอปพลิเคชั่น Eco Island ไม่ได้หยุดอยู่เพียงที่การแข่งขัน หลังจบโครงการ อินโดรามา เวนเจอร์ส ได้สนับสนุนการต่อยอดแนวคิดสู่การใช้งานจริง ทั้งด้านงบประมาณ การพัฒนาแอปพลิเคชัน และการเชื่อมโยงความร่วมมือกับสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวเกาะเต่า ชุมชนในพื้นที่ หน่วยงานท้องถิ่น และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบนิเวศการท่องเที่ยว เพื่อร่วมกันออกแบบและพัฒนาแพลตฟอร์มให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงของชุมชน มากกว่าแค่ไอเดียที่ดี

 

“เราเชื่อว่าความยั่งยืนจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากผู้คนในชุมชนไม่ได้เป็นเจ้าของการเปลี่ยนแปลง อินโดรามา เวนเจอร์ส จึงมุ่งสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนควบคู่กับการพัฒนาชุมชน การสนับสนุนการเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ และการดูแลสิ่งแวดล้อม เพราะเมื่อเยาวชนมีโอกาสนำความรู้มาสร้างประโยชน์ให้กับพื้นที่จริง และชุมชนร่วมกันต่อยอด แนวคิดเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนและการจัดการขยะก็จะไม่ใช่เพียงทฤษฎี แต่กลายเป็นวิถีที่ทุกคนมีส่วนร่วมได้" นางสาวนวีนสุดา กระบวนรัตน์ รองประธานร่วมฝ่ายสื่อสารองค์กรและความรับผิดชอบต่อสังคม อินโดรามา เวนเจอร์ส กล่าว

 

 

แอปที่ไม่ได้ส่งเสริมแค่การคัดแยกขยะ

ในระยะนำร่องใช้งาน Eco Island ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือกลางที่เชื่อมข้อมูลและผู้คนเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศแห่งการท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟู (Regenerative Tourism) และการดูแลทะเลอย่างยั่งยืน ปัจจุบัน Eco Island ทำหน้าที่เป็น One-stop platform ของเกาะเต่า รวบรวมหมุดหมายปลายทางและกิจกรรมเสริมประสบการณ์ด้านความยั่งยืนมากกว่า 14 แห่งครอบคลุมกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม วิสาหกิจชุมชน ร้านค้าในท้องถิ่น และประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และมีส่วนร่วมกับชุมชนมากขึ้น ผู้ใช้งานสามารถค้นหาจุดทิ้งขยะและจุดรับขยะรีไซเคิลที่อยู่ใกล้ที่สุด อัปโหลดภาพขยะหลังการใช้งาน รวมถึงค้นหาข้อมูลกิจกรรม ร้านค้า และบริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบบนเกาะเต่า

 

 

ข้อมูลจากผู้ใช้งานยังถูกนำไปใช้ต่อยอดเพื่อทำความเข้าใจแนวโน้มของปัญหาขยะในพื้นที่ ช่วยให้ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมองเห็นจุดที่ควรได้รับการดูแลมากขึ้น พร้อมใช้ข้อมูลจริงในการวางแผนและตัดสินใจ แทนการอาศัยเพียงความรู้สึกหรือการคาดการณ์ สำหรับคนบนเกาะ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอาจไม่ใช่แค่เพียง “ข้อมูล” หากคือ “ความสัมพันธ์” ระหว่างผู้คนกับพื้นที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่

 

“สิ่งที่เราได้เห็นตลอดการพัฒนา Eco Island คือทีมผู้พัฒนาเปิดรับความคิดเห็นจากคนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้แพลตฟอร์มค่อย ๆ พัฒนาไปตามความต้องการที่แท้จริงของชุมชน ทั้งในด้านการท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟู การจัดการสิ่งแวดล้อม การสื่อสารข้อมูล และการส่งเสริมกิจกรรมที่สร้างประโยชน์ให้กับเกาะเต่า สิ่งที่น่าประทับใจคือ Eco Island ไม่ได้เป็นเพียง One-stop Platform ที่รวบรวมหมุดหมายปลายทาง กิจกรรมด้านความยั่งยืน และข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไว้ในที่เดียว แต่ยังเป็นพื้นที่กลางที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน ร้านค้าในท้องถิ่น เยาวชน คนในชุมชน และนักท่องเที่ยว ได้เข้ามาเรียนรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และร่วมกันพัฒนาแพลตฟอร์มให้เติบโตไปพร้อมกับความต้องการของพื้นที่จริง เมื่อข้อมูลจากผู้ใช้งานถูกนำมาต่อยอดเพื่อทำความเข้าใจปัญหาในพื้นที่ ควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมของผู้คน Eco Island จึงไม่ได้เชื่อมโยงเพียงข้อมูล แต่ยังเชื่อมโยงผู้คนให้เข้ามามีบทบาทในการดูแลเกาะมากยิ่งขึ้น เราได้เห็นผู้ประกอบการ เยาวชน ชุมชน และนักท่องเที่ยว เริ่มตระหนักว่าทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลเกาะเต่าได้ในแบบของตนเอง และเมื่อการมีส่วนร่วมเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟูและการจัดการสิ่งแวดล้อมก็จะไม่ใช่เพียงแนวคิด แต่จะค่อย ๆ กลายเป็นวิถีของชุมชน และเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาเกาะเต่าให้เติบโตอย่างยั่งยืน” นางรำลึก อัศวชิน นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวเกาะเต่า กล่าว

 

 

เมื่อชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมขับเคลื่อนและพัฒนา

สำหรับผู้ประกอบการบางราย การเข้าร่วม Eco Island ไม่ได้หมายถึงแค่การอยู่ในแพลตฟอร์ม แต่เป็นโอกาสในการพบกับนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม และต้องการเข้าใจเรื่องราวของเกาะมากกว่าการเดินทางพักผ่อนเพียงชั่วคราว ขณะที่คนในชุมชนเองเริ่มเห็นว่าการจัดการขยะไม่ใช่ภาระของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของทุกคน ตั้งแต่นักท่องเที่ยว ร้านค้า ไปจนถึงหน่วยงานท้องถิ่น

 

“หลังจากเข้าร่วม Eco Island เราได้รู้จักนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ที่สนใจเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมและวิถีชุมชนมากขึ้น หลายคนไม่ได้มองหาเพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่ต้องการทำความรู้จักกับผู้คนและเรื่องราวของเกาะเต่าด้วย เมื่อก่อนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวแล้วก็กลับ แต่วันนี้หลายคนอยากรู้ว่าพวกเขาจะช่วยอะไรเกาะแห่งนี้ได้บ้าง สำหรับเรา นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่มีค่ามาก” นางสาวสุดใจ บุญสุข เจ้าของร้าน CoCo Tie Dye Koh Tao กล่าว

 

นักท่องเที่ยวสามารถค้นหาจุดทิ้งขยะหรือกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมได้ง่าย ขึ้นผู้ประกอบการท้องถิ่นมีช่องทาง ในการสื่อสารเรื่องราวและความพยายามด้านความยั่งยืนของตนเองขณะที่ข้อมูลจากการใช้งานยังช่วยให้ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้จะเป็นเพียงก้าวเล็ก ๆ แต่แอป Eco Island ได้ช่วยเปลี่ยนบทบาทของผู้คนจาก “ผู้ใช้ประโยชน์จากเกาะ” ให้กลายเป็น “ผู้ร่วมดูแลเกาะ” มากขึ้น

 

 

บทเรียนจากเกาะเล็ก ๆ ที่อาจสำคัญกว่าที่คิด

ล่าสุด Eco Island ได้รับการนำเสนอเป็นกรณีศึกษาภายในงาน Thailand Sustainable Islands Tourism Symposium ครั้งที่ 4 ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในช่วงสัปดาห์วันมหาสมุทรโลก โดยมีตัวแทนจากเกาะต่าง ๆ กว่า 30 แห่งทั่วประเทศเข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวคิดด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ภายในงาน อินโดรามา เวนเจอร์ส ได้มีเวทีจัดกิจกรรม “New Waves” เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้ร่วมสำรวจศักยภาพ ความท้าทาย และโอกาสของแต่ละเกาะ ก่อนนำกรณีศึกษาของ Eco Island มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในฐานะตัวอย่างของการสร้างนวัตกรรมผ่านความร่วมมือระหว่างเยาวชน ชุมชน และภาคธุรกิจบนเกาะเต่า

 

Eco Island อาจเริ่มต้นจากไอเดียของเยาวชน และเติบโตขึ้นจากการสนับสนุนจากหลากภาคส่วน แต่หัวใจของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ใครเป็นผู้สร้าง หากอยู่ที่การที่หลายฝ่ายยอม “เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งและร่วมขับเคลื่อนไปด้วยกัน”เพราะท้ายที่สุด การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบนเกาะเต่าไม่ได้มาจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่คนหลากหลายกลุ่ม อาทิ เยาวชน ชุมชน ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยว เริ่มมองเห็นว่าอนาคตของเกาะไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นของทุกคนที่ใช้ชีวิตและเติบโตไปพร้อมกันในทุกวัน

 

[อ่าน 48]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
CardX ผนึก “เมกาบางนา” ปลุกกำลังซื้อครึ่งปีหลังผ่านแคมเปญ “สุข X4 กิน ช้อป คุ้ม ที่เมกาบางนา”
MALEE ประกาศพันธกิจ ESG เป็น Growth Engine สร้าง New Era of Wellness นำทรัพยากรเกษตรเหลือใช้ ขับเคลื่อน Upcycling
"แมคโดนัลด์ ประเทศไทย" คว้าสิทธิ์บริหารแฟรนไชส์ต่ออีก 20 ปี ปักหมุดขยายสาขาเท่าตัวภายในปี 2033 สร้างงานกว่า 6,000 อัตรา
"สโคป" ขึ้นแท่นแบรนด์ Ultra Luxury อันดับ 1 ดัน สโคป หลังสวน ปิดขาย 2 ห้องนอน 100% สวนกระแสเศรษฐกิจ
Xiaomi EV เผยโฉม ‘SkyNomad’ ซีรีส์รถยนต์ SUV พื้นที่กว้างสุดอัจฉริยะ ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ดั่งใจ
ความหวังใหม่ของสังคมสูงวัย งานวิจัยชี้ “เปปไทด์จากเนื้อไก่” ช่วยลดความเสี่ยงของอัลไซเมอร์
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved