K WEALTH ชี้ กลุ่มมั่งคั่งสูงทั่วโลก เตรียมรับมือ “The Great Wealth Transfer” ส่งต่อสินทรัพย์มูลค่ากว่า 622 ล้านล้านบาท ให้รอดถึงทายาทรุ่นต่อไป
15 Jul 2026

 

K WEALTH จับมือลอมบาร์ด โอเดียร์ (Lombard Odier) พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านไพรเวทแบงก์กิ้งระดับโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ ยกระดับบริการบริหารสินทรัพย์ครอบครัว (Estate Planning) ให้กับลูกค้าเคแบงก์ ไพรเวท แบงกิ้ง (KBank Private Banking) วางแผนจัดการสินทรัพย์อย่างเป็นระบบ และช่วยทุกครอบครัวทำตามแผนได้อย่างแท้จริง เพื่อรักษาและส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่นที่ยั่งยืน คาดภายในปี 2573 สินทรัพย์ในเอเชียมูลค่ากว่า 90 ล้านล้านบาท เตรียมส่งต่อให้ทายาทรุ่นต่อไป

 

ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี การบริหารสินทรัพย์ครอบครัวของกลุ่มมั่งคั่งสูงทั่วโลกกำลังยืนอยู่บนหมุดหมายสำคัญ โดย K WEALTH ศูนย์รวมบริการและคำปรึกษาด้านการบริหารความมั่งคั่งและการลงทุน ธนาคารกสิกรไทย ระบุว่า การส่งต่อความมั่งคั่งครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์หรือที่เรียกว่า The Great Wealth Transfer กำลังกลายเป็นบททดสอบสำคัญของธุรกิจครอบครัวทั่วโลก โดยไม่ใช่เป็นแค่การโอนย้ายทรัพย์สินสู่ทายาทรุ่นต่อไป แต่โจทย์สำคัญคือ การอยู่รอดของความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่น

 

ข้อมูลจากรายงาน Preservation and Succession: Family Wealth Transfer 2021 คาดการณ์ว่า ภายในปี 2573 เม็ดเงินมหาศาลถึง 18.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 622 ล้านล้านบาท) จะถูกส่งต่อจากรุ่นผู้ก่อตั้ง (Baby Boomers & Silent Generation) ไปสู่มือทายาทรุ่นถัดไป (Gen X, Millennials และ Gen Z) โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย สินทรัพย์ที่จะเปลี่ยนมือนั้นมีมูลค่าสูงถึง 2.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 90 ล้านล้านบาท และที่น่าสนใจคือ สินทรัพย์เหล่านี้ส่วนใหญ่ขับเคลื่อนอยู่ในรูปแบบของธุรกิจครอบครัว

 

 

นายพีระพัฒน์ เหรียญประยูร Managing Director, Family Wealth Solution Head - Estate Planning​ Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ความท้าทายของ The Great Wealth Transfer ไม่ได้อยู่ที่ มูลค่าทรัพย์สิน แต่คือการวางแผนการจัดการที่มีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านเป้าหมาย ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของครอบครัว และโครงสร้างที่ยืดหยุ่นและปรับตัวไปตามสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ท่ามกลางความเสี่ยงที่จะทำให้สินทรัพย์มีมูลค่าลดลง โดยเฉพาะในบริบทที่เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน เทคโนโลยี AI ค่านิยมที่ปรับเปลี่ยนไป กฎเกณฑ์ด้านภาษีและกฎหมายมีความซับซ้อนมากขึ้น การส่งต่อความมั่งคั่งจึงไม่ได้มีแค่รูปแบบเดิม ๆ อีกต่อไป

 

The Asian Crisis: 3 วิกฤตเงียบในโครงสร้างของการส่งต่อความมั่งคั่ง

จากการศึกษากลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง (HNW Study) ร่วมกันระหว่างเคแบงก์ ไพรเวท แบงกิ้ง กับ ลอมบาร์ด โอเดียร์ พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านไพรเวทแบงก์กิ้งระดับโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ พบข้อมูลที่น่ากังวลว่า มีเพียง 21.2% ของครอบครัวผู้มีความมั่งคั่งสูงในประเทศไทย ที่มีความเข้าใจและเป้าหมายร่วมกันเกี่ยวกับการบริหารและส่งต่อความมั่งคั่งของครอบครัวอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ในการสำรวจกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงกว่า 390 รายทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ยังชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของโครงสร้างความมั่งคั่งและธุรกิจครอบครัวในเอเชีย ผ่าน 3 ประเด็นท้าทายสำคัญ ดังต่อไปนี้

 

วิกฤตการขาดแผนสืบทอดที่เป็นรูปธรรม (Succession Planning Deficit)

แม้ว่ากลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงในประเทศไทยจะให้ความสำคัญกับการรักษาความมั่งคั่งเป็นอันดับแรก โดย 72.7% มองว่าเป็นเป้าหมายหลักในการส่งต่อหรือรับช่วงความมั่งคั่งของครอบครัว แต่มีเพียง 18.2% เท่านั้น ที่มีแผนการสืบทอดความมั่งคั่งที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ซึ่งยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ 26.9% ขณะที่เกือบ 40% ยอมรับว่ายังไม่เคยมีการวางแผนสืบทอดใด ๆ

 

ช่องว่างทางความคิดในการบริหารจัดการและรับช่วงต่อ (Next-Gen Disconnect)

ผู้ก่อตั้งธุรกิจจำนวนมากยังคงคุ้นเคยกับการบริหารแบบรวมศูนย์ ส่งผลให้ทายาทรุ่นใหม่บางส่วนรู้สึกมีบทบาทจำกัดและเลือกสร้างเส้นทางอาชีพของตนเองแทนการรับช่วงต่อธุรกิจครอบครัว สอดคล้องกับผลสำรวจที่พบว่า 29% ของผู้ตอบแบบสอบถาม มองว่า ความสนใจและความพร้อมของทายาทรุ่นถัดไป (Next Gen) เป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของการส่งต่อธุรกิจและความมั่งคั่งของครอบครัว

 

มรดกเป็นเรื่องห้ามพูด (The Taboo Obstacle)

โดยผลสำรวจพบว่า เกือบ 29% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ระบุว่า การพูดคุยในประเด็นอ่อนไหวภายในครอบครัว เช่น เรื่องมรดก การแบ่งทรัพย์สิน หรือแผนการส่งต่อความมั่งคั่ง ยังคงเป็นเรื่องต้องห้าม (Taboo) ในวัฒนธรรมเอเชียหลายประเทศ

 

การขาดการสื่อสารอย่างเปิดเผยภายในครอบครัวถือเป็นความเสี่ยงที่มักถูกมองข้าม โดยเฉพาะเมื่อ 28.8% ระบุว่า การขาดการสื่อสารระหว่างสมาชิกในครอบครัวเป็นความท้าทายสำคัญ ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งและกระทบต่อการส่งต่อความมั่งคั่งในระยะยาว

 

 

มร.วินเซนต์ มาเนียนาต์ Limited Partner & Global Head of Strategic Alliances ลอมบาร์ด โอเดียร์ กล่าวว่า ผลสำรวจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของสถาบันการเงินในการช่วยลูกค้ากลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง (HNWIs) วางแผนบริหารและส่งต่อความมั่งคั่งของครอบครัวอย่างยั่งยืน โดยลอมบาร์ด โอเดียร์ กับ K WEALTH ในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ จึงยกระดับการให้บริการวางแผนความมั่งคั่งแบบองค์รวม เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าเคแบงก์ ไพรเวท แบงกิ้ง (KBank Private Banking) สามารถรักษา ต่อยอด และส่งต่อความมั่งคั่งสู่คนรุ่นถัดไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว

 

Family Office โต 200% เมื่อครอบครัวยุคใหม่แยกความเป็นเจ้าของ ออกจาก การบริหาร

นายพีระพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หนึ่งในแนวโน้มที่เห็นได้ชัดในระดับโลก คือการเติบโตของ Family Office และการแยกบทบาทระหว่างความเป็นเจ้าของกับการบริหารจัดการออกจากกันอย่างชัดเจน โดยครอบครัวรุ่นใหม่จำนวนมากเปิดโอกาสให้ทายาทเลือกเส้นทางชีวิตที่ตนเองต้องการ ขณะเดียวกันก็นำผู้บริหารมืออาชีพเข้ามาบริหารธุรกิจแทน ส่งผลให้ความต้องการจัดตั้ง Family Office ในเอเชียเติบโตขึ้นเกือบ 200% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

 

บริการบริหารสินทรัพย์ครอบครัวที่วางแผนอย่างเป็นระบบ ช่วยครอบครัวทำตามแผนได้อย่างแท้จริง

เพื่อตอบโจทย์ความซับซ้อนที่มากขึ้นในยุค The Great Wealth Transfer เคแบงก์ ไพรเวท แบงกิ้ง จึงได้ยกระดับการให้บริการบริหารสินทรัพย์ครอบครัว (Estate Planning) โดยผสานองค์ความรู้ความเชี่ยวชาญจากลอมบาร์ด โอเดียร์ ที่มีประสบการณ์บริหารความมั่งคั่งให้ครอบครัวชั้นนำทั่วโลกมายาวนานกว่า 230 ปี และสามารถส่งต่อธุรกิจได้ต่อเนื่องถึง 7 รุ่น เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ภาษี และการจัดโครงสร้างการถือครองสินทรัพย์ในบริบทของประเทศไทย

 

การขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์ในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำบทบาทของ K WEALTH ในฐานะที่ปรึกษาที่ได้รับความไว้วางใจ (Lifelong Trusted Advisor) ในการบริหารจัดการสินทรัพย์ของกลุ่มลูกค้าเคแบงก์ ไพรเวท แบงกิ้ง (KBank Private Banking) ด้วยแนวคิด "Your Future-Ready Wealth" ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ บริการบริหารสินทรัพย์ครอบครัว มุ่งส่งต่อความมั่งคั่งให้เติบโตอย่างยั่งยืนจากรุ่นสู่รุ่น ด้วยมอบบริการในลักษณะองค์รวม ทั้งการจัดโครงสร้างสินทรัพย์ครอบครัวอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกให้ทุกครอบครัวสามารถลงมือทำได้อย่างแท้จริง ผ่าน 6 บริการหลัก ได้แก่

  • Family Continuity Planning: การวางแผนให้มีการจัดทำกติกาครอบครัว หรือธรรมนูญครอบครัว เพื่อกำหนดนโยบาย วางกรอบกติกา ด้านธุรกิจ ทรัพย์สิน และแนวทางบริหารความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัว
  • Asset Holding Structures: การออกแบบโครงสร้างการถือครองสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพในเชิงการจัดการ การส่งต่อ และการบริหารความเสี่ยงและภาษีให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามมาตรฐานสากล
  • Inheritance and Wealth Transfer: การวางแผนสืบทอดกิจการและส่งต่อทรัพย์สินอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านระหว่างรุ่นเป็นไปอย่างราบรื่น ธุรกิจไม่ติดขัด พร้อมทั้งนำเสนอแนวทางการบริหารภาษีให้มีประสิทธิภาพ ผ่านเครื่องมือทางกฎหมายและการเงินที่หลากหลาย
  • Financial Asset, Liability and Risk Management: การบริหารจัดการความเสี่ยงรอบด้าน อาทิ ด้านกฎหมายและภาษีทั้งในและต่างประเทศ
  • Philanthropy: การวางแผนจัดการกิจกรรมสาธารณกุศล เพื่อสร้างคุณค่าและส่งต่อเจตนารมณ์ที่ยั่งยืนของครอบครัวตามแนวทางความยั่งยืนยุคใหม่
  • Family Office: การจัดตั้งสำนักงานครอบครัว (Family ​Office) เพื่อจัดการกิจธุระของครอบครัวในด้านต่างๆ อาทิ การจัดการเรื่องทั่วไป การจัดการตามธรรมนูญครอบครัว การลงทุน หรือเรื่องอื่นใดที่ครอบครัวกำหนดให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานครอบครัว​

นอกจากนี้ ยังมีบริการปรับระบบองค์กรเพื่อข้ามผ่านความอ่อนไหวของธุรกิจครอบครัว และการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและยุติปมความขัดแย้งในครอบครัว เพื่อให้การส่งต่อราบรื่นอีกด้วย

[อ่าน 63]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
One Bangkok จับมือ Lexus Thailand เติมเต็มสิทธิพิเศษเหนือระดับ พร้อมลุ้นรับ Lexus RZ 350e Grand Luxury มูลค่า 2.99 ล้านบ
"หัวเว่ย" เผยโฉมนวัตกรรมล่าสุด นำโดย สมาร์ทโฟนเรือธง HUAWEI Pura 90s Series ปลดล็อคทุกขีดจำกัดของชีวิต
"กิฟฟารีน" กระตุ้นยอด “Fitt Meal และ Vegan Protein” ต่อสปอนเซอร์ Mister International Thailand 2026 ปีที่ 3
เปิดฉากแล้ว "InfoComm Asia 2026” เดินหน้ายกระดับความก้าวหน้าด้าน Pro AV และ AI ของไทย
ชับบ์ ไลฟ์ ประเทศไทย แต่งตั้ง "สหพล พลปัถพี" ดำรงตำแหน่ง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่สายงานตัวแทน
เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป ส่ง "BID COIN CHEF ซีซัน 3" ยกระดับเกมเดือดในครัว ฮา ป่วน หนึ่งเดียวในไทย เริ่ม 18 กรกฎาคมนี้!
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved