"สตาร์บัคส์ ประเทศไทย" เดินหน้ากลยุทธ์ปี 69 ผ่านนวัตกรรมตอบโจทย์ สร้างความผูกพันผ่านดิจิทัล และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน
16 Jul 2026

 

สตาร์บัคส์ ประเทศไทย ประกาศทิศทางกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจปี 2569 โดยมุ่งขับเคลื่อนการเติบโตผ่าน 4 แนวทางหลัก ได้แก่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทย การสร้างประสบการณ์ลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล การรักษาความเป็นผู้นำด้วยคุณภาพและความแตกต่างของแบรนด์ และการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของตลาดกาแฟไทย ซึ่งมีมูลค่าราว 65,000 ล้านบาท ตามข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

 

คุณเนตรนภา ศรีสมัย กรรมการผู้จัดการ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในตลาดกาแฟที่มีศักยภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และมีความแข็งแกร่งท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของตลาด ผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญกับประสบการณ์โดยรวม คุณค่าที่ได้รับ และจุดยืนของแบรนด์มากกว่าที่เคย กลยุทธ์ของเราจึงผสานทั้งความเข้าใจผู้บริโภคไทยและความแข็งแกร่งในระดับโลก เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ตรงใจ รวมถึงการลงทุนในด้านต่างๆ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า และสร้างการเติบโตที่ส่งต่อคุณค่าให้กับชุมชนและอุตสาหกรรมกาแฟของไทย”

 

 

นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทย พร้อมยกระดับประสบการณ์สตาร์บัคส์

สตาร์บัคส์ ประเทศไทย พัฒนาผลิตภัณฑ์จากความเข้าใจในรสนิยม วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของผู้บริโภคชาวไทย พร้อมผสานรสชาติท้องถิ่นเข้ากับมาตรฐานคุณภาพและศิลปะการรังสรรค์เครื่องดื่มระดับโลก

 

ความสำเร็จของเครื่องดื่มซีรีส์น้ำตาลโตนดสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของกลยุทธ์การพัฒนาเมนูที่เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค และตอกย้ำความต้องการ เครื่องดื่มที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรม และวัตถุดิบไทย ในปีนี้ สตาร์บัคส์เตรียมเปิดตัวเครื่องดื่มที่ได้แรงบันดาลใจจากทุเรียน เพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอเมนูที่พัฒนาขึ้นสำหรับประเทศไทย พร้อมร่วมเฉลิมฉลองความโดดเด่นของวัฒนธรรมอาหารไทย

 

 

เพื่อตอบสนองความต้องการด้านความคุ้มค่าที่เพิ่มขึ้น สตาร์บัคส์ได้เปิดตัวเมนูอย่าง Starbucks Es Yen และ Iced Shaken Chocolate ซึ่งมอบทางเลือกในราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น โดยยังคงมาตรฐานด้านคุณภาพ ความพิถีพิถันในการรังสรรค์ และประสบการณ์กาแฟในแบบสตาร์บัคส์

 

หลังจากเปิดตัวในระดับโลก สตาร์บัคส์ได้เปิดตัวเครื่องดื่ม Starbucks® Aerocano ในประเทศไทย เป็นครั้งแรกภายในงาน World of Coffee Bangkok 2026 สะท้อนบทบาทของประเทศไทย ในฐานะหนึ่งในตลาดสำคัญด้านนวัตกรรมของเครือข่ายสตาร์บัคส์ทั่วโลก และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพ ของผู้บริโภคไทยที่พร้อมเปิดรับ และมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง ผลิตภัณฑ์ใหม่ในอนาคต

 

นอกจากนี้ สตาร์บัคส์ยังขยายไลน์อาหารให้ครอบคลุมทุกช่วงเวลาของวัน เพื่อเพิ่มความถี่ในการเข้าร้าน และตอกย้ำบทบาทของร้านสตาร์บัคส์ในฐานะจุดหมายสำหรับการทำงาน การพักผ่อน และการพบปะสังสรรค์ตลอดทั้งวัน

 

สตาร์บัคส์ยังคงนำเสนอความร่วมมือกับพันธมิตรที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง โดยจะเปิดตัวคอลเลกชันลิมิเต็ด Starbucks® l POP MART MOLLY ที่ผสานเสน่ห์ของแบรนด์สตาร์บัคส์เข้ากับคาแรกเตอร์ MOLLY ผ่านเครื่องดื่ม แก้วและผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ สะท้อนกลยุทธ์ในการสร้างประสบการณ์ ที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมร่วมสมัย และสร้างความผูกพัน กับลูกค้าในมิติที่มากกว่ากาแฟ

 

 

สร้างความผูกพันกับลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัล เพื่อความสัมพันธ์ระยะยาว

โปรแกรม Starbucks® Rewards ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ดิจิทัล โดยจำนวนสมาชิก และปริมาณธุรกรรมที่เติบโตอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนถึงประสิทธิภาพ ในการสร้างการกลับมาใช้บริการซ้ำ เสริมสร้างความผูกพันกับแบรนด์ และเพิ่มคุณค่าตลอดช่วงอายุ ความสัมพันธ์ของลูกค้า

 

สตาร์บัคส์ยังได้เสริมศักยภาพการสั่งผ่านช่องทางดิจิทัลด้วยบริการ Mobile Order & Pay รวมถึงความร่วมมือกับ Grab และ LINE MAN เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงลูกค้า พร้อมเชื่อมโยงลูกค้าเข้าสู่ระบบ Starbucks® Rewards อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันยอดขายผ่านช่องทางดิจิทัล มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความสะดวก และความยืดหยุ่น

 

พร้อมกันนี้ สตาร์บัคส์ยังนำการวิเคราะห์ข้อมูลมาใช้เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าแต่ละราย พร้อมพัฒนาการสื่อสารและข้อเสนอที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล เพื่อสร้างความผูกพันกับลูกค้าและรักษาความสัมพันธ์ในระยะยาว

 

 

รักษาความเป็นผู้นำด้วยคุณภาพและความแตกต่าง

สตาร์บัคส์รักษาความเป็นผู้นำผ่านการยึดมั่นในมาตรฐานคุณภาพในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ กระบวนการคั่วกาแฟที่พิถีพิถัน การพัฒนาทักษะบาริสต้า ไปจนถึงมาตรฐานการให้บริการที่สร้างประสบการณ์อันโดดเด่นแก่ลูกค้า

 

แนวคิด Third Place หรือพื้นที่แห่งที่สามนอกเหนือจากบ้านและที่ทำงาน ยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคที่รูปแบบการทำงานแบบไฮบริดกลายเป็นวิถีใหม่ ร้านสตาร์บัคส์จึงได้รับการออกแบบ ให้เป็นพื้นที่ที่เอื้อต่อการทำงาน การพักผ่อน และการเชื่อมโยงผู้คนตลอดทั้งวัน

 

การเติบโตที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน

ความสำเร็จของสตาร์บัคส์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลประกอบการเท่านั้น แต่รวมถึงผลกระทบเชิงบวกที่สร้างให้แก่ผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

 

ปัจจุบัน สตาร์บัคส์ ประเทศไทย มีสาขาที่ผ่านการรับรองมาตรฐานด้านการลดการใช้พลังงาน น้ำ และการจัดการของเสีย โดยดำเนินงานตามมาตรฐานภายในที่พัฒนาร่วมกับ World Wildlife Fund (WWF) และ SCS Global Services เพื่อช่วยลดการใช้ทรัพยากรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

 

จากความมุ่งมั่นในการลดขยะอย่างต่อเนื่อง ลูกค้าในประเทศไทยได้นำแก้วส่วนตัวมาใช้มากกว่า 36 ล้านครั้ง นับตั้งแต่บริษัทเริ่มติดตามข้อมูลดังกล่าวในการดำเนินงานในประเทศไทย และเมื่อรวมกับการใช้แก้ว For Here ภายในร้าน สตาร์บัคส์สามารถช่วยลดการใช้แก้วแบบใช้ครั้งเดียวได้แล้วมากกว่า 41 ล้านใบ

 

สตาร์บัคส์ ประเทศไทย เดินหน้าสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนผ่านโครงการ FoodShare ร่วมกับมูลนิธิ สโกลาร์ส ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS Foundation) โดยตั้งแต่ปี 2565 โครงการได้ส่งต่ออาหารส่วนเกินที่ยังมีคุณภาพให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือแล้วกว่า 315,000 มื้อ พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ด้วยเงินบริจาครวมกว่า 10 ล้านบาท ณ เดือนพฤษภาคม 2569

 

นอกจากนี้ มูลนิธิสตาร์บัคส์ ยังสนับสนุนการดำเนินงานของ SOS Foundation เพื่อขยายการเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการให้แก่เยาวชนและชุมชนเปราะบางทั่วประเทศ ผ่านการขยายเครือข่าย Rescue Kitchen และการเสริมสร้างศักยภาพของชุมชน อาทิ โครงการฝึกอบรม "Cooking Hero" สำหรับอาสาสมัครในชุมชน

 

ตลอดระยะเวลากว่า 23 ปี ของความร่วมมือกับมูลนิธิพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสาน (ITDF) สตาร์บัคส์ได้สนับสนุนงบประมาณรวมกว่า 25 ล้านบาท เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน และเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ โดยกว่า 9.9 ล้านบาท มาจากรายได้ของร้าน Community Store ทั้ง 3 แห่งในประเทศไทย

 

สตาร์บัคส์ยังได้ประกาศความร่วมมือระยะเวลา 3 ปี กับ ITDF ผ่านโครงการ Coffee Farm Exchange Program เพื่อสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในภาคเหนือของประเทศไทยให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรจากศูนย์สนับสนุนชาวไร่กาแฟของสตาร์บัคส์ (Starbucks Farmer Support Center) เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย จะร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนาแปลงเกษตรต้นแบบ เพื่อเพิ่มผลผลิต เสริมสร้างความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ และสร้างความยั่งยืนให้กับห่วงโซ่อุปทานกาแฟของประเทศไทยในระยะยาว

 

พร้อมเดินหน้าสู่อนาคต

สตาร์บัคส์ ประเทศไทย ก้าวสู่ครึ่งหลังของปี 2569 ด้วยทิศทางกลยุทธ์ที่ชัดเจนและความเชื่อมั่นต่อการเติบโตของตลาดกาแฟไทย ท่ามกลางความคาดหวังของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ประสบการณ์ และคุณค่าของแบรนด์มากยิ่งขึ้น สตาร์บัคส์พร้อมตอบโจทย์ดังกล่าวด้วยจุดแข็งของแบรนด์ระดับโลก ความเข้าใจเชิงลึกต่อผู้บริโภคไทย และความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์ที่มีคุณค่าให้กับลูกค้า

 

[อ่าน 79]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สธ. X ทรู และภาคีเครือข่าย เปิด “ปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับทางการแพทย์ (Drone)” เฉลิมพระเกียรติฯ
TMAN เข้าซื้อแบรนด์ “ละมุน” เสริมทัพผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก เดินหน้าสร้าง Health & Wellness Ecosystem ครบวงจร
เมื่อกรุงศรีทำให้ “ความง่าย” และ “ความสุข” อยู่แค่เอื้อม มาเติมกล้วยกรุงศรีกันเถอะ
"ทิพยประกันภัย" รับรางวัล “บริษัทที่มีบริการยอดเยี่ยมด้านประกันวินาศภัย” ปี 2026 ต่อเนื่องปีที่ 2
จากห้องเรียนสู่สนาม sandbox จริง! พบสินค้าไอเดียใหม่ ผู้เรียนหลักสูตร “LEAD รุ่นที่ 8 โดยเซ็นทรัลพัฒนา”
TOA ครองแชมป์ No.1 Brand Thailand 14 ปีซ้อน ตอกย้ำแบรนด์สีอันดับ 1 ของไทย
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved