

ท่ามกลางความผันผวนของตลาดทองคำ กลุ่ม MTS GOLD หรือแม่ทองสุก เดินหน้าสร้างทางเลือกการลงทุนรูปแบบใหม่ เปิดตัว “MTS Gold Investment Token” โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนในธุรกิจค้าทองคำ ตั้งเป้าระดมทุนไม่เกิน 2,000 ล้านบาท ชูผลตอบแทนคงที่ 3% ต่อปี พร้อมโอกาสรับผลตอบแทนพิเศษ หากราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นเมื่อครบกำหนดโครงการ 3 ปี
การเปิดตัวดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง บริษัท แม่ทองสุกเซ็นทรัล จำกัด บริษัทในเครือ MTS GOLD และบริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด หรือ Kubix ภายใต้ออร์บิกซ์ กรุ๊ป กลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกสิกรไทย
นับเป็นการระดมทุนผ่านการเสนอขายโทเคนดิจิทัล หรือ ICO ที่เชื่อมโยงกับธุรกิจค้าทองคำรายแรกของไทย โดยนำเงินที่ได้ไปใช้ขยายธุรกิจทองคำแท่งผ่านหน้าร้านของห้างทองแม่ทองสุก

นายแพทย์กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทในเครือ MTS GOLD เปิดเผยว่า แม่ทองสุกดำเนินธุรกิจทองคำมาแล้วกว่า 74 ปี จากจุดเริ่มต้นของร้านทองตู้แดง ก่อนขยายสู่การนำเข้าและส่งออกทองคำแท่ง โรงงานผลิตและสกัดทองคำ การค้าส่ง รวมถึงระบบซื้อขายทองคำออนไลน์ จนปัจจุบันมียอดขายประมาณ 3 ล้านล้านบาทต่อปี
บริษัทมองว่าโทเคนดิจิทัลจะช่วยเติมเต็มระบบนิเวศธุรกิจทองคำตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงธุรกิจค้าทองคำผ่านเครื่องมือการลงทุนรูปแบบใหม่
MTS Gold Investment Token จะเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม-31 สิงหาคม 2569 ในราคาโทเคนละ 1,000 บาท กำหนดซื้อขั้นต่ำ 10 โทเคน หรือเริ่มต้น 10,000 บาท สามารถลงทุนได้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล
อย่างไรก็ตาม การลงทุนมีระยะเวลาถือครอง 3 ปี จึงเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนระยะยาว มากกว่าการเก็งกำไรในช่วงสั้น

นายณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม่ทองสุกเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า ผู้ถือ MTS Gold Investment Token มีสิทธิได้รับผลตอบแทน 2 ส่วน ได้แก่
ส่วนแรก ผลตอบแทนคงที่ในอัตรา 3% ต่อปี จ่ายปีละ 1 ครั้ง ตลอดอายุโครงการ 3 ปี
ส่วนที่สอง โอกาสได้รับผลตอบแทนพิเศษ ซึ่งอ้างอิงจากส่วนต่างของราคาทองคำ หากราคาขายทองคำเฉลี่ยเมื่อครบกำหนดโครงการ สูงกว่าราคาซื้อทองคำถัวเฉลี่ยในช่วงเริ่มต้นโครงการ ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนเพิ่มตามสัดส่วนทองคำต่อจำนวนโทเคนที่ถือครอง
เมื่อครบกำหนด 3 ปี ผู้ลงทุนมีสิทธิได้รับเงินลงทุนคืนเต็มจำนวนตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยแหล่งเงินสำหรับจ่ายผลตอบแทนและคืนเงินลงทุนจะมาจากรายได้และกระแสเงินสดจากการดำเนินธุรกิจของโครงการ
นายณัฐพงศ์กล่าวว่า การลงทุนดังกล่าวแตกต่างจากพันธบัตรหรือหุ้นกู้ เพราะมีโอกาสได้รับผลตอบแทนพิเศษที่อ้างอิงกับราคาทองคำ ขณะเดียวกันก็แตกต่างจากการซื้อทองคำโดยตรง เพราะผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนคงที่ 3% ต่อปี และไม่ได้ถือครองทองคำโดยตรง
ทั้งนี้ MTS Gold Investment Token ไม่มีตลาดรองสำหรับซื้อขาย ผู้ลงทุนจึงไม่สามารถนำไปซื้อขายผ่านกระดานเทรดได้เหมือนสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วไป แต่สามารถโอนเปลี่ยนผู้ถือสิทธิได้ โดยติดต่อดำเนินการผ่าน Kubix ตามขั้นตอนที่กำหนด

สำหรับเงินระดมทุนสูงสุด 2,000 ล้านบาท บริษัทจะนำเงินไม่น้อยกว่า 90% หรือประมาณ 1,800 ล้านบาท ไปซื้อทองคำแท่งความบริสุทธิ์ 96.5% เพื่อใช้เป็นสินค้าคงคลังในการดำเนินธุรกิจค้าทองคำแท่ง
ปัจจุบันห้างทองแม่ทองสุกมีสาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑลรวม 13 แห่ง และมีแผนขยายเพิ่มเป็น 25-30 สาขาในอนาคต ส่วนเงินอีกไม่เกิน 10% จะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ
ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ ประธานออร์บิกซ์ กรุ๊ป และกรรมการบริษัท Kubix กล่าวว่า จุดเด่นของโครงการนี้คือการนำธุรกิจค้าทองคำแท่งที่ดำเนินงานอยู่จริง มาออกแบบเป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน ทำให้ผลตอบแทนเชื่อมโยงกับทั้งผลประกอบการของธุรกิจและราคาทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในตัวเอง

นางอัศวิณี ศรีสมบูรณานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Kubix กล่าวว่า การเสนอขายครั้งนี้มีวงเงินรวมไม่เกิน 2,000 ล้านบาท โดยผู้ลงทุนรายย่อยสามารถจองซื้อได้สูงสุดไม่เกินรายละ 300,000 บาท
ส่วนผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่ และผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ ไม่มีการจำกัดวงเงินจองซื้อ ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด
โครงการยังมีกลไกดูแลผู้ลงทุน โดยผู้ออกโทเคนต้องรักษามูลค่าสินทรัพย์หมุนเวียนที่มีสภาพคล่อง เช่น เงินสดและสินค้าคงคลัง ให้อยู่ในระดับไม่ต่ำกว่าเงินที่ระดมทุนได้
หากราคาทองคำปรับตัวลดลงจนทำให้มูลค่าสินทรัพย์หมุนเวียนต่ำกว่าเงินระดมทุน บริษัท แม่ทอง โกลด์ จำกัด ในฐานะผู้ถือหุ้นของผู้ออกโทเคน จะต้องให้ความช่วยเหลือทางการเงินภายใน 7 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้ง
นอกจากนี้ ผู้ลงทุนทุก 1 ล้านบาท จะได้รับทองคำ 96.5% น้ำหนัก 1 กรัม เป็นของสมนาคุณ โดยไม่จำกัดจำนวนสิทธิต่อผู้ลงทุน

ผู้สนใจสามารถจองซื้อ MTS Gold Investment Token ได้ระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม-31 สิงหาคม 2569 ผ่านแอปพลิเคชัน Kubix และ Orbix รวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
นอกจากนี้ยังมีบริษัทหลักทรัพย์พันธมิตร ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน)
การจัดสรรจะใช้หลักผู้ที่จองซื้อและชำระเงินก่อนจะได้รับสิทธิก่อน หรือ First Come, First Served จนกว่าจะครบวงเงินเสนอขาย

นายแพทย์กฤชรัตน์กล่าวถึงภาพรวมตลาดว่า ความต้องการทองคำทั่วโลกในปี 2568 เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 5,000 ตันเป็นครั้งแรก คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 555,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 45% จากปีก่อน ตามข้อมูลจากสภาทองคำโลก
แรงซื้อสำคัญมาจากกองทุนรวมทองคำ หรือ Gold ETFs ซึ่งมีเงินไหลเข้าสุทธิมากกว่า 800 ตัน ขณะที่ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิรวม 863 ตัน เพื่อกระจายความเสี่ยงของทุนสำรองระหว่างประเทศและลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ
แนวโน้มตลาดทองคำในปี 2569 ยังได้รับแรงหนุนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนของตลาดทุนและตลาดตราสารหนี้ การสะสมทองคำของธนาคารกลาง รวมถึงข้อจำกัดด้านปริมาณผลผลิตจากเหมืองทองคำและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำยังมีความผันผวนสูง นักลงทุนจึงต้องติดตามทิศทางราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ และนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลต่อราคาทองคำในตลาดโลก
ผู้สนใจลงทุนควรศึกษาข้อมูล หนังสือชี้ชวน เงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทน สภาพคล่อง และความเสี่ยงของโครงการอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ เนื่องจากโทเคนดังกล่าวไม่มีตลาดรอง และต้องถือครองตามระยะเวลาที่กำหนดเพื่อรับสิทธิตามเงื่อนไขของโครงการ





