

ในยุคที่การชำระเงินดิจิทัลกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญของชีวิตประจำวัน โจทย์ของอุตสาหกรรมการเงินไม่ใช่เพียงแค่การทำให้ผู้บริโภค "จ่ายได้" อีกต่อไป แต่คือการทลายทุกข้อจำกัดเพื่อให้ทุกการเดินทางและการใช้จ่ายราบรื่นที่สุด
คุณมนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันทรูมันนี่มีฐานผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนแล้วกว่า 35 ล้านราย และกำลังเดินหน้ายกระดับสู่การเป็น PaymentTech แห่งอนาคต ผ่าน 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่
การพัฒนารูปแบบการชำระเงินใหม่, การขยายเครือข่ายระดับโลก, การเพิ่มความคุ้มค่าผ่าน TrueMoney Coins และการใช้ AI เข้ามาสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคล (เช่น ฟีเจอร์ Money Buddy) เพื่อเปลี่ยนสมาร์ตโฟนให้กลายเป็นกระเป๋าเงินอัจฉริยะสำหรับทุกการเดินทางอย่างแท้จริง

ไฮไลต์สำคัญที่เขย่าวงการเงินระดับโลกคือฟีเจอร์ “แตะจ่ายด้วยทรูมันนี่” ซึ่ง คุณธนรัฐ ธุวสุจิเรข ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด ระบุว่า ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ Pain Point ของนักเดินทางและผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความรวดเร็ว จากเดิมที่ต้องปลดล็อกหน้าจอ เปิดแอป และสแกน QR Code ให้ลดเหลือเพียงการนำโทรศัพท์ไปแตะที่เครื่องรับชำระเงิน ใช้เวลาสั้นลงเหลือเพียง 6 วินาที
และที่สำคัญที่สุดคือ ปลดล็อกให้สามารถแตะจ่ายได้ทันทีโดยไม่ต้องมีหรือผูกบัตรเครดิตเหมือนในอดีต ถือเป็นครั้งแรกของโลกที่ดิจิทัลวอลเล็ตเดียวรองรับการชำระเงินข้ามระบบทั้ง Closed Loop และ Open Loop ผ่านความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์กับ Alipay+ และ Mastercard

สำหรับนักเดินทาง ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตและท่องเที่ยวจะถูกเชื่อมต่อแบบไร้รอยต่อ ตั้งแต่ก้าวออกจากบ้านไปจนถึงการเดินทางข้ามโลกผ่านจุดบริการ 2 รูปแบบหลัก:
ระบบ BlueTap (Closed Loop): แตะจ่ายผ่านเครื่องสีส้มแถบแสงฟ้า รองรับทั้ง iPhone และ Android (พบสถิติผู้ใช้ iOS สูงถึง 70% และ Android 30%) เปิดให้บริการแล้วที่ร้าน 7-Eleven และร้านค้าพันธมิตร โดยตั้งเป้าปักหมุดให้มากกว่า 50,000 จุดทั่วประเทศ ภายในเดือนกันยายน 2569
ระบบเครื่อง EDC แบบ Contactless (Open Loop): ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Alipay+ Tap และ Mastercard Wallet Pay ที่พร้อมเปิดให้ผู้ใช้ Android เริ่มแตะจ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป โดยจะรองรับจุดชำระเงินกว่า 900,000 จุดในไทย และทะยานสู่ มากกว่า 150 ล้านจุดรับชำระใน 220 ประเทศและเขตการท่องเที่ยวทั่วโลก (ขยายจากเครือข่าย Alipay+ เดิมที่ครอบคลุมกว่า 50 ประเทศ)
ไม่เพียงแต่การช็อปปิ้ง ทรูมันนี่ยังเชื่อมต่อเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานการเดินทางในเมืองหลวง โดยปัจจุบันนักเดินทางสามารถแตะจ่ายค่าโดยสารบนรถเมล์ ขสมก. ได้แล้วกว่า 6,000 คันทั่วกรุงเทพฯ และอยู่ระหว่างการเจรจากับ BEM เพื่อเตรียมเปิดบริการแตะจ่ายผ่านแอปเข้าสถานีรถไฟฟ้า MRT (สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง) ภายในไตรมาส 4 ปี 2569 ซึ่งจะช่วยลดความยุ่งยากในการต่อคิวซื้อตั๋วโดยสารได้อย่างสิ้นเชิง
สัญญาณตอบรับหลังเปิดตัวพิสูจน์ให้เห็นว่านี่คือ New Normal ของการใช้จ่าย โดยปัจจุบันมีผู้ใช้งานฟีเจอร์แตะจ่ายแล้วกว่า 1.5 ล้านคน มียอดสะสมรวมทะลุ 5 ล้านครั้ง ดันให้ร้านค้าพันธมิตรบางแห่งมียอดขายจากผู้ใช้ทรูมันนี่เติบโตพุ่งสูงกว่า 50% และมียอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน (Spending per User) เพิ่มขึ้นราว 14% หมุดหมายนี้จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มช่องทางชำระเงิน แต่คือการปูรากฐานสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลระดับสากลที่พกเพียงสมาร์ตโฟนเครื่องเดียว ก็ท่องเที่ยวและใช้จ่ายได้ไร้พรมแดนอย่างแท้จริง





