
ล่าสุด บริษัท ฟูจิฟิล์ม ดีเคเอช (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว “NURA Bangkok” สหคลินิกตรวจและคัดกรองสุขภาพแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ บนถนนนนทรี นำโมเดลการตรวจสุขภาพเชิงป้องกันที่ผสานเทคโนโลยีทางการแพทย์กับมาตรฐานการบริการแบบญี่ปุ่นเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย พร้อมชูจุดเด่นโปรแกรมตรวจและคัดกรองสุขภาพที่สามารถดำเนินการได้ครบภายในเวลาประมาณ 120 นาที

การเปิดตัว NURA Bangkok ถือเป็นอีกก้าวของการขยายเครือข่าย NURA สู่ตลาดโลก หลังจากเปิดให้บริการและสร้างฐานธุรกิจมาแล้วในอินเดีย มองโกเลีย และเวียดนาม โดยประเทศไทยนับเป็นตลาดที่มีศักยภาพจากทั้งจำนวนประชากรเมืองที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น การเข้าสู่สังคมสูงวัย รวมถึงความตื่นตัวต่อโรคมะเร็งและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ซึ่งยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตสำคัญของคนไทย

หนึ่งในข้อจำกัดสำคัญของการตรวจสุขภาพในมุมผู้บริโภค คือขั้นตอนที่ใช้เวลานาน การรอรับบริการ รวมถึงการเตรียมตัวก่อนตรวจ ซึ่งอาจทำให้หลายคนเลื่อนหรือหลีกเลี่ยงการตรวจสุขภาพออกไป
NURA Bangkok จึงออกแบบรูปแบบบริการให้ตอบโจทย์ชีวิตของคนเมือง ด้วยโปรแกรมตรวจที่แล้วเสร็จภายในประมาณ 120 นาที ผู้รับบริการไม่จำเป็นต้องงดน้ำหรืองดอาหารล่วงหน้า และสามารถเข้าพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษา พร้อมรับผลตรวจสุขภาพได้ภายในวันเดียวกัน
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการปรับบริการสุขภาพให้ใกล้เคียงกับโมเดลธุรกิจบริการยุคใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับความรวดเร็ว ความสะดวก และการลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น โดยยังคงรักษาความครอบคลุมของการตรวจและมาตรฐานในการวินิจฉัย
ภายในคลินิกมีการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ของฟูจิฟิล์มมาใช้ ทั้งระบบเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ปริมาณรังสีต่ำเป็นพิเศษ หรือ Ultra Low-Dose CT Scan การตรวจแมมโมแกรม รวมถึงการใช้ระบบ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ผลและสนับสนุนการวินิจฉัยของแพทย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจหาความผิดปกติและคัดกรองโรคในระยะเริ่มต้น
นอกจากนี้ โปรแกรมตรวจยังครอบคลุมการตรวจเลือดและปัสสาวะ เพื่อช่วยให้แพทย์สามารถประเมินภาพรวมของสุขภาพและปัจจัยเสี่ยงของผู้รับบริการได้อย่างรอบด้านมากขึ้น

การนำ AI เข้ามาใช้ในธุรกิจสุขภาพกำลังกลายเป็นหนึ่งในทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรมการแพทย์ โดยเฉพาะในงานด้านการวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ ซึ่งระบบสามารถช่วยประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก ตรวจจับจุดที่อาจมีความผิดปกติ และสนับสนุนให้แพทย์ตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
สำหรับ NURA Bangkok บทบาทของ AI จึงไม่ใช่การเข้ามาทดแทนแพทย์ แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมศักยภาพในการตรวจและคัดกรองโรค โดยเฉพาะโรคที่อาจยังไม่แสดงอาการในระยะเริ่มต้น เช่น มะเร็งและกลุ่มโรค NCDs
โมเดลของ NURA เริ่มต้นขึ้นในปี 2564 ที่เมืองเบงกาลูรู ประเทศอินเดีย จากความร่วมมือระหว่างฟูจิฟิล์มและ Dr. Kutty's Healthcare หรือ DKH โดยนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ของฟูจิฟิล์ม มาผสานกับองค์ความรู้ด้านการให้บริการสุขภาพ เพื่อพัฒนาระบบตรวจคัดกรองที่ครอบคลุม เข้าถึงง่าย และสนับสนุนการค้นพบโรคก่อนที่อาการจะลุกลาม

นอกจากเทคโนโลยีแล้ว อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ NURA Bangkok ใช้สร้างความแตกต่างคือปรัชญาการบริการแบบ “Omotenashi” หรือ “โอโมเตะนาชิ” ซึ่งให้ความสำคัญกับการใส่ใจในรายละเอียดและการดูแลผู้รับบริการในทุกขั้นตอน
แนวคิดนี้ถูกนำมาใช้เพื่อเปลี่ยนภาพของการตรวจสุขภาพที่หลายคนอาจรู้สึกว่ามีความยุ่งยาก เคร่งเครียด หรือใช้เวลานาน ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่สะดวก ผ่อนคลาย และเป็นมิตรต่อผู้รับบริการมากขึ้น
ในมุมธุรกิจ การผสานเทคโนโลยีการแพทย์กับประสบการณ์บริการถือเป็นกลยุทธ์สำคัญ เนื่องจากบริการสุขภาพเป็นธุรกิจที่อาศัย “ความเชื่อมั่น” เป็นพื้นฐาน ผู้บริโภคไม่ได้พิจารณาเพียงเครื่องมือหรือแพ็กเกจตรวจ แต่ยังให้ความสำคัญกับความชัดเจนของข้อมูล การดูแลของบุคลากร และความมั่นใจหลังได้รับผลตรวจ
การเข้ามาของ NURA Bangkok จึงอาจช่วยกระตุ้นการแข่งขันในตลาดตรวจสุขภาพเชิงป้องกันของไทยให้ขยับจากแพ็กเกจตรวจสุขภาพแบบเดิม ไปสู่โมเดลที่ใช้เทคโนโลยีและการออกแบบประสบการณ์เข้ามาเป็นหัวใจสำคัญมากขึ้น

กลุ่มเป้าหมายสำคัญของ NURA Bangkok คือผู้บริโภคที่ต้องการตรวจสุขภาพอย่างครอบคลุม แต่มีข้อจำกัดด้านเวลา รวมถึงคนวัยทำงาน กลุ่มผู้บริหาร เจ้าของธุรกิจ และผู้ที่มีความเสี่ยงจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต
ความท้าทายสำคัญของธุรกิจนี้ คือการสร้างความเข้าใจให้ผู้บริโภคเห็นว่า การตรวจคัดกรองไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเฉพาะเมื่อมีอาการเจ็บป่วย แต่เป็นการลงทุนเพื่อค้นหาความเสี่ยงและวางแผนดูแลสุขภาพในระยะยาว
NURA Bangkok กำหนดราคาสำหรับโปรแกรมตรวจและคัดกรองสุขภาพไว้ที่ 15,000 บาท โดยผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมผ่านเว็บไซต์ NURA Thailand, LINE Official Account: @nurabangkok โทรศัพท์ 02-0566-999 หรือ 088-9898-666 และอีเมล hello@nurathailand.com
การเปิดตัวครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มคลินิกตรวจสุขภาพอีกแห่งในตลาด แต่สะท้อนภาพการแข่งขันใหม่ของธุรกิจเฮลท์แคร์ ที่เทคโนโลยี AI ความรวดเร็วในการให้บริการ และประสบการณ์ของผู้บริโภค จะกลายเป็นตัวแปรสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น
และในวันที่ผู้บริโภคเริ่มตระหนักว่า “การพบโรคเร็ว” อาจสร้างความแตกต่างต่อผลลัพธ์ของการรักษาได้ ธุรกิจตรวจสุขภาพเชิงป้องกันจึงมีโอกาสเติบโตจากบริการทางเลือก ไปสู่หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการวางแผนชีวิตและสุขภาพในระยะยาว





