
การเข้ามาของ Moxy ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มโรงแรมอีกหนึ่งแห่ง แต่สะท้อนยุทธศาสตร์ของ AWC ที่ต้องการสร้าง Aquatique ให้เป็น Integrated Destination หรือจุดหมายปลายทางครบวงจร ซึ่งรวมการพักผ่อน ไลฟ์สไตล์ ความบันเทิง อาหาร สุขภาพ และประสบการณ์ริมชายหาดไว้ในพื้นที่เดียว
Moxy Pattaya The Aquatique มีกำหนดเปิดให้บริการในไตรมาส 1 ปี 2576 มีห้องพักประมาณ 400 ห้อง วางตำแหน่งเป็นโรงแรมไลฟ์สไตล์สำหรับนักเดินทางรุ่นใหม่ ด้วยบริการที่เข้าถึงง่าย พื้นที่ส่วนกลางที่มีชีวิตชีวา และบรรยากาศที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าพักได้เชื่อมต่อและสร้างประสบการณ์ร่วมกัน
จุดสำคัญของดีลนี้อยู่ที่การนำแบรนด์ซึ่งมีบุคลิกสนุก ทันสมัย และเป็นกันเอง เข้ามาเสริมพอร์ตโรงแรมเดิมภายใน Aquatique Hospitality Cluster ซึ่งประกอบด้วยแบรนด์ระดับโลกหลายระดับ ตั้งแต่ Aquatique Pattaya, Autograph Collection, JW Marriott Pattaya Resort & Spa Aquatique ไปจนถึง The Ritz-Carlton Pattaya
เมื่อรวม Moxy เข้าไป พอร์ตโรงแรมภายในโครงการจะมีห้องพักมากกว่า 1,400 ห้อง และมีพื้นที่อาคารโรงแรมรวมมากกว่า 154,000 ตารางเมตร ช่วยให้ Aquatique รองรับนักเดินทางได้หลากหลายขึ้น ทั้งกลุ่มไลฟ์สไตล์ นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ ครอบครัว กลุ่มกำลังซื้อสูง และตลาดลักชัวรี
นี่จึงเป็นการใช้ Brand Portfolio Strategy เปลี่ยนโรงแรมแต่ละแบรนด์ให้ทำหน้าที่แตกต่างกัน แทนที่จะพึ่งพาลูกค้ากลุ่มเดียว และช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้เข้าพักใช้เวลาและใช้จ่ายภายในโครงการได้นานขึ้น

Aquatique ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด “Destination-led” โดยตั้งอยู่ใจกลางเมืองพัทยา ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ทั้งโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินและสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา
องค์ประกอบของโครงการไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะธุรกิจโรงแรม แต่ยังรวมถึงพื้นที่ค้าปลีกริมชายหาดให้เช่ามากกว่า 110,000 ตารางเมตร จุดหมายปลายทางด้านกีฬา อาหารและเครื่องดื่ม ความบันเทิงที่ขับเคลื่อนด้วยทรัพย์สินทางปัญญาระดับโลก รวมถึงสวนน้ำในร่มและกลางแจ้งขนาดมากกว่า 16,000 ตารางเมตร
ขณะเดียวกัน ยังมีองค์ประกอบด้านเวลเนสครบวงจร ตั้งแต่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ ฟิตเนส ไปจนถึงการเสริมสมรรถนะทางกาย เพื่อรองรับเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่เติบโตต่อเนื่อง
สิ่งที่ AWC กำลังสร้างจึงไม่ใช่แค่โครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ แต่เป็นระบบนิเวศที่นำหลายธุรกิจมาสนับสนุนกัน ตั้งแต่โรงแรม ค้าปลีก ความบันเทิง อาหาร กีฬา และสุขภาพ เพื่อสร้างเหตุผลให้นักท่องเที่ยวเดินทางมา พักนานขึ้น และกลับมาใช้บริการซ้ำ
วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ AWC ระบุว่า ความร่วมมือกับแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงการแฟลกชิปในทำเลศักยภาพ โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความยั่งยืน และเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่
การนำ The Ritz-Carlton มาเป็นแบรนด์หลักในระดับลักชัวรี และต่อยอดด้วย Moxy ในตลาดไลฟ์สไตล์ จะช่วยเพิ่มความหลากหลายให้ Aquatique และเสริมศักยภาพของพัทยาให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลกมากขึ้น

ด้านแบรด เอ็ดแมน รองประธานกรรมการประจำประเทศไทย กัมพูชา และเมียนมา แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล มองว่า Moxy จะเข้ามาเติมสีสันให้โครงการผ่านการออกแบบทันสมัย บรรยากาศที่มีชีวิตชีวา และพื้นที่ที่ส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างผู้คน พร้อมสนับสนุนศักยภาพของไทยและพื้นที่ EEC ในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก
ในมุมธุรกิจ ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวของ AWC ในการเปลี่ยนพัทยาจากเมืองท่องเที่ยวที่พึ่งพาเพียงชายหาดและสถานบันเทิง ไปสู่ World-Class Lifestyle Destination ที่มีทั้งโรงแรมระดับโลก ประสบการณ์ ความบันเทิง เวลเนส และกิจกรรมตลอดทั้งวัน
และเมื่อ Moxy เปิดให้บริการในปี 2576 Aquatique จะไม่ได้แข่งขันเพียงในตลาดโรงแรม แต่จะแข่งขันในฐานะ “จุดหมายปลายทาง” ที่ต้องสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เลือกพัทยาเป็นหนึ่งในเมืองหลักของการเดินทาง





