
ล่าสุด บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เดินหน้าขยายขีดความสามารถด้านการลงทุน ผ่านความร่วมมือทางการเงินครั้งแรกกับธนาคารโอเวอร์ซี-ไชนีส แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ OCBC ธนาคารชั้นนำจากสิงคโปร์ ด้วยการลงนามสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน หรือ Sustainability-Linked Loan วงเงิน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 6.6 พันล้านบาท
ดีลครั้งนี้สะท้อนมากกว่าการจัดหาเงินทุนก้อนใหม่ เพราะเป็นการเชื่อม “ต้นทุนทางการเงิน” เข้ากับ “เป้าหมายด้านความยั่งยืน” และวางฐานสำหรับการเติบโตของพอร์ตธุรกิจในระยะยาว ทั้งโรงแรม อาคารสำนักงาน และจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์

AWC ระบุว่า เงินทุนดังกล่าวจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านการบริหารเงินทุน สนับสนุนการลงทุนในโครงการคุณภาพ และขับเคลื่อนการเติบโตควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
หัวใจสำคัญของดีลนี้อยู่ที่การรักษาสมดุลระหว่าง “การลงทุนเชิงรุก” กับ “วินัยทางการเงิน” โดย AWC ยังคงรักษาอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น หรือ IBD/E ให้อยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันยังเดินหน้าขยายพอร์ตเพื่อรองรับโอกาสการเติบโตในอนาคต
ในเชิงกลยุทธ์ นี่คือการเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับองค์กร เพราะการมีโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแรงจะช่วยให้บริษัทสามารถตัดสินใจลงทุนได้รวดเร็วขึ้น ท่ามกลางตลาดอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยวที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันด้าน “ขนาด” ไปสู่การแข่งขันด้าน “คุณภาพของสินทรัพย์และประสบการณ์”

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ AWC มองว่า ความร่วมมือกับ OCBC สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศไทย และเปิดโอกาสให้บริษัทเดินหน้าลงทุนในโครงการที่สามารถสร้างผลลัพธ์ระยะยาวต่ออุตสาหกรรมและเศรษฐกิจไทย
ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ Sustainable Growth-Led Strategy ของ AWC ซึ่งไม่ได้มองการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แยกออกจากการท่องเที่ยว แต่ใช้โรงแรม อาคารสำนักงาน พื้นที่เชิงพาณิชย์ และไลฟ์สไตล์เดสติเนชัน เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้พื้นที่และเมือง
AWC ยังวางกรอบการเติบโตผ่านแนวคิด “Building Better Future” และ 3BETTERs ได้แก่ Better Planet, Better People และ Better Prosperity เพื่อให้การพัฒนาโครงการสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจควบคู่กับคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจชุมชน และสิ่งแวดล้อม

ด้าน OCBC มองว่าประเทศไทยยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง และพร้อมใช้โซลูชันด้าน Sustainable Finance สนับสนุนองค์กรที่มีบทบาทต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว
การเริ่มต้นความร่วมมือกับ AWC จึงอาจไม่ได้จบลงที่สินเชื่อวงเงิน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐครั้งนี้ แต่มีโอกาสต่อยอดสู่ความร่วมมือด้านการเงินรูปแบบอื่น เพื่อรองรับแผนการลงทุนและขยายพอร์ตในอนาคต

ในอดีต Sustainability-Linked Loan อาจถูกมองว่าเป็นเพียงเครื่องมือทางการเงินสำหรับองค์กรที่ต้องการแสดงความรับผิดชอบด้าน ESG แต่ในโลกธุรกิจวันนี้ เงินทุนประเภทนี้กำลังกลายเป็น “แต้มต่อ” ที่ช่วยให้องค์กรเข้าถึงแหล่งเงินทุนระดับสากล สร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน และวางโครงสร้างการเติบโตให้สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่ของตลาดทุน
สำหรับ AWC ดีลกับ OCBC จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มวงเงินเพื่อขยายธุรกิจ แต่คือการเตรียม “กระสุนทางการเงิน” สำหรับเดินหน้าพัฒนาโรงแรม อาคารสำนักงาน และไลฟ์สไตล์เดสติเนชันแห่งใหม่ โดยยังคงรักษาวินัยทางการเงินและผูกการเติบโตเข้ากับเป้าหมายความยั่งยืน
เมื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กำลังเข้าสู่ยุคที่ผู้ชนะไม่ได้วัดจากจำนวนโครงการเพียงอย่างเดียว แต่ต้องวัดจากความสามารถในการสร้างคุณค่าระยะยาว ดีล 6.6 พันล้านบาทครั้งนี้จึงอาจเป็นอีกจิ๊กซอว์สำคัญที่ช่วยให้ AWC ขยายพอร์ตได้อย่างมีคุณภาพ พร้อมวางบทบาทของตัวเองไว้ในเกมใหญ่ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น.





