“พระบรมธาตุเมืองนคร” ขึ้นมรดกโลก ปลุกเศรษฐกิจวัฒนธรรมภาคใต้
25 Jul 2026

 

จากการผลักดันกว่า 10 ปี สู่มรดกโลกแห่งที่ 9 ของไทย โจทย์ต่อไปคือเปลี่ยนผู้มาเยือนให้เป็นรายได้ โดยไม่ลดทอนคุณค่าของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์

มติของคณะกรรมการมรดกโลกที่เห็นชอบให้ “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช” ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม ไม่ได้มีความหมายเฉพาะในด้านประวัติศาสตร์ แต่กำลังเพิ่ม “สินทรัพย์ทางวัฒนธรรมระดับโลก” ให้ภาคใต้ และเปิดโอกาสให้นครศรีธรรมราชยกระดับจากเมืองท่องเที่ยวสายศรัทธา สู่จุดหมายปลายทางด้านวัฒนธรรมในตลาดโลก

วัดพระมหาธาตุฯ ถือเป็นมรดกโลกแห่งที่ 9 ของประเทศไทย เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 และเป็นแห่งแรกของภาคใต้ หลังประเทศไทยเริ่มเสนอชื่อเข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้นของ UNESCO ตั้งแต่ปี 2555 ก่อนพัฒนาเอกสาร แผนอนุรักษ์ และระบบบริหารจัดการพื้นที่ต่อเนื่องมากกว่าหนึ่งทศวรรษ จนได้รับการพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 48 ที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569

คุณค่าที่ทำให้วัดแห่งนี้ได้รับการยอมรับไม่ได้อยู่เพียงองค์พระบรมธาตุเจดีย์สูงประมาณ 78 เมตร ซึ่งสะท้อนอิทธิพลพุทธศิลป์แบบลังกา แต่ยังรวมถึงบทบาทของการเป็น “มรดกที่มีชีวิต” ซึ่งยังคงใช้ประกอบศาสนกิจและสืบทอดประเพณีของชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุที่เชื่อมผู้คน ศรัทธา และพื้นที่เข้าด้วยกัน

ในมุมธุรกิจ การขึ้นทะเบียนครั้งนี้จะเพิ่มพลังให้เศรษฐกิจท่องเที่ยวของนครศรีธรรมราช ซึ่งมีรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนสะสมในช่วงเดือนมกราคม–พฤศจิกายน 2568 อยู่ที่ประมาณ 15,086 ล้านบาท พร้อมเปิดโอกาสให้โรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง สินค้าหัตถกรรม และธุรกิจท่องเที่ยวชุมชนเติบโตตามจำนวนผู้มาเยือนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์สำคัญไม่ใช่การเร่งดึงนักท่องเที่ยวให้มากที่สุด แต่คือการบริหาร “คุณภาพของการเติบโต” ผ่านการกำหนดเขตพื้นที่คุ้มครองและพื้นที่กันชน การจัดระบบจราจรและเส้นทางอพยพ การควบคุมภูมิทัศน์ รวมถึงกระจายนักท่องเที่ยวไปยังย่านเมืองเก่า ชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวโดยรอบ เพื่อลดความหนาแน่นและกระจายรายได้ให้กว้างขึ้น

ทิศทางต่อไปของนครศรีธรรมราชจึงต้องขยับจากการมีแลนด์มาร์กระดับโลก ไปสู่การสร้างระบบนิเวศท่องเที่ยววัฒนธรรมที่เชื่อม “พระบรมธาตุ–เมืองเก่า–อาหาร–หัตถกรรม–ชุมชน” ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่อยู่ได้นานและสร้างมูลค่าได้จริง

เพราะป้ายมรดกโลกอาจช่วยพาผู้คนเดินทางมาเยือน แต่สิ่งที่จะทำให้เมืองเติบโตอย่างยั่งยืน คือความสามารถในการรักษาคุณค่าของสถานที่ พร้อมทำให้รายได้จากผู้มาเยือนกระจายถึงคนในพื้นที่อย่างสมดุล
 

[อ่าน 9,416]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"เอปสัน" เปิดบ้านต้อนรับยังก์ดีไซเนอร์ สานต่อความร่วมมือ "สยามเซ็นเตอร์" ปีที่ 3 ต่อยอดไอเดียจากห้องเรียนสู่ผลงานจริง
ธ.ก.ส. ร่วมเปิดงาน มหกรรมการเกษตร “TOYOTA FARM EXPO 2026”
วางจำหน่ายแล้ว OPPO A7 Pro Series 5G ราคาเริ่มต้น 13,999 บาท ชูเซลฟี่มุมกว้าง 50MP พร้อม AI ปรับเฟรม
Gother ขยับจากเว็บจองเที่ยว สู่แพลตฟอร์มขาย “ประสบการณ์” ตั้งเป้ายอดจอง 3,700 ล้านบาทในปี 2570
แสนสิริ เผยโฉม “SHUSH Ratchathewi” ลักซ์ชัวรี่ลอฟต์ดีไซน์คอนโดพร้อมอยู่ ใจกลางราชเทวี
ปันบุญ โดย ทีทีบี หนุนมูลนิธิใช้ AI และ Data เพิ่มประสิทธิภาพการระดมทุน พร้อมยกระดับการบริจาคให้โปร่งใส
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved