
ล่าสุด บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เดินหน้าสร้างคุณค่าร่วมให้แก่สังคม ผ่านการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์มูลค่ารวม 1,672,767 บาท ให้แก่โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อสนับสนุนโครงการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านเวชศาสตร์การกีฬา
การสนับสนุนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการบริจาคอุปกรณ์ แต่เป็นการเพิ่มขีดความสามารถให้โรงพยาบาลสามารถดูแลผู้ป่วยโรคกระดูก กล้ามเนื้อ และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาได้อย่างครบวงจรมากขึ้น ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัย การรักษา ไปจนถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย
อุปกรณ์ที่ส่งมอบประกอบด้วย เครื่องเลเซอร์รักษาทางออร์โธปิดิกส์พร้อมอุปกรณ์กายภาพบำบัด เครื่องสแกนเท้าแบบ 3 มิติ เครื่องบริหารกล้ามเนื้อขา และเครื่องบริหารกล้ามเนื้อองค์รวม ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะทางที่ได้มาตรฐานสากล
อุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถประเมินอาการ วางแผนการรักษา และออกแบบโปรแกรมฟื้นฟูให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายได้แม่นยำขึ้น พร้อมเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการและลดระยะเวลาการฟื้นฟู เพื่อให้ผู้ป่วยมีโอกาสกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหรือกลับไปออกกำลังกายได้อย่างมีคุณภาพ
ศูนย์ดังกล่าวคาดว่าจะสามารถรองรับผู้เข้ารับบริการได้เฉลี่ยประมาณ 10 รายต่อวัน ช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาและฟื้นฟูด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลต่อเนื่องและมีค่าใช้จ่ายด้านการรักษาค่อนข้างสูง
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM พร้อมคณะผู้บริหาร เป็นผู้ส่งมอบอุปกรณ์ โดยมี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข กรมการแพทย์ และโรงพยาบาลเลิดสินร่วมรับมอบ
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นบทบาทของภาคเอกชนที่สามารถเข้ามาช่วยเสริมศักยภาพของระบบสาธารณสุขในจุดที่จำเป็น ทั้งในด้านเครื่องมือ เทคโนโลยี และการเข้าถึงบริการ ซึ่งจะช่วยลดข้อจำกัดของโรงพยาบาลภาครัฐและลดความเหลื่อมล้ำด้านการรักษาพยาบาลในระยะยาว
สำหรับ BAM การสนับสนุนด้านสาธารณสุขเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างคุณค่าร่วมให้แก่ชุมชนและสังคม ควบคู่กับการเติบโตขององค์กร ภายใต้แนวคิด “5 ดี” ได้แก่ ดีต่อประเทศ ดีต่อสังคม ดีต่อลูกค้า ดีต่อผู้ถือหุ้น และดีต่อพนักงาน
เมื่อการสนับสนุนทางสังคมถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ปัญหาจริงและสร้างผลลัพธ์ที่วัดได้ เงินกว่า 1.67 ล้านบาทจึงไม่ได้มีคุณค่าเพียงในรูปของอุปกรณ์การแพทย์ แต่ยังหมายถึงโอกาสในการรักษา โอกาสในการฟื้นตัว และโอกาสในการกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติของผู้ป่วยจำนวนมากในอนาคต





