KTC เปลี่ยน “คะแนนสะสม” เป็นพลังส่งต่อชีวิต ร่วมหนุนระบบปลูกถ่ายอวัยวะ ที่ทุกนาทีมีความหมาย
28 Jul 2026


เมื่อ “การให้” ต้องแข่งกับเวลา KTC ชวนเปลี่ยนคะแนนเป็นพลังสนับสนุนระบบปลูกถ่ายอวัยวะ เพราะเบื้องหลังหนึ่งชีวิตที่ได้รับโอกาสใหม่ ไม่ได้มีเพียงผู้ให้และผู้รับ แต่คือเครือข่ายคนทำงานที่ต้องเชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ

 


 

การบริจาคอวัยวะอาจเริ่มต้นจากการตัดสินใจ “ให้” ของคนหนึ่งคน แต่การทำให้ความตั้งใจนั้นเดินทางไปถึงผู้ป่วยที่กำลังรอคอย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้บริจาคเพียงอย่างเดียว เพราะระหว่าง “ผู้ให้” กับ “ผู้รับ” ยังมีตัวแปรสำคัญที่สุด นั่นคือ เวลา

ปัจจุบัน ประเทศไทยยังมีผู้ป่วยจำนวนมากที่รอรับการปลูกถ่ายอวัยวะ ขณะที่จำนวนผู้บริจาคจริงยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ แม้ระบบปลูกถ่ายอวัยวะและเครือข่ายโรงพยาบาลทั่วประเทศจะได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยยังต้องรอคอยโอกาสในการรักษาเป็นเวลานาน

ข้อมูลจากศูนย์รับบริจาคอวัยวะ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้บริจาคอวัยวะจากภาวะสมองตาย 545 ราย และมีผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะสะสม 1,920,083 คน หรือคิดเป็นเพียง 2.7% ของประชากร ขณะที่ตลอดปี 2568 มีผู้เสียชีวิตระหว่างรออวัยวะ 209 คน เฉลี่ยมากกว่า 3 คนต่อสัปดาห์

ล่าสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ประเทศไทยมีผู้รอการปลูกถ่ายอวัยวะอยู่ในระบบถึง 8,115 คน สะท้อนชัดว่าปัญหาการขาดแคลนอวัยวะยังอยู่ในภาวะวิกฤต และต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างเร่งด่วน


ทุกนาทีคือ “ต้นทุนของชีวิต”

ความท้าทายของการปลูกถ่ายอวัยวะไม่ได้มีเพียงการหาอวัยวะที่เหมาะสมกับผู้รับ แต่อวัยวะแต่ละชนิดยังมีระยะเวลาเก็บรักษานอกร่างกายอย่างจำกัด โดยหัวใจและปอดมีเวลาประมาณ 4–6 ชั่วโมง ตับประมาณ 8–12 ชั่วโมง ส่วนไตแม้จะเก็บรักษาได้นานกว่า แต่ก็ยังต้องได้รับการปลูกถ่ายภายในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มโอกาสให้การรักษาประสบความสำเร็จสูงสุด

นั่นหมายความว่า เมื่อมีผู้บริจาคเกิดขึ้น ระบบทั้งหมดต้องเริ่มทำงานทันที ตั้งแต่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ ทีมประสานงาน โรงพยาบาลต้นทางและปลายทาง รถพยาบาล ทีมแพทย์ ไปจนถึงการขนส่งทางอากาศในกรณีที่ต้องเคลื่อนย้ายอวัยวะข้ามจังหวัด ทุกขั้นตอนต้องเชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ เพราะความล่าช้าเพียงไม่กี่นาที อาจหมายถึงการสูญเสียโอกาสครั้งสำคัญของผู้ป่วยหนึ่งคน


เบื้องหลังเที่ยวบินส่งต่อหัวใจสู่ชีวิตใหม่

หนึ่งในเรื่องราวที่สะท้อนความสำคัญของเวลาได้อย่างชัดเจน คือเรื่องราวจากบทสัมภาษณ์ของ กัปตันนายแพทย์กรพรหม แสงอร่าม ในรายการ คนสู้โรค ทาง Thai PBS ซึ่งถ่ายทอดเส้นทางชีวิตที่ไม่ธรรมดาของแพทย์ผู้ควบตำแหน่งนักบินเครื่องพยาบาล




 

บทบาทของคุณหมอไม่ได้เกิดขึ้นจากความหลงใหลในการบินเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความตั้งใจที่จะนำศาสตร์สองแขนงมาผสานกัน เพื่อสร้างสะพานเชื่อมระหว่างเวลากับชีวิต เครื่องบินที่คุณหมอบังคับจึงไม่ได้เป็นเพียงพาหนะสำหรับการเดินทาง หากเป็นเครื่องมือที่ช่วยขยายโอกาสในการรักษาผู้ป่วยที่กำลังรอคอยอวัยวะอย่างเร่งด่วน และเป็นภาพแทนของบุคลากรด่านหลังที่กำลังทำงานแข่งกับเวลา เพื่อพาความหวังไปต่อชีวิตให้กับผู้ป่วย

ในมุมนี้ เรื่องราวของกัปตันนายแพทย์กรพรหม จึงไม่ใช่เพียงแรงบันดาลใจส่วนบุคคล แต่ยังสะท้อนให้เห็นด้วยว่า การปลูกถ่ายอวัยวะที่สำเร็จหนึ่งครั้ง ต้องอาศัยทั้งความพร้อมของระบบสาธารณสุข เทคโนโลยี บุคลากร และการประสานงานที่แม่นยำในทุกนาที



จากการบริจาคอวัยวะ สู่การสนับสนุน “ทั้งระบบ”

อวัยวะจากผู้บริจาคหนึ่งรายสามารถช่วยผู้ป่วยได้ถึง 5–6 คน ไม่ว่าจะเป็นหัวใจ ปอด ตับ ไต หรือกระจกตา และผู้รับการปลูกถ่ายจำนวนมากสามารถกลับไปใช้ชีวิต ทำงาน และอยู่กับครอบครัวได้อีกนานนับสิบปี

แต่ในความเป็นจริง ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถเป็นผู้บริจาคอวัยวะได้ทันที การมีส่วนร่วมจึงไม่จำเป็นต้องมีเพียงรูปแบบเดียว นอกจากการแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะ และการพูดคุยกับครอบครัวให้รับรู้เจตนารมณ์แล้ว ประชาชนยังสามารถสนับสนุนหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วย จัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ และพัฒนาศักยภาพของโรงพยาบาล ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นโครงสร้างเบื้องหลังที่ทำให้การส่งต่อชีวิตเกิดขึ้นได้จริง

ภายใต้แนวคิดนี้ KTC เปิดโอกาสให้สมาชิกบัตรเครดิตร่วมสนับสนุนการดำเนินงานของสภากาชาดไทย โดยใช้คะแนน KTC FOREVER ทุก 1,000 คะแนน แทนเงินบริจาค 100 บาท หรือเลือกบริจาคผ่านบัตรเครดิตตามความสมัครใจ เพื่อนำไปสนับสนุนการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ การดูแลรักษาผู้ป่วย และการพัฒนาศักยภาพของโรงพยาบาล

ในเชิงกลยุทธ์ นี่คือการเปลี่ยน “คะแนนสะสม” ซึ่งเดิมถูกใช้เพื่อแลกสินค้าและสิทธิประโยชน์ ให้กลายเป็นเครื่องมือสร้างการมีส่วนร่วมทางสังคมที่เข้าถึงได้ง่าย โดยสมาชิกไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากเงินบริจาคจำนวนมาก แต่สามารถนำสิ่งที่มีอยู่แล้วในระบบมาเปลี่ยนเป็นแรงสนับสนุนให้ภาคสาธารณสุขได้ทันที


ท้ายที่สุด การช่วยชีวิตหนึ่งชีวิตอาจไม่ได้เริ่มต้นในห้องผ่าตัด แต่อาจเริ่มจากการตัดสินใจเล็ก ๆ ของใครบางคนในวันนี้ เพราะการส่งต่ออวัยวะไม่ใช่ภารกิจของผู้ให้ ผู้รับ หรือบุคลากรทางการแพทย์เพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นภารกิจของทั้งสังคม ที่ต้องช่วยกันทำให้ “ความหวัง” เดินทางไปถึงปลายทางได้ทันเวลา

[อ่าน 60]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ORN ผนึก คณะวิทย์ฯ มช. ยกระดับ ESG สร้างจุดเปลี่ยนอสังหาฯ เติบโตอย่างยั่งยืน
"ไปรษณีย์ไทย – ทิพยประกันภัย" ต่อยอดความร่วมมือ ยกระดับการเข้าถึงประกันภัยเพื่อคนไทย
เอพีเปลี่ยน “เก้าอี้” ให้เป็น Brand Experience ส่งมอบ “เก้าอี้แบ่งปัน” ริมน้ำสวนเบญจกิติ เติมพื้นที่พักใจให้คนเมือง
ไมโครซอฟท์ เปิดตัว “Project Perception” ตอบโจทย์ความปลอดภัยไซเบอร์ในยุค AI
ทรูเร่งปั้น “AI-Ready Media” เปลี่ยนคนข่าวจาก “ใช้ AI เป็น” สู่การออกแบบงานเร็วขึ้น–ลึกขึ้น–รับผิดชอบขึ้น
“สเตลล่า โอโซน เขาใหญ่” สนับสนุน “Grand Recharge Moment” มุ่งเป้าสู่ผู้นำ Wellness ครบวงจร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved