
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังเผชิญแรงกดดันจากปัญหาหนี้ครัวเรือนและสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ การบริหารหนี้เสียในวันนี้จึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการติดตามหนี้หรือขายทอดตลาดสินทรัพย์เท่านั้น
แต่ต้องช่วยให้ลูกหนี้สามารถฟื้นตัว กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และเริ่มต้นชีวิตทางการเงินใหม่ได้อีกครั้ง
แนวคิดดังกล่าวกำลังกลายเป็นหนึ่งในทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรมบริหารสินทรัพย์ในเอเชีย และเป็นโมเดลที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เตรียมนำไปถ่ายทอดบนเวทีระดับนานาชาติ
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM กล่าวว่า บริษัทเตรียมเข้าร่วมงาน 10th International Public AMCs Forum หรือ IPAF Summit and Conference 2026 ระหว่างวันที่ 12–14 สิงหาคม 2569 ณ กรุงอัสตานา สาธารณรัฐคาซัคสถาน
การเข้าร่วมครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ BAM ในการยกระดับบทบาทจากองค์กรบริหารสินทรัพย์ของไทย สู่การเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายความร่วมมือด้านการบริหารสินทรัพย์ในระดับเอเชีย
โดยถือเป็นการเข้าร่วมประชุมระดับนานาชาติในฐานะสมาชิก IPAF อย่างเป็นทางการครั้งแรก หลัง BAM ได้รับการรับรองเข้าเป็นสมาชิกเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569
ภายในงาน BAM จะมีโอกาสแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางการจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ หรือ NPL กับบริษัทบริหารสินทรัพย์ชั้นนำ สถาบันการเงิน และพันธมิตรจากหลายประเทศในภูมิภาค
หนึ่งในแนวคิดสำคัญที่ BAM เตรียมนำเสนอบนเวทีครั้งนี้ คือการเป็น “โรงพยาบาลแก้หนี้” หรือ The Hospital of Second Chance
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนบทบาทของบริษัทที่ไม่ได้มองลูกหนี้เป็นเพียงบัญชีหนี้เสีย แต่เปรียบเสมือนผู้ที่ต้องการการวินิจฉัยและแนวทางแก้ไขให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของแต่ละราย
กลไกสำคัญคือการปรับโครงสร้างหนี้ การกำหนดเงื่อนไขการชำระที่สอดคล้องกับความสามารถ และการสร้างทางเลือกที่ช่วยให้ลูกหนี้สามารถรักษาทรัพย์สินหรือประกอบธุรกิจต่อไปได้
เป้าหมายคือการฟื้นฟูศักยภาพของลูกหนี้ ให้สามารถกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและระบบสถาบันการเงินได้อย่างมั่นคง แทนที่จะปล่อยให้ปัญหาหนี้กลายเป็นภาระระยะยาวของทั้งประชาชนและประเทศ
BAM ยังเตรียมนำเสนอประสบการณ์และผลสำเร็จจากโครงการ “เริ่มต้นใหม่กับ BAM” และ “ทรัพย์มหาชน พลัส” ซึ่งถือเป็นตัวอย่างของการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินและที่อยู่อาศัย เพื่อตอบโจทย์ประชาชนที่ประสบปัญหาหนี้หรือยังไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบปกติได้
โครงการ “เริ่มต้นใหม่กับ BAM” มุ่งช่วยเหลือลูกหนี้ให้สามารถปรับโครงสร้างหนี้และเริ่มต้นวางแผนชีวิตทางการเงินใหม่ ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสมกับความสามารถในการชำระ
ขณะที่ “ทรัพย์มหาชน พลัส” เป็นอีกแนวทางที่ช่วยเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยและมีบ้านเป็นของตนเองได้ง่ายขึ้น
ทั้งสองโครงการสะท้อนกลยุทธ์ของ BAM ที่นำการบริหารสินทรัพย์มาเชื่อมโยงกับการแก้ไขปัญหาสังคม โดยสร้างสมดุลระหว่างการบริหารผลตอบแทนทางธุรกิจ การช่วยเหลือลูกหนี้ และการสร้างโอกาสให้ประชาชนกลับมามีความมั่นคงในชีวิต
นอกเหนือจากการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ BAM ยังเตรียมเข้าร่วมกิจกรรม Investment Forum ภายในงาน เพื่อประชาสัมพันธ์ศักยภาพและโอกาสการลงทุนในสินทรัพย์ของบริษัทต่อนักลงทุนและพันธมิตรจากนานาประเทศ
การเข้าร่วมเวทีดังกล่าวจะช่วยเปิดโอกาสให้ BAM สร้างเครือข่ายความร่วมมือใหม่ ทั้งในด้านการลงทุน การพัฒนาตลาดซื้อขายสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ และการแลกเปลี่ยนนวัตกรรมด้านการบริหารสินทรัพย์ในระดับภูมิภาค
ในอีกด้านหนึ่ง ยังเป็นช่องทางในการนำเสนอศักยภาพของตลาดบริหารสินทรัพย์ไทย ซึ่งมีทั้งองค์ความรู้ ประสบการณ์ และกลไกการจัดการ NPL ที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ให้นักลงทุนต่างประเทศรู้จักมากขึ้น
การเข้าร่วม IPAF Summit 2026 จึงไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอผลงานของ BAM บนเวทีต่างประเทศ แต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การก้าวสู่การเป็นองค์กรบริหารสินทรัพย์ระดับภูมิภาค
หัวใจสำคัญของทิศทางนี้ คือการเปลี่ยนบทบาทจากผู้บริหารหนี้และสินทรัพย์ มาเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ “บริหารโอกาส”
ทั้งโอกาสของลูกหนี้ในการกลับมาตั้งหลัก โอกาสของประชาชนในการเข้าถึงที่อยู่อาศัย โอกาสของผู้ประกอบการในการฟื้นฟูธุรกิจ และโอกาสของนักลงทุนในการเข้าถึงสินทรัพย์ที่มีศักยภาพ
ดร.รักษ์ กล่าวอีกว่า การเข้าร่วมงานครั้งนี้ยังเป็นโอกาสในการสะท้อนบทบาทของประเทศไทย ในฐานะหนึ่งในประเทศที่มีแนวทางบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากล
BAM เชื่อว่าการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ความร่วมมือ และนวัตกรรมกับพันธมิตรในภูมิภาค จะช่วยยกระดับระบบการแก้ไขหนี้เสียของเอเชียให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ท้ายที่สุด การบริหารสินทรัพย์จึงไม่ได้วัดผลเพียงจำนวนหนี้ที่เรียกเก็บคืนได้ หรือทรัพย์สินที่สามารถจำหน่ายออกไปเท่านั้น
แต่ยังรวมถึงจำนวนประชาชนและธุรกิจที่สามารถกลับมาเริ่มต้นใหม่ พร้อมมีส่วนขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนอีกครั้ง





