
การเลือกอาหารในชีวิตประจำวันอาจดูเป็นเพียงเรื่องเล็ก แต่สำหรับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม การตัดสินใจของผู้บริโภคหนึ่งครั้งสามารถเชื่อมโยงไปได้ไกลกว่าสุขภาพของผู้บริโภค ตั้งแต่กระบวนการผลิต วัตถุดิบ รายได้ของเกษตรกร ไปจนถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
แนวคิดดังกล่าวกลายเป็นแกนสำคัญของแคมเปญล่าสุดของ เนสท์เล่ ประเทศไทย ที่เปิดตัว “เลือกดี ชีวิตดีไปด้วยกัน” เพื่อชวนคนไทยมอง “อาหารที่ดี” ในมุมใหม่ ภายใต้แนวคิด Good food, Good life ว่าอาหารที่ดีไม่เพียงมีส่วนช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค แต่ยังสามารถสร้างคุณค่าและส่งต่อผลกระทบเชิงบวกไปยังผู้คน ชุมชน เกษตรกร และสิ่งแวดล้อมได้ด้วย
สำหรับเนสท์เล่ แนวคิดนี้ต่อยอดจากการดำเนินธุรกิจภายใต้ปรัชญา Creating Shared Value หรือ CSV ซึ่งบริษัทใช้เป็นแนวทางในการสร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคม ผ่านทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสนับสนุนเกษตรกร การดูแลทรัพยากรธรรมชาติ และการสร้างผลกระทบเชิงบวกควบคู่กับการเติบโตทางธุรกิจ
เนสท์เล่ก่อตั้งขึ้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อกว่า 160 ปีก่อน ขณะที่ในประเทศไทย บริษัทอยู่เคียงข้างผู้บริโภคไทยมากว่า 130 ปี โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มสำหรับผู้บริโภคในหลากหลายช่วงวัย ตั้งแต่เด็ก วัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุ
หัวใจของแคมเปญ “เลือกดี ชีวิตดีไปด้วยกัน” คือการทำให้ผู้บริโภคเห็นว่า การเลือกที่ดีในชีวิตประจำวันไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
แต่การตัดสินใจเล็กๆ ที่เกิดขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกอาหาร เครื่องดื่ม หรือผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อตัวเอง และเชื่อมโยงไปถึงคนรอบข้าง ชุมชน และสิ่งแวดล้อมได้
เนสท์เล่จึงเลือกใช้เรื่องราวจากชีวิตประจำวันเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร เพื่อเชื่อมผลิตภัณฑ์ของแต่ละแบรนด์เข้ากับผลลัพธ์เชิงบวกที่เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงผู้บริโภค
หนึ่งในตัวอย่างคือ เนสกาแฟ ซึ่งนอกจากนำเสนอผลิตภัณฑ์กาแฟสำหรับผู้บริโภคแล้ว เนสท์เล่ยังดำเนินโครงการสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในประเทศไทย เพื่อช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงขึ้น พร้อมส่งเสริมแนวทางการเพาะปลูกกาแฟอย่างยั่งยืนมากขึ้น
อีกตัวอย่างคือ เนสท์เล่ เพียวไลฟ์ ที่เชื่อมการบริโภคน้ำดื่มเข้ากับการดูแลทรัพยากรน้ำ โดยบริษัทมีส่วนร่วมในโครงการ “เนสท์เล่ น้ำรักษ์น้ำ” ซึ่งดำเนินกิจกรรมฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพบริเวณคลองขนมจีน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
อีกมิติที่เนสท์เล่นำเข้ามาเชื่อมกับแคมเปญ คือการส่งเสริม เกษตรเชิงฟื้นฟู หรือ Regenerative Agriculture ในกลุ่มเกษตรกรไทย โดยนำไปใช้ทั้งในการเพาะปลูกกาแฟและการทำฟาร์มโคนม
เป้าหมายคือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ สร้างโอกาสในการมีรายได้ที่มั่นคงมากขึ้นให้แก่เกษตรกร พร้อมช่วยให้ภาคการเกษตรสามารถปรับตัวรับมือกับภาวะโลกร้อน และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กันไป
ในอีกด้านหนึ่ง บริษัทเดินหน้าปรับเรื่องบรรจุภัณฑ์ โดยออกแบบให้สามารถนำไปรีไซเคิลได้มากขึ้น พร้อมลดการใช้พลาสติกผลิตใหม่ ซึ่งสะท้อนว่าการสร้าง “ชีวิตที่ดี” ในมุมของบริษัทไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเรื่องโภชนาการ แต่ขยายไปถึงกระบวนการผลิตและการจัดการทรัพยากรด้วย

นางสาวสลิลลา สีหพันธุ์ ผู้อำนวยการบริหาร ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และความยั่งยืน บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า เนสท์เล่ดำเนินธุรกิจภายใต้ปรัชญาการสร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคม หรือ CSV มาอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่อร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ การให้ความรู้ด้านโภชนาการแก่คนไทยทุกวัย การสนับสนุนเกษตรกร ไปจนถึงการดูแลสิ่งแวดล้อม
สำหรับที่มาของแคมเปญ “เลือกดี ชีวิตดีไปด้วยกัน” บริษัทมองว่า ชีวิตที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียว แต่เกิดจากการเลือกที่ดีในชีวิตประจำวัน
ไม่ว่าจะเป็นการเลือกอาหารและเครื่องดื่มที่ดีต่อตนเอง หรือเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีกระบวนการผลิตซึ่งคำนึงถึงผลกระทบต่อคนในชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม
เนสท์เล่จึงต้องการใช้แคมเปญนี้เป็นอีกเครื่องมือในการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้บริโภคเห็นความสำคัญของ “การเลือก” พร้อมเชื่อมโยงอาหารที่ดีเข้ากับคุณภาพชีวิตที่ดีให้ชัดเจนขึ้น รวมถึงสะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน
ภายใต้แคมเปญดังกล่าว เนสท์เล่วางแผนสื่อสารแบบครบวงจรทั้ง ออนไลน์และออฟไลน์ พร้อมใช้แพลตฟอร์ม LINE OA @nestlethailand เป็นอีกช่องทางในการสร้างประสบการณ์และคอนเทนต์ที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภค “เลือกดี” และสามารถนำแนวคิดไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น
เนื้อหาจะครอบคลุมทั้งเรื่องการดูแลสุขภาพ การดูแลโลก และการส่งต่อสิ่งดีๆ ให้กับสังคม โดยมีเป้าหมายให้การเลือกของผู้บริโภคในแต่ละวันเชื่อมโยงไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว พร้อมตอกย้ำทิศทางการสร้างคุณค่าร่วมกับผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ตามแนวคิด Good food, Good life ของเนสท์เล่

สิ่งที่น่าสนใจของแคมเปญนี้อยู่ที่การขยับบทสนทนาจาก “สินค้านี้ให้อะไรกับผู้บริโภค” ไปสู่ “การเลือกสินค้านี้เชื่อมโยงกับอะไรบ้าง”
เพราะเมื่อผู้บริโภคให้ความสำคัญกับทั้งสุขภาพ ที่มาของวัตถุดิบ ความยั่งยืน และผลกระทบต่อสังคมมากขึ้น การแข่งขันของแบรนด์อาหารจึงอาจไม่ได้วัดกันเฉพาะรสชาติ ราคา หรือคุณค่าทางโภชนาการอีกต่อไป แต่รวมถึงความสามารถในการทำให้ผู้บริโภคมองเห็นว่า การตัดสินใจซื้อในแต่ละครั้งสามารถเป็นส่วนหนึ่งของผลลัพธ์ที่ใหญ่กว่าตัวผลิตภัณฑ์ได้อย่างไร
สำหรับเนสท์เล่ แคมเปญ “เลือกดี ชีวิตดีไปด้วยกัน” จึงทำหน้าที่มากกว่าการสื่อสารภาพลักษณ์องค์กร แต่ยังเป็นการเชื่อมแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ และแนวทางด้านความยั่งยืนเข้าไว้ในเรื่องเดียวกัน ภายใต้กรอบ Good food, Good life ที่บริษัทใช้เป็นแกนของการดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง.





