
การแข่งขันของตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์ไม่ได้วัดกันเพียงว่าใครมีสินค้าหลากหลายกว่า หรือราคาจับต้องง่ายกว่าอีกต่อไป แต่ “ภาพจำของแบรนด์” และประสบการณ์ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกอยากเข้าใกล้ กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญในการชิงพื้นที่ในใจผู้บริโภค
ล่าสุด บมจ. โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น หรือ MOSHI เดินเกมสร้างแบรนด์ครั้งใหม่ ด้วยการเปิดตัว “บิวกิ้น–พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล” เป็นพรีเซนเตอร์คนแรกของแบรนด์อย่างเป็นทางการ พร้อมใช้แนวคิด “ความน่ารักที่เติมได้ทุกวัน” เป็นแกนในการสื่อสาร เพื่อทำให้ภาพของ Moshi Moshi มีความทันสมัย สดใหม่ และเชื่อมต่อกับคนรุ่นใหม่ได้กว้างขึ้น
การเลือกพรีเซนเตอร์ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การเติมชื่อคนดังเข้าไปในแคมเปญ แต่เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สร้าง Brand Identity ระยะยาว โดยบิวกิ้นจะเข้ามาเป็นตัวแทนภาพรวมของแบรนด์ ผ่านทั้งแคมเปญการตลาดและกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อเพิ่มการรับรู้ ความผูกพัน และประสบการณ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคในทุก Touchpoint
เหตุผลที่ MOSHI เลือก “บิวกิ้น” มาจากภาพลักษณ์ที่สดใส ทันสมัย และเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งแบรนด์มองว่าสอดคล้องกับ DNA ของ Moshi Moshi ที่เน้นสินค้าไลฟ์สไตล์หลากหลาย ดีไซน์ทันสมัย คุณภาพดี และราคาคุ้มค่า
อีกจุดที่น่าสนใจคือฐานแฟนคลับของบิวกิ้นที่ไม่ได้อยู่เฉพาะ Gen Z แต่ยังครอบคลุมทั้งคนวัยทำงาน ครอบครัว และแฟนต่างประเทศ ทำให้ MOSHI มองว่าพรีเซนเตอร์คนใหม่สามารถทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมแบรนด์ไปสู่กลุ่มผู้บริโภคในวงกว้าง หรือ Mass Outreach รวมถึงดึงลูกค้ากลุ่มใหม่ที่อาจยังไม่เคยเข้า Moshi Moshi ให้เข้ามาทดลองประสบการณ์ทั้งหน้าร้านและออนไลน์
ในเชิงธุรกิจ เป้าหมายสำคัญจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่ยอด Engagement บนโซเชียล แต่รวมไปถึงการเพิ่ม Store Traffic รองรับการขยายสาขา และเปลี่ยนฐานแฟนคลับให้กลายเป็นฐานลูกค้าใหม่ของแบรนด์

บุณยวีร์ บุญสงเคราะห์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์ธุรกิจและปฏิบัติการ MOSHI มองว่า การแข่งขันของตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันไม่ได้แข่งกันแค่สินค้าและราคา แต่ “ประสบการณ์” ที่แบรนด์มอบให้ลูกค้ามีน้ำหนักเพิ่มขึ้น พรีเซนเตอร์จึงมีบทบาทในการสร้าง Emotional Connection ทำให้ลูกค้ารู้สึกใกล้ชิด จดจำ และมีส่วนร่วมกับแบรนด์มากขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างความแตกต่างในระยะยาว
จากนี้ MOSHI เตรียมเดินหน้าสื่อสารแคมเปญแบบ 360 องศา ครอบคลุมทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ สื่อภายในสาขา และกิจกรรม On-ground ทั่วประเทศ รวมถึง Exclusive Content และโปรโมชันตลอดปี พร้อมประเดิมด้วยอีเวนต์เปิดตัวพรีเซนเตอร์ และกิจกรรม Lucky Fans สำหรับแฟน ๆ และลูกค้าผู้โชคดี
ขณะเดียวกัน แบรนด์ยังเตรียมทยอยเปิดตัวคอลเลกชัน ดีไซน์ และโปรเจกต์พิเศษใหม่ ๆ เพื่อสร้างเหตุผลให้ลูกค้ากลับเข้ามามี Engagement กับ Moshi Moshi อย่างต่อเนื่อง

เป้าหมายปลายทางของเกมนี้ คือการเพิ่ม Brand Awareness ผลักดัน Moshi Moshi ไปสู่การเป็น Top of Mind ของตลาด พร้อมเพิ่มทราฟฟิกเข้าสู่สาขาเดิม ดึงฐานแฟนคลับเข้ามารองรับสาขาใหม่ กระตุ้นยอดขายทั้งหน้าร้านและออนไลน์ และต่อยอดไปสู่การซื้อซ้ำในระยะยาว
สำหรับ MOSHI การมี “บิวกิ้น” เป็นพรีเซนเตอร์คนแรก จึงอาจไม่ได้มีความหมายแค่เรื่องความสดใหม่ของภาพลักษณ์ แต่คือการใช้พลังของ Fandom เปลี่ยนเป็น Brand Relationship และพยายามขยับจากร้านที่คน “แวะซื้อของน่ารัก” ไปสู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ผู้บริโภคนึกถึงและอยากกลับมาหาซ้ำ





