MOSHI เปิดเกม Fandom ดึง “บิวกิ้น” พรีเซนเตอร์คนแรก ต่อยอดฐานแฟนสู่ลูกค้าใหม่ ดัน Store Traffic–ยอดขายทั้งออนไลน์และหน้าร้าน
10 Aug 2026

MOSHI เปิดเกม Fandom ดึง “บิวกิ้น” พรีเซนเตอร์คนแรก ปั้น Brand Identity–ดัน Store Traffic หนุนเป้ารายได้ปีนี้โต 15–20% จากฐาน 211 สาขา
 


ตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์กำลังแข่งขันกันมากกว่าคำว่า “ของน่ารัก” หรือ “ราคาจับต้องได้” เพราะเมื่อผู้บริโภคมีตัวเลือกมากขึ้น สิ่งที่แบรนด์ต้องแย่งชิงกันไม่ใช่เพียงยอดขาย แต่คือ พื้นที่ในใจของลูกค้า และเหตุผลที่จะทำให้คนกลับเข้าร้านซ้ำ



 

ล่าสุด Moshi Moshi หรือ MOSHI เดินเกมสร้างแบรนด์ครั้งสำคัญ ด้วยการเปิดตัว “บิวกิ้น–พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล” เป็นพรีเซนเตอร์คนแรกของแบรนด์อย่างเป็นทางการ พร้อมใช้แนวคิด “ความน่ารักที่เติมได้ทุกวัน” เป็นแกนสื่อสาร เพื่อทำให้ภาพลักษณ์ของ Moshi Moshi สดใหม่ ทันสมัย และเข้าถึงคนรุ่นใหม่ในวงกว้างมากขึ้น

แต่ถ้ามองให้ลึกกว่าการเปิดตัวพรีเซนเตอร์ ดีลนี้กำลังเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโจทย์การเติบโตทางธุรกิจของ MOSHI ด้วย


เป้าหมายปีนี้ MOSHI ต้องการผลักดันรายได้ให้เติบโตประมาณ 15–20% พร้อมรักษาอัตราการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม หรือ SSSG ไว้ที่ 3–5% ขณะที่ข้อมูล ณ วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 บริษัทมีร้านทั้งหมด 211 สาขา ครอบคลุม 68 จังหวัดทั่วประเทศ

นั่นหมายความว่า การเติบโตไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงการเปิดสาขาใหม่ แต่ยังต้องทำให้สาขาที่มีอยู่สามารถดึงคนเข้าร้านและสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นไปพร้อมกัน

จุดนี้เองที่ทำให้การเลือก “บิวกิ้น” น่าสนใจในเชิงกลยุทธ์

MOSHI ไม่ได้วางบิวกิ้นไว้แค่ในฐานะคนดังที่เข้ามาสร้างกระแส แต่ต้องการให้เป็น ตัวแทนภาพรวมของแบรนด์ ผ่านแคมเปญและกิจกรรมต่าง ๆ ต่อเนื่องตลอดปี เพื่อสร้าง Brand Identity ให้ชัดขึ้น และเพิ่มความผูกพันระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคในทุก Touchpoint

เหตุผลที่ MOSHI เลือกบิวกิ้น มาจากภาพลักษณ์ที่สดใส ทันสมัย และเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งสอดคล้องกับ DNA ของ Moshi Moshi ขณะเดียวกัน ฐานแฟนคลับยังครอบคลุมตั้งแต่ Gen Z คนทำงาน ครอบครัว ไปจนถึงแฟนต่างประเทศ ทำให้มีโอกาสทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมแบรนด์ไปสู่ผู้บริโภคกลุ่มใหม่ได้กว้างขึ้น



จาก Fandom ต้องไปให้ถึง Store Traffic

นี่จึงเป็นมากกว่าเกม Awareness

เพราะสิ่งที่ MOSHI ต้องการต่อยอดคือการเปลี่ยนฐานแฟนคลับให้กลายเป็น ลูกค้าที่เข้ามาสัมผัสแบรนด์จริง ทั้งผ่าน 211 สาขาทั่วประเทศและช่องทางออนไลน์ ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อทั้ง Store Traffic ยอดขายสาขาเดิม และยอดขายรวมของบริษัท

โดยเฉพาะเมื่อ MOSHI ตั้งเป้า SSSG ไว้ที่ 3–5% การสร้างเหตุผลใหม่ ๆ ให้ลูกค้าเดิมกลับมา และดึงลูกค้าใหม่เดินเข้าร้าน จึงเป็นอีกตัวแปรสำคัญที่จะช่วยให้บริษัทไปถึงเป้าหมายรายได้เติบโต 15–20%
 




บุณยวีร์ บุญสงเคราะห์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์ธุรกิจและปฏิบัติการ MOSHI มองว่า การแข่งขันของตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์ไม่ได้ตัดสินกันที่สินค้าและราคาเพียงอย่างเดียว แต่ “ประสบการณ์” ที่แบรนด์มอบให้ผู้บริโภคมีน้ำหนักมากขึ้น

การมีพรีเซนเตอร์จึงเข้ามาช่วยสร้าง Emotional Connection ทำให้ลูกค้ารู้สึกใกล้ชิด จดจำ และมีส่วนร่วมกับแบรนด์ ซึ่งจะช่วยสร้างความแตกต่างและเพิ่มความแข็งแกร่งให้ MOSHI ในระยะยาว


เดินการตลาด 360 องศา ดึงแฟนเข้าสู่หน้าร้าน

หลังจากนี้ MOSHI เตรียมใช้ “บิวกิ้น” เป็นหนึ่งในแกนสำคัญของการตลาดแบบ 360 องศา ครอบคลุมทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ สื่อภายในสาขา และกิจกรรม On-ground ทั่วประเทศ

นอกจากนี้ยังเตรียม Exclusive Content โปรโมชัน กิจกรรม Lucky Fans รวมถึงคอลเลกชันสินค้า ดีไซน์ใหม่ และโปรเจกต์พิเศษที่จะทยอยเปิดตัวอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

ทั้งหมดถูกวางให้เชื่อมต่อกันเป็นเส้นทางตั้งแต่

Fandom → Brand Awareness → Store Traffic → ลูกค้าใหม่ → ยอดขาย → การซื้อซ้ำ

ปลายทางคือการผลักดัน Moshi Moshi ให้ขยับเข้าใกล้การเป็น Top of Mind ในตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์ พร้อมเพิ่มทราฟฟิกเข้าสาขาเดิม รองรับการเปิดสาขาใหม่ ขยายฐานลูกค้า และกระตุ้นยอดขายทั้งหน้าร้านและออนไลน์
 




ดังนั้น การดึง “บิวกิ้น” ครั้งนี้จึงอาจไม่ได้มีโจทย์เพียงทำให้ MOSHI ดูเด็กและสดใหม่ขึ้นเท่านั้น

แต่คือการทดลองว่าแบรนด์จะสามารถ เปลี่ยนพลัง Fandom ให้กลายเป็น Brand Relationship และเปลี่ยน Brand Relationship ให้กลายเป็นยอดขายจริงได้มากแค่ไหน

ยิ่งเมื่อมีเป้าหมายรายได้โต 15–20%, SSSG 3–5% และเครือข่าย 211 สาขาใน 68 จังหวัด เป็นโจทย์อยู่ข้างหน้า “บิวกิ้น” จึงไม่ได้เป็นเพียงหน้าตาของแคมเปญ แต่มีโอกาสกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของ Growth Strategy ของ MOSHI ในปีนี้

 

[อ่าน 672]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
"เอปสัน" เปิดบ้านต้อนรับยังก์ดีไซเนอร์ สานต่อความร่วมมือ "สยามเซ็นเตอร์" ปีที่ 3 ต่อยอดไอเดียจากห้องเรียนสู่ผลงานจริง
ธ.ก.ส. ร่วมเปิดงาน มหกรรมการเกษตร “TOYOTA FARM EXPO 2026”
วางจำหน่ายแล้ว OPPO A7 Pro Series 5G ราคาเริ่มต้น 13,999 บาท ชูเซลฟี่มุมกว้าง 50MP พร้อม AI ปรับเฟรม
Gother ขยับจากเว็บจองเที่ยว สู่แพลตฟอร์มขาย “ประสบการณ์” ตั้งเป้ายอดจอง 3,700 ล้านบาทในปี 2570
แสนสิริ เผยโฉม “SHUSH Ratchathewi” ลักซ์ชัวรี่ลอฟต์ดีไซน์คอนโดพร้อมอยู่ ใจกลางราชเทวี
ปันบุญ โดย ทีทีบี หนุนมูลนิธิใช้ AI และ Data เพิ่มประสิทธิภาพการระดมทุน พร้อมยกระดับการบริจาคให้โปร่งใส
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved