Trip.com Group เปิดรายงานความยั่งยืนปี 2025 ชูนโยบายเพิ่มสิทธิคุณพ่อ ลาดูแลบุตรหลังคลอด 20 วัน
10 Aug 2026

 

Trip.com Group ประกาศนโยบายเพิ่มสิทธิวันลาบิดาแบบได้รับค่าจ้างขั้นต่ำ 20 วัน เพื่อสนับสนุนให้พนักงานชายทั่วโลกสามารถลาไปดูแลบุตรหลังคลอดได้ โดยยังได้รับค่าจ้างตามปกติ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสนับสนุนครอบครัวของพนักงานในทุกภูมิภาค พร้อมเผยแพร่รายงานความยั่งยืนประจำปี 2025 ซึ่งสะท้อนความคืบหน้าในการขับเคลื่อนด้านสภาพภูมิอากาศ การเสริมพลังชุมชน และการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลก

 

หนึ่งในความสำเร็จสำคัญของรายงานฉบับนี้ คือการที่ Trip.com Group กลายเป็นผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวออนไลน์รายแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ได้รับการรับรองเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งในระยะสั้นและเป้าหมาย Net Zero จาก Science Based Targets initiative (SBTi) ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงกรอบแนวคิด “Friendly Four” ของกลุ่มบริษัท ซึ่งประกอบด้วยการเป็นมิตรต่อครอบครัว ชุมชน สิ่งแวดล้อม และพันธมิตรทางธุรกิจ โดยมุ่งสร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควบคู่ไปกับการยกระดับประสบการณ์ของนักเดินทางทั่วโลก

 

 

“การเดินทางเชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และชุมชนเข้าด้วยกัน และเราเชื่อว่าอนาคตของการเดินทางควรสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้กับทั้งโลกและสังคมด้วยเช่นกัน” เจน ซัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Trip.com Group กล่าว พร้อมเสริมว่า “ด้วยกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของเรา เรากำลังลงทุนในบุคลากร เร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ และร่วมมือกับพันธมิตรทั่วโลก เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านการท่องเที่ยวที่มีความแข็งแกร่งและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงมากยิ่งขึ้น”

 

 

นโยบายสนับสนุนครอบครัว

Trip.com Group ยังคงเดินหน้าสร้างสถานที่ทำงานที่เป็นมิตรต่อครอบครัวผ่านโครงการเงินอุดหนุนค่าเลี้ยงดูบุตร (Childcare Subsidy) ซึ่งให้การสนับสนุนครอบครัวพนักงานแล้วกว่า 2,038 ครอบครัวนับตั้งแต่เริ่มโครงการ โดยในปี 2025 มีพนักงาน 1,114 คนได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าว ครอบคลุมบุตรกว่า 1,132 คน คิดเป็นค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 1.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 53 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ ในช่วงปีที่รายงาน กลุ่มบริษัทยังสามารถรักษาอัตราการกลับเข้าทำงานของพนักงานหญิงหลังลาคลอดไว้ที่ 100%

 

 

จากความมุ่งมั่นดังกล่าว Trip.com Group ได้ประกาศนโยบายเพิ่มสิทธิวันลาบิดาแบบได้รับค่าจ้างทั่วโลก ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากสิทธิที่กฎหมายแรงงานในแต่ละประเทศกำหนด โดยพนักงานที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์จะได้รับสิทธิวันลาบิดาแบบได้รับค่าจ้างขั้นต่ำ 20 วัน ระยะแรกเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ครอบคลุมบางประเทศในภูมิภาคเอเชีย ก่อนทยอยขยายไปยังภูมิภาคอื่นทั่วโลกภายในปีนี้ นโยบายดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัทในการสร้างสถานที่ทำงานที่เปิดกว้างและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ส่งเสริมความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและครอบครัว และสนับสนุนบทบาทของพนักงานในฐานะพ่อแม่

 

ควบคู่กับนโยบายดังกล่าว Trip.com Group ยังคงเดินหน้าส่งเสริมความหลากหลายและการมีส่วนร่วมในที่ทำงาน โดยผู้บริหารหญิงคิดเป็น 33.1% ของตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง และ 52.3% ของตำแหน่งบริหารในสายงานหลักที่สร้างรายได้ นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทยังส่งเสริมบทบาทของผู้หญิงในสายงานด้าน STEM โดยมีผู้หญิงดำรงตำแหน่งในสายงานดังกล่าวคิดเป็น 33.0%

 

 

นโยบายเสริมพลังชุมชน

Trip.com Group เดินหน้าขยายโครงการที่ช่วยให้ทุกคนสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์ที่มีความหมายแก่ชุมชนท้องถิ่น

 

กลุ่มบริษัทยังคงพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถวางแผนและจองการเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น ผ่านโครงการ Trip for Everyone ที่มุ่งยกระดับการเข้าถึงแอปพลิเคชันสำหรับผู้ใช้งานทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นการใช้สีที่มองเห็นได้ชัดเจน ตัวอักษรที่ปรับขนาดได้ รองรับโปรแกรมอ่านหน้าจอ และการใช้งานผ่านแป้นพิมพ์ ส่งผลให้ได้รับรางวัล iF Design Award จากการออกแบบที่ช่วยให้นักเดินทางที่มีข้อจำกัดด้านร่างกายหรือข้อจำกัดด้านอื่น ๆ สามารถเดินทางได้อย่างอิสระมากขึ้น

 

Trip.com Group ยังคงขยายโครงการ Country Retreat อย่างต่อเนื่อง โดยช่วยสนับสนุนการจ้างงานทางอ้อมราว 11,000 ตำแหน่งในปีที่รายงาน ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา โครงการดังกล่าวได้สร้างโอกาสการจ้างงานรวมประมาณ 51,000 ตำแหน่งให้แก่ชุมชนท้องถิ่น และมีการจ้างพนักงานในพื้นที่อย่างน้อย 80% ในที่พักทั้ง 12 แห่งของโครงการ

 

เพื่อให้นักเดินทางสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้ในยามฉุกเฉิน แพลตฟอร์ม Global SOS ได้รับการพัฒนาให้รองรับ 24 ภาษา และสามารถรองรับเหตุฉุกเฉินได้มากกว่า 20 รูปแบบ ภายในสิ้นปี 2025 แพลตฟอร์มดังกล่าวได้ให้ความช่วยเหลือนักเดินทางแล้วมากกว่า 23,000 ครั้ง ครอบคลุมกว่า 100 จุดหมายปลายทางทั่วโลก

 

 

นโยบายปกป้องอนาคตของการเดินทาง

Trip.com Group ยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจ พร้อมผลักดันให้การเดินทางแบบคาร์บอนต่ำเข้าถึงผู้ใช้งานได้มากขึ้น

 

ในปีที่รายงาน เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของกลุ่มบริษัทได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจาก Science Based Targets initiative (SBTi) ส่งผลให้ Trip.com Group กลายเป็นผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวออนไลน์รายแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ได้รับการรับรองเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งระยะสั้นและเป้าหมาย Net Zero

 

กลุ่มบริษัทยังเดินหน้าขยายผลิตภัณฑ์ด้านการเดินทางอย่างยั่งยืน ครอบคลุมที่พัก เที่ยวบิน รถเช่า และรถไฟ โดยในปี 2025 มีผู้ใช้งานกว่า 2.74 ล้านคนเลือกเดินทางเพื่อธุรกิจแบบคาร์บอนต่ำ ส่งผลให้มียอดการจองการเดินทางแบบคาร์บอนต่ำรวมกว่า 23.44 ล้านรายการตลอดทั้งปี

 

 

เติบโตไปด้วยกันในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

Trip.com Group ยังคงลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมการเติบโตระยะยาวของระบบนิเวศด้านการท่องเที่ยว ผ่านการพัฒนานวัตกรรม การยกระดับศักยภาพของจุดหมายปลายทาง และการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทั่วโลก

 

ภายในงาน Global Partner Conference 2025 กลุ่มบริษัทได้เปิดตัวกองทุนนวัตกรรมการท่องเที่ยวมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนโครงการด้านการท่องเที่ยวเชิงนวัตกรรมและความร่วมมือข้ามภาคส่วน ซึ่งช่วยส่งเสริมรูปแบบการพัฒนาจุดหมายปลายทางรูปแบบใหม่ และสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้แก่นักท่องเที่ยว

 

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทยังสนับสนุนการพัฒนาจุดหมายปลายทางด้วยการเชื่อมโยงธุรกิจท้องถิ่นเข้ากับนักเดินทางทั่วโลก โดย ณ สิ้นปี 2025 Trip.com Group มีบริการกิจกรรมในจุดหมายปลายทางกว่า 350,000 รายการ ครอบคลุมประสบการณ์ด้านอาหาร การช้อปปิ้ง ทัวร์แบบวันเดียว บัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวและการแสดง ตลอดจนบริการไกด์ส่วนตัว ช่วยสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว พร้อมยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

 

รายงานความยั่งยืนประจำปี 2025 ฉบับเต็ม นำเสนอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้า เป้าหมายสำคัญ และความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของ Trip.com Group ในการร่วมสร้างอนาคตของการเดินทางที่เปิดกว้าง ยั่งยืน และมีความแข็งแกร่งพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงมากยิ่งขึ้น

 

สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากรายงานความยั่งยืนประจำปี 2025 ฉบับเต็มได้ ที่นี่

 

 

[อ่าน 32]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“แสนสิริ” ผนึก “โนมุระ เรียล เอสเตท (ไทยแลนด์)” เปิดตัว THE MONUMENT SATHON คอนโดมิเนียมลักซ์ชัวรีใหม่ ใจกลางสาทร
เมืองไทยประกันชีวิต สานต่อ “เมืองไทยมอบทุนน้องน้อย” ปีที่ 37 มอบทุนการศึกษา 200 ทุน รวม 1 ล้านบาท
Jelly Bunny ❤️ Hello Kitty เสิร์ฟความคิวต์ครั้งใหม่ กับคอลเลกชั่นพิเศษสไตล์สปอร์ตี้ชิค
เซ็นทรัลพัฒนา เผยผลประกอบการ Q 2/2569 แข็งแกร่ง ธุรกิจหลักทำนิวไฮต่อเนื่อง หนุนการเติบโตทุกธุรกิจ
SCB WEALTH ผนึก กลุ่ม SCBX พันธมิตรระดับโลก เปลี่ยนความผันผวนเป็นโอกาสมุ่งสู่ความมั่งคั่ง
MOSHI เปิดเกม Fandom ดึง “บิวกิ้น” พรีเซนเตอร์คนแรก ต่อยอดฐานแฟนสู่ลูกค้าใหม่ ดัน Store Traffic–ยอดขายทั้งออนไลน์และหน้าร้าน
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved