

ล่าสุด บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MK Group เดินหน้าพลิกโฉม “แหลมเจริญซีฟู้ด” อีกหนึ่งแบรนด์สำคัญในพอร์ต ด้วยการนำจุดแข็งจากต้นกำเนิดของแบรนด์ที่จังหวัดระยอง กลับมาเป็นแกนหลักในการสร้างความแตกต่าง ภายใต้แนวคิด “ตัวจริงซีฟู้ดระยองแท้”
เป้าหมายคือการทำให้ “รสชาติท้องถิ่น” ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในพื้นที่ แต่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคทั่วประเทศ รวมถึงต่อยอดไปสู่ตลาดต่างประเทศในอนาคต

ธีร์ ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มองว่า พฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกเปิดรับอาหารไทยมากขึ้น โดยเฉพาะอาหารทะเล ซึ่งถือเป็นโอกาสของแหลมเจริญซีฟู้ดในการนำอัตลักษณ์ของอาหารระยองมาสร้างความแตกต่าง ตั้งแต่วัตถุดิบ รสชาติ ไปจนถึงประสบการณ์ในร้าน
ท่ามกลางตลาดร้านอาหารที่มีตัวเลือกจำนวนมาก ผู้บริโภคไม่ได้มองหาเพียงแบรนด์ที่คุ้นเคย แต่ยังต้องการอาหารที่มีเรื่องราว มีเอกลักษณ์ และให้ประสบการณ์ที่ไม่เหมือนแบรนด์อื่น
จุดแข็งของแหลมเจริญซีฟู้ดจึงอยู่ที่ “รสชาติ Local สูตรเฉพาะจากระยอง” ซึ่งสามารถนำมาตีความใหม่ให้ร่วมสมัย และเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้กว้างขึ้น
เป้าหมายของ MK Group คือการผลักดันรสชาติแบบระยองให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ผ่านทั้งวัตถุดิบ เรื่องราว และประสบการณ์ของแบรนด์ พร้อมต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นให้กลายเป็นหนึ่งใน Soft Power ด้านอาหารที่สามารถเข้าถึงทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติได้

การปรับภาพแหลมเจริญซีฟู้ดครั้งนี้ ยังมาพร้อมโจทย์สำคัญคือการ ขยายฐานลูกค้าให้กว้างกว่าเดิม
จากเดิมที่มีฐานลูกค้าครอบครัวเป็นกลุ่มหลัก แบรนด์ต้องการเข้าถึงคนหนุ่มสาวที่ชื่นชอบอาหารไทยร่วมสมัย กลุ่มที่ชอบทดลองเมนูใหม่ รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สนใจอาหารไทยและอาหารทะเล
อีกเป้าหมายสำคัญคือการเพิ่ม อัตราการกลับมาใช้บริการซ้ำ หรือ Repeat Customer ซึ่ง MK Group มองว่าเป็นฐานสำคัญสำหรับการสร้างการเติบโตที่แข็งแรงและยั่งยืนในระยะยาว ก่อนต่อยอดไปสู่โอกาสการขยายธุรกิจในต่างประเทศ

หนึ่งในหัวใจของการพลิกโฉมครั้งนี้คือ Menu Strategy
แหลมเจริญซีฟู้ดปรับตั้งแต่คุณภาพอาหาร การคัดเลือกวัตถุดิบ การสร้างสรรค์เมนูใหม่ ไปจนถึงการปรับขนาดอาหารให้มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อให้เหมาะทั้งกับลูกค้ากลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่
แนวคิดคือทำให้ลูกค้าสามารถสั่งอาหารได้หลายเมนูในหนึ่งมื้อ โดยไม่ถูกจำกัดด้วยขนาดจานแบบเดิม และช่วยเพิ่มความหลากหลายให้ประสบการณ์การรับประทานอาหาร
พร้อมกันนี้ยังเปิดตัว 11 เมนูซิกเนเจอร์ใหม่ ที่นำเอกลักษณ์และรสชาติของระยองมาเป็นหัวใจสำคัญ ได้แก่
กุ้งแม่น้ำทอดน้ำปลาระยอง, ปลากะพงสองน้ำ, หมึกแดดเดียว, ส้มตำไทยสับปะรดสูตรระยอง, แกงส้มไข่ปลาเรียวเซียวหม้อไฟ, เนื้อปูผัดผงกะหรี่สูตรระยอง, ห่อหมกปลาอินทรี, ข้าวผัดเนื้อปูก้อน, หอยตลับผัดโหระพา, กุ้งแช่น้ำปลา และเส้นหมี่แกงปูใบชะพลู
ทั้งหมดถูกออกแบบให้สะท้อนภาพใหม่ของแหลมเจริญซีฟู้ดที่ยังคงรากของรสชาติแบบระยอง แต่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ได้ง่ายขึ้น

การสร้างแบรนด์ครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนเฉพาะเมนู แต่ยังครอบคลุมไปถึงประสบการณ์ภายในร้าน
แหลมเจริญซีฟู้ดเปิด Concept Store โฉมใหม่ที่เซ็นทรัลเวิลด์ โดยนำแรงบันดาลใจจากสาขาแรกบริเวณ ปากน้ำระยอง หาดแหลมเจริญ รวมถึงวิถีชาวประมงและชุมชนตลาดเก่าบ้านเพ มาถ่ายทอดผ่านงานออกแบบร้าน
องค์ประกอบอย่างสถาปัตยกรรมท้องถิ่น เรือประมง ไปจนถึง “ห้องหมักน้ำปลา” ถูกนำมาตีความใหม่ในรูปแบบร่วมสมัย ขณะที่เครื่องแบบพนักงานก็หยิบรายละเอียดจากวิถีชีวิตชาวประมงมาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์แบรนด์
ทำให้ร้านไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นพื้นที่รับประทานอาหาร แต่เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเล่าเรื่องต้นกำเนิดของแหลมเจริญซีฟู้ดให้ผู้บริโภครู้จักมากขึ้น

ในมุม MarketPlus การปรับตัวของแหลมเจริญซีฟู้ดครั้งนี้สะท้อนทิศทางการแข่งขันของธุรกิจร้านอาหารไทยได้ชัดเจนว่า การขยายสาขาหรือเพิ่มเมนูใหม่เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป
สิ่งที่แบรนด์ต้องสร้างให้ชัดคือ Brand Identity ที่คู่แข่งลอกได้ยาก
สำหรับแหลมเจริญซีฟู้ด จุดนั้นคือ “ระยอง”
เมื่อแบรนด์เลือกหยิบต้นกำเนิด รสชาติ วัตถุดิบ ภูมิปัญญา และวิถีชีวิตของพื้นที่กลับมาเป็นหัวใจในการพัฒนาทั้งเมนูและประสบการณ์ ก็เท่ากับเป็นการเปลี่ยนจากการขายเพียง “อาหารทะเล” ไปสู่การขาย เรื่องราวและความเป็นต้นตำรับ
โจทย์ต่อจากนี้จึงอยู่ที่ว่า แหลมเจริญซีฟู้ดจะสามารถทำให้ภาพจำ “ซีฟู้ดระยองแท้” แข็งแรงมากพอที่จะดึงลูกค้ารุ่นใหม่ เพิ่มความถี่ในการกลับมาใช้บริการ และต่อยอดจากแบรนด์ร้านอาหารไทยไปสู่ตลาดต่างประเทศได้มากเพียงใด
แต่ในสมรภูมิร้านอาหารที่ความแตกต่างกำลังกลายเป็นปัจจัยชี้ขาด การกลับไปค้นหา “ราก” ของแบรนด์ แล้วนำกลับมาตีความใหม่ อาจเป็นหนึ่งในเกมสำคัญที่ทำให้แหลมเจริญซีฟู้ดมีพื้นที่ยืนที่ชัดเจนขึ้นในตลาดอีกครั้ง




