Rabbit Bytes ชี้คนไทย "จ่ายฉลาดขึ้น" กาง 5 เทรนด์พลิกเกม ชูโมเดล Commerce Partner ปั้นแบรนด์โต
20 Aug 2026

 

แม้ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยจะมีแนวโน้มพุ่งแตะ 1.15 ล้านล้านบาทในปี 2569 แต่โจทย์ท้าทายที่สุดของเจ้าของธุรกิจในวันนี้ ไม่ใช่แค่การแข่งกันทำยอดขาย ทว่าเป็นการรับมือกับ "พฤติกรรมผู้บริโภคที่ซับซ้อนขึ้น" Rabbit Bytes บริษัทในเครือ BTS Group จึงออกมาเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกผ่าน Lifestyle Outlook Q2/2026 เพื่อฉายภาพให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนสำคัญที่แบรนด์ต้องรู้ให้ทัน

 

 

ข้อมูลจากแพลตฟอร์มภายใต้การดูแลของ Rabbit Bytes ระบุชัดเจนว่า ผู้บริโภคไทยกำลังก้าวเข้าสู่ "New Era of Thai Spending" ซึ่งไม่ได้หมายความว่าคนไทยใช้เงินมากขึ้น แต่คือ "การใช้จ่ายอย่างชาญฉลาดและมีเป้าหมาย" โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตมากกว่าความฟุ่มเฟือย ซึ่งสะท้อนผ่าน 5 เทรนด์หลักที่จะเป็นตัวเปลี่ยนเกม Commerce ของไทย ได้แก่

1. Health & Wellness Economy (สุขภาพคือการลงทุน): สินค้ากลุ่ม Smart Health Device ไม่ใช่แค่ Gadget ตามกระแสอีกต่อไป สะท้อนจากยอดขายสมาร์ทวอทช์ราคาสูงอย่าง Amazfit รุ่น Balance 2 และ Active Max ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภคพร้อมจ่ายหนักเพื่อแลกกับคุณค่าระยะยาว

2. Premium Pet Economy (ทุ่มไม่อั้นเพื่อสมาชิก 4 ขา): สัตว์เลี้ยงคือสมาชิกครอบครัว ดันให้มูลค่าเฉลี่ยต่อคำสั่งซื้อ (AOV) ในหมวดนี้พุ่งสูงถึงราว 1,000 บาท ผู้บริโภคยินดีจ่ายให้อาหารเกรดพรีเมียมและอุปกรณ์อัจฉริยะแบบไม่ลังเล

3. Flexible Payment (ยุคแห่งความยืดหยุ่นทางการเงิน): SPayLater และการเก็บเงินปลายทาง (COD) ครองสัดส่วนการชำระเงินรวมกันถึง 50% แซงหน้า Mobile Banking และบัตรเครดิตในหลายหมวดสินค้า

4. The New Baseline of Omnichannel (ขายช่องทางเดียวไม่รอด): แม้ Shopee จะยังครองยอดขายหลัก (70%) แต่ TikTok Shop กลับเติบโตถึง 2 เท่า และเว็บไซต์ของแบรนด์ (Brand.com) โตทะลุ 5 เท่าเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ผู้บริโภคคาดหวังประสบการณ์ไร้รอยต่อในทุกช่องทาง

5. Regional Power (กำลังซื้อกระจายสู่ภูมิภาค): หัวเมืองใหญ่อย่าง เชียงใหม่ นครราชสีมา และสงขลา มีอัตราการเติบโตของยอดขายอย่างต่อเนื่องที่ 8-22% โดยเฉพาะหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก (Small Appliances)

 

 

คุณวิทยา โตโพธิ์ยศสกุล Acting CEO ของ Rabbit Bytes ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า "สิ่งที่เราเห็นคือ ผู้บริโภคไม่ได้ลดการใช้จ่าย แต่เลือกใช้เงินอย่างมีเหตุผล พวกเขายอมลงทุนกับสุขภาพ สัตว์เลี้ยง และใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อบริหารงบประมาณ สิ่งเหล่านี้กำลังเปลี่ยนวิธีการทำตลาด ทำให้ Data กลายเป็นปัจจัยชี้เป็นชี้ตายของธุรกิจ"

 

ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ดัง เพื่อให้แบรนด์สามารถรับมือกับเทรนด์เหล่านี้ได้ Rabbit Bytes จึงยกระดับตัวเองออกจากกรอบผู้ให้บริการแบบเดิม สู่การเป็น "Commerce Partner" แบบครบวงจร ภายใต้แนวคิด "We Build Brands, Byte by Byte"

 

หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า เบื้องหลังยอดขายที่เติบโตแบบก้าวกระโดดของแบรนด์ชั้นนำระดับโลกในตลาดไทย มี Rabbit Bytes เป็นผู้วางกลยุทธ์และกุมบังเหียนในฐานะ "ผู้บริหารจัดการอีคอมเมิร์ซอย่างเป็นทางการ" (Official Commerce Partner) โดยผสาน 3 เสาหลัก ได้แก่ การบริหารแบรนด์แบบบูรณาการ (Brand Management), ยุทธศาสตร์การกระจายสินค้าเชิงรุก (Distribution) และการเป็นพันธมิตรผู้ปลดล็อกศักยภาพการเติบโต (Enabler)

 

ความเชี่ยวชาญดังกล่าว ถูกพิสูจน์แล้วผ่านการบริหารจัดการธุรกิจแบบ End-to-End ให้กับพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ระดับโลกและแบรนด์ชั้นนำของไทย ซึ่งสามารถเปลี่ยน Consumer Insight ให้เป็นยอดขายที่จับต้องได้จริง อาทิ:

• เจาะตลาดเฉพาะกลุ่มอย่างแม่นยำ: บริหารจัดการแบรนด์ Pando จนสามารถผลักดันสินค้ากลุ่มรถเข็นสัตว์เลี้ยงขึ้นอันดับ 1 บน Shopee พร้อมส่งกลุ่ม Cat Litter Box และ Grooming ติด Top 3 ของแพลตฟอร์ม

• ผสาน Content สู่ยอดขาย: วางกลยุทธ์ Live Commerce ให้กับ Amazfit ดันยอดขายบน TikTok Shop โตถึง 47 เท่า (+4,622%) พร้อมต่อยอดภาพลักษณ์แบรนด์สู่งานระดับโลกอย่าง HYROX และสื่อโฆษณาที่ Times Square

• ขับเคลื่อน Creator-Led Business: บุกเบิกโปรเจกต์ Snack Maker ดึงศักยภาพของครีเอเตอร์ไทยมาผสานกับการบริหาร Supply Chain ของ Rabbit Bytes ส่งผลให้แบรนด์อย่าง Bow's Chips ทำสถิติ Sold Out ภายใน 10 นาทีทุกครั้งที่ไลฟ์ และดัน Mu-Te-Boom ขึ้นแท่นสินค้าขายดีบน TikTok Shop

 

 

นอกจากนี้ Rabbit Bytes ยังดูแลการบริหารจัดการแบบครบวงจรให้กับแบรนด์ชั้นนำอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ Biohyalux, Life-Space เป็นต้น

 

ผลลัพธ์แห่งการบริหารจัดการที่เฉียบขาด ส่งผลให้ในปีงบประมาณ FY25/26 Rabbit Bytes ทำรายได้รวมถึง 548 ล้านบาท (อัตรากำไรขั้นต้น 33%) และได้รับการจัดอันดับเป็น Premium Certified Enabler อันดับ 1 ของประเทศไทย จาก Shopee (Q2/2026) เป็นเครื่องการันตีถึงขีดความสามารถในการผลักดัน GMV ให้กับแบรนด์พันธมิตรกว่า 20 แบรนด์

 

"เป้าหมายสูงสุดของ Rabbit Bytes คือการทำให้ธุรกิจของลูกค้าสยายปีกได้อย่างมั่นคง เราไม่ใช่แค่บริษัทรับจ้างทำอีคอมเมิร์ซ แต่เราคือพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่พร้อมร่วมสร้างการเติบโตตั้งแต่วันแรก" คุณวิทยากล่าวทิ้งท้าย

 

ด้วยส่วนผสมที่ลงตัวของ Data Technology และ Commerce Ecosystem ที่สมบูรณ์แบบ Rabbit Bytes จึงพร้อมที่จะกำหนดมาตรฐานใหม่ และเป็น "Growth Partner" ที่แบรนด์ไทยและต่างประเทศขาดไม่ได้ในสมรภูมิอีคอมเมิร์ซปัจจุบัน

 

[อ่าน 88]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปริญญาอย่างเดียวอาจไม่พอ! ABAC ชี้เกมอุดมศึกษายุค AI เปลี่ยนจาก “ขายหลักสูตร” สู่ “สร้างคนให้พร้อมทำงาน”
Milieu เผย ผู้บริโภคไทย 3 ใน 4 ต้องกู้ยืมหรือใช้เงินออม เพื่อรับมือค่าใช้จ่ายในชีวิตประจําวัน
"อโกด้า" เผย เทรนด์ทำงานแบบยืดหยุ่น หนุนคนไทยให้ความสนใจเที่ยวต่างประเทศนานขึ้น
JobThai เปิด Salary Survey 2026 “งานขาย” มาแรงกว่า 1 แสนอัตรา ไอทีครองแชมป์เงินเดือนสูง
เมื่อโปรโมชั่นไม่ใช่คำตอบเดียว KTC ชู Human Touch สร้างความอุ่นใจทางการเงิน
KTC SPORTS จับเทรนด์คนไทยลงทุนสุขภาพ ดัน Sports & Wellness Community รับยอดใช้จ่ายฟิตเนสโต 20%
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved