
บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD ผู้นำด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนครบวงจรระดับภูมิภาคอาเซียน เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จำนวน 2 ชุดใหม่ ให้แก่ผู้ลงทุนประชาชนเป็นการทั่วไป โดยกำหนดชำระดอกเบี้ยทุก 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้
หุ้นกู้ที่เสนอขายประกอบด้วย หุ้นกู้อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.85–3.10% ต่อปี เสนอขายผ่านธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) คาดว่าจะเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 18 และ 21–22 กันยายน 2569
ขณะที่ หุ้นกู้ดิจิทัลอายุ 3 ปี 6 เดือน กำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.95–3.20% ต่อปี เสนอขายผ่านบริการวอลเล็ตซื้อขายหุ้นกู้บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สำหรับบุคคลธรรมดาที่บรรลุนิติภาวะแล้ว เป็นผู้ถือสัญชาติไทยเพียงสัญชาติเดียว และมีภูมิลำเนาและถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย โดยคาดว่าจะเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 18–22 กันยายน 2569
ทั้งนี้ บริษัทและหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “BBB+(tha)” พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือคงที่ จากบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 สะท้อนถึงสถานะของ SJWD ในฐานะบริษัทหลักด้านธุรกิจโลจิสติกส์ของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC โดยปัจจุบันกลุ่มบริษัทปูนซิเมนต์ไทยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ SJWD
ดร.เอกพงษ์ ตั้งศรีสงวน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การออกและเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำเงินที่ได้รับไปใช้เพื่อชำระคืนหนี้จากการออกตราสารหนี้ หรือ Roll-over โดยคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพและความแข็งแกร่งของ SJWD ในฐานะผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงการได้รับการสนับสนุนด้านการดำเนินงานจาก SCC อย่างต่อเนื่อง
สำหรับผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 739.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 85.6% สู่ระดับ 201.3 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 13,397.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการเติบโตของธุรกิจขนส่งสินค้า ธุรกิจรับฝากและบริหารสินค้า และธุรกิจโลจิสติกส์ในต่างประเทศ ตอกย้ำศักยภาพของ SJWD ในการขยายฐานลูกค้า เพิ่มปริมาณงาน และเชื่อมโยงโอกาสทางการค้าในภูมิภาคอาเซียนผ่านเครือข่ายโลจิสติกส์แบบครบวงจร





