

บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน) หรือ DDD ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ความงามและผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ LESASHA, SPARKLE, SNAILWHITE, Oxe'cure, Jason และอีกหลายแบรนด์ เดินหน้ากลยุทธ์ Celebrity-led Brand Strategy อย่างต่อเนื่อง พร้อมประกาศต่อสัญญา “หลิงหลิง–ศิริลักษณ์ คอง” พรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์ SPARKLE และ “ออม–กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์” พรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์ LESASHA เป็นปีที่ 2 หลังช่วยผลักดันทั้งการรับรู้แบรนด์ กระแสบนแพลตฟอร์มดิจิทัล และผลลัพธ์ทางธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

นันทวรรณ สุวรรณเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน) ระบุว่า พฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน การตัดสินใจซื้อไม่ได้เกิดจากการเห็นโฆษณาเพียงครั้งเดียว แต่ค่อยๆ ก่อตัวจากคอนเทนต์ รีวิว การบอกต่อ และความเชื่อมั่นต่อบุคคลที่ติดตาม
ขณะเดียวกัน กระแส Beauty & Wellness Economy ทำให้ผู้บริโภคพร้อมลงทุนกับสุขภาพ ความงาม และไลฟ์สไตล์ที่ดีขึ้น ส่วน Fandom Economy ก็เข้ามามีบทบาทสำคัญ เมื่อแฟนคลับพร้อมสนับสนุนแบรนด์ที่ศิลปินซึ่งตนเองชื่นชอบเลือกใช้หรือเป็นตัวแทนของแบรนด์
จุดนี้ทำให้บทบาทของพรีเซ็นเตอร์เปลี่ยนจากการเป็นเพียง “หน้าตาของโฆษณา” ไปสู่การเป็นตัวกลางสร้างความน่าเชื่อถือ กระตุ้นการทดลองใช้ และสร้างบทสนทนาบนโลกออนไลน์ที่สามารถต่อยอดไปสู่ยอดขายได้จริง
ดู เดย์ ดรีม มองว่าความสำเร็จของการใช้พรีเซ็นเตอร์ไม่ควรวัดเพียงจำนวนผู้ติดตามหรือกระแสความนิยม แต่ต้องดูความสอดคล้องระหว่างตัวตนของบุคคลกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ รวมถึงความสามารถในการสร้างความน่าเชื่อถือและมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของกลุ่มเป้าหมาย
ในปีที่ผ่านมา การร่วมงานกับหลิงหลิงและออมช่วยขยายการรับรู้ของแบรนด์ SPARKLE และ LESASHA ในวงกว้าง พร้อมสร้าง Engagement ในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ โดยในปี 2568 ยอดขายของทั้งสองแบรนด์เติบโตมากกว่า 30% จากปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นว่าการลงทุนด้านแบรนด์และการสื่อสารที่ตั้งอยู่บนความเข้าใจผู้บริโภค สามารถสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากการสร้างการรับรู้ผ่านพรีเซ็นเตอร์ ดู เดย์ ดรีม ยังเดินหน้าปรับภาพลักษณ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ควบคู่กัน
สำหรับ SPARKLE บริษัทวางตำแหน่งให้เป็น Whitening Oral Care Expert หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลช่องปากและฟันขาว พร้อมปรับโฉมบรรจุภัณฑ์ใหม่ให้มีความพรีเมียมมากขึ้น โดยยังคงสูตรและคุณภาพเดิม รวมถึงใช้เทคโนโลยี Micro White Silica ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์ของแบรนด์ในการช่วยขจัดคราบบนผิวฟันโดยไม่ทำลายเคลือบฟัน นอกจากนี้ยังมีสินค้าในกลุ่มแปรงสีฟัน แปรงสีฟันไฟฟ้า และไหมขัดฟัน เพื่อสร้างภาพจำของแบรนด์ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Oral Care ให้ชัดเจนขึ้น
ด้าน LESASHA เดินหน้าภายใต้แนวคิด “Lesasha Everyday, Your style” เน้นให้การดูแลและจัดแต่งทรงผมเป็นเรื่องง่ายในชีวิตประจำวัน พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง LESASHA AI-SENSE HAIR DRYER ไดร์เป่าผม AI ที่รองรับการใช้งาน 6 โหมด รวมถึงโหมดสำหรับผมสั้น ผมยาว เด็ก AI ถนอมเส้นผม และ Pet Friendly รวมถึง LESASHA COLORAIR HAIR DRYER ที่ใช้ดีไซน์และสีพาสเทลเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มอายุน้อยลง

สำหรับปี 2569 ดู เดย์ ดรีม จะยังเดินหน้ากลยุทธ์ Celebrity-led Brand Strategy ต่อเนื่อง โดยเป้าหมายหลักไม่ใช่เพียงการสร้างกระแสระยะสั้น แต่ต้องการต่อยอดไปสู่ Brand Trust ผ่านการสื่อสารที่จริงใจ การสร้างประสบการณ์ร่วม และการเชื่อมโยงกับคอมมูนิตี้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อเปลี่ยนผู้บริโภคจาก “ผู้ซื้อ” ไปสู่ “ผู้สนับสนุน” และผู้ที่พร้อมบอกต่อแบรนด์
บริษัทจึงตัดสินใจต่อสัญญากับหลิงหลิงและออมเป็นปีที่ 2 เพื่อสานต่อความแข็งแกร่งของ SPARKLE และ LESASHA หลังผลลัพธ์ในช่วงปีแรกสะท้อนทั้งยอดขายที่เติบโตและการขยายฐานการรับรู้แบรนด์ในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่

กลยุทธ์ครั้งนี้จึงสะท้อนภาพการแข่งขันของตลาด Beauty & Wellness ที่กำลังเปลี่ยนจากการสร้าง “การมองเห็น” ไปสู่การสร้าง “ความไว้วางใจ” เพราะเมื่อผู้บริโภคเชื่อมั่นในแบรนด์ ความสัมพันธ์ระยะยาวและการเติบโตทางธุรกิจก็มีโอกาสเกิดขึ้นตามมา





