ดู เดย์ ดรีม เดินเกม Celebrity-led Brand Strategy ต่อยอด Fandom Economy สู่ Brand Trust ดัน SPARKLE–LESASHA โตต่อเนื่อง
22 Aug 2026

 


ตลาด Beauty & Wellness กำลังขยับจากการแข่งขันด้วยราคาและคุณสมบัติสินค้า ไปสู่การแข่งขันด้าน “ความเชื่อมั่น” และความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ตัดสินใจซื้อจากทั้งคอนเทนต์ รีวิว การบอกต่อ และบุคคลที่ชื่นชอบ ทำให้พรีเซ็นเตอร์ไม่ได้มีบทบาทเพียงสร้างการรับรู้ แต่กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสร้าง Brand Trust และเปลี่ยนพลังของ Fandom Economy ให้เชื่อมโยงไปสู่ยอดขายได้จริง

 

 

บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน) หรือ DDD ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ความงามและผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ LESASHA, SPARKLE, SNAILWHITE, Oxe'cure, Jason และอีกหลายแบรนด์ เดินหน้ากลยุทธ์ Celebrity-led Brand Strategy อย่างต่อเนื่อง พร้อมประกาศต่อสัญญา “หลิงหลิง–ศิริลักษณ์ คอง” พรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์ SPARKLE และ “ออม–กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์” พรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์ LESASHA เป็นปีที่ 2 หลังช่วยผลักดันทั้งการรับรู้แบรนด์ กระแสบนแพลตฟอร์มดิจิทัล และผลลัพธ์ทางธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

 

Beauty & Wellness เชื่อม Fandom Economy

 

 

นันทวรรณ สุวรรณเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน) ระบุว่า พฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน การตัดสินใจซื้อไม่ได้เกิดจากการเห็นโฆษณาเพียงครั้งเดียว แต่ค่อยๆ ก่อตัวจากคอนเทนต์ รีวิว การบอกต่อ และความเชื่อมั่นต่อบุคคลที่ติดตาม

ขณะเดียวกัน กระแส Beauty & Wellness Economy ทำให้ผู้บริโภคพร้อมลงทุนกับสุขภาพ ความงาม และไลฟ์สไตล์ที่ดีขึ้น ส่วน Fandom Economy ก็เข้ามามีบทบาทสำคัญ เมื่อแฟนคลับพร้อมสนับสนุนแบรนด์ที่ศิลปินซึ่งตนเองชื่นชอบเลือกใช้หรือเป็นตัวแทนของแบรนด์

จุดนี้ทำให้บทบาทของพรีเซ็นเตอร์เปลี่ยนจากการเป็นเพียง “หน้าตาของโฆษณา” ไปสู่การเป็นตัวกลางสร้างความน่าเชื่อถือ กระตุ้นการทดลองใช้ และสร้างบทสนทนาบนโลกออนไลน์ที่สามารถต่อยอดไปสู่ยอดขายได้จริง

 

SPARKLE–LESASHA โตมากกว่า 30%

ดู เดย์ ดรีม มองว่าความสำเร็จของการใช้พรีเซ็นเตอร์ไม่ควรวัดเพียงจำนวนผู้ติดตามหรือกระแสความนิยม แต่ต้องดูความสอดคล้องระหว่างตัวตนของบุคคลกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ รวมถึงความสามารถในการสร้างความน่าเชื่อถือและมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของกลุ่มเป้าหมาย

ในปีที่ผ่านมา การร่วมงานกับหลิงหลิงและออมช่วยขยายการรับรู้ของแบรนด์ SPARKLE และ LESASHA ในวงกว้าง พร้อมสร้าง Engagement ในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ โดยในปี 2568 ยอดขายของทั้งสองแบรนด์เติบโตมากกว่า 30% จากปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นว่าการลงทุนด้านแบรนด์และการสื่อสารที่ตั้งอยู่บนความเข้าใจผู้บริโภค สามารถสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

ปรับแบรนด์ให้เชื่อมกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค

นอกจากการสร้างการรับรู้ผ่านพรีเซ็นเตอร์ ดู เดย์ ดรีม ยังเดินหน้าปรับภาพลักษณ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ควบคู่กัน

สำหรับ SPARKLE บริษัทวางตำแหน่งให้เป็น Whitening Oral Care Expert หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลช่องปากและฟันขาว พร้อมปรับโฉมบรรจุภัณฑ์ใหม่ให้มีความพรีเมียมมากขึ้น โดยยังคงสูตรและคุณภาพเดิม รวมถึงใช้เทคโนโลยี Micro White Silica ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์ของแบรนด์ในการช่วยขจัดคราบบนผิวฟันโดยไม่ทำลายเคลือบฟัน นอกจากนี้ยังมีสินค้าในกลุ่มแปรงสีฟัน แปรงสีฟันไฟฟ้า และไหมขัดฟัน เพื่อสร้างภาพจำของแบรนด์ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Oral Care ให้ชัดเจนขึ้น

ด้าน LESASHA เดินหน้าภายใต้แนวคิด “Lesasha Everyday, Your style” เน้นให้การดูแลและจัดแต่งทรงผมเป็นเรื่องง่ายในชีวิตประจำวัน พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง LESASHA AI-SENSE HAIR DRYER ไดร์เป่าผม AI ที่รองรับการใช้งาน 6 โหมด รวมถึงโหมดสำหรับผมสั้น ผมยาว เด็ก AI ถนอมเส้นผม และ Pet Friendly รวมถึง LESASHA COLORAIR HAIR DRYER ที่ใช้ดีไซน์และสีพาสเทลเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มอายุน้อยลง

 

ต่อสัญญา “หลิง–ออม” ปีที่ 2 จาก Fandom สู่ Brand Trust

 

 

สำหรับปี 2569 ดู เดย์ ดรีม จะยังเดินหน้ากลยุทธ์ Celebrity-led Brand Strategy ต่อเนื่อง โดยเป้าหมายหลักไม่ใช่เพียงการสร้างกระแสระยะสั้น แต่ต้องการต่อยอดไปสู่ Brand Trust ผ่านการสื่อสารที่จริงใจ การสร้างประสบการณ์ร่วม และการเชื่อมโยงกับคอมมูนิตี้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อเปลี่ยนผู้บริโภคจาก “ผู้ซื้อ” ไปสู่ “ผู้สนับสนุน” และผู้ที่พร้อมบอกต่อแบรนด์

บริษัทจึงตัดสินใจต่อสัญญากับหลิงหลิงและออมเป็นปีที่ 2 เพื่อสานต่อความแข็งแกร่งของ SPARKLE และ LESASHA หลังผลลัพธ์ในช่วงปีแรกสะท้อนทั้งยอดขายที่เติบโตและการขยายฐานการรับรู้แบรนด์ในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่

 

 

กลยุทธ์ครั้งนี้จึงสะท้อนภาพการแข่งขันของตลาด Beauty & Wellness ที่กำลังเปลี่ยนจากการสร้าง “การมองเห็น” ไปสู่การสร้าง “ความไว้วางใจ” เพราะเมื่อผู้บริโภคเชื่อมั่นในแบรนด์ ความสัมพันธ์ระยะยาวและการเติบโตทางธุรกิจก็มีโอกาสเกิดขึ้นตามมา

[อ่าน 668]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไอ-เทล Q3/69 ยอดขาย 160 ล้านเหรียญ โต 11.2% รุกตลาดสหรัฐฯ ซื้อกิจการ “เฟลป์ส เพ็ท โปรดักส์”
"ลลิล พร็อพเพอร์ตี้" อัดโปร “EASY TO โอน!” ในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 50 29 ต.ค. - 1 พ.ย. นี้
แม็คโคร จุดไฟโอกาสใหม่ ให้อุตสาหกรรมอาหารไทย ผ่านมหกรรม ‘Makro HORECA 2026’
กสิกรไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำ คว้า 4 รางวัลใหญ่ จาก SET Awards 2026
Infinix เปิดตัว “Infinix XPAD 30 Pro” แท็บเล็ตคู่ใจคนทำงานยุคใหม่
"ดีวาน่า โฮเทลแอนด์รีสอร์ท" ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการจัดซื้อโปรตีนจากพืชเป็น 45% ภายในปี 2573
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved