
เป็นเหตุผลที่ H.O.W. Club (House of Wisdom หรือ HOW Bangkok) จัดกิจกรรม “Bull’s Arena: Pitching Day” เปิดเวทีให้ผู้ประกอบการที่ผ่านการเตรียมความพร้อมทั้งด้าน Pitch Perfect, Business Model และ Valuation ได้ขึ้น Pitch ต่อหน้านักธุรกิจและนักลงทุนตัวจริง พร้อมเปิดรับข้อเสนอการลงทุนจริง เพื่อสร้างโอกาสให้ธุรกิจสามารถ Scale Up และเติบโตได้แบบ 10x
หนึ่งในแนวคิดสำคัญของเวทีนี้ คือการเปลี่ยนมุมมองของผู้ประกอบการต่อการ Pitch จากเดิมที่พยายามอธิบายธุรกิจให้ครบทุกด้าน ไปสู่การสื่อสารให้ผู้ฟังเข้าใจธุรกิจได้เร็วที่สุด และเกิดความสนใจจนอยากเดินหน้าคุยต่อ

ในงานมีผู้ประกอบการดาวรุ่ง 8 รายขึ้นเวทีปะทะไอเดียกับ 6 โค้ชและนักลงทุน ได้แก่ ภูริต ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด, วรภัทร ชวนะนิกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด

ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ ผู้ก่อตั้ง Ookbee และผู้บริหารกองทุน 500 TukTuks, ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TQM Alpha รวมถึง ธนา เธียรอัจฉริยะ และ เรืองโรจน์ พูนผล สองผู้ร่วมก่อตั้ง H.O.W. Club
8 เทคนิค Pitch Perfect จับใจนักลงทุนภายในไม่กี่นาที

เรืองโรจน์ พูนผล ผู้ร่วมก่อตั้ง H.O.W. Club ถ่ายทอด 8 หลักคิดสำคัญสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการยกระดับการ Pitch ให้คมขึ้น ได้แก่
1. 15 วินาทีแรกต้องดึงความสนใจให้ได้
ในโลกที่ผู้ฟังเต็มไปด้วย Noise ช่วง 5–15 วินาทีแรกมีผลอย่างมากต่อการตัดสินใจว่าจะฟังต่อหรือไม่ ดังนั้น Opening ต้องคม ชัด และตรงประเด็น
2. สรุปธุรกิจให้เหลือ 7 คำ และ 1 ประโยค
ความชัดเจนคือพลัง ผู้ประกอบการควรสามารถอธิบายธุรกิจตัวเองได้ในประโยคเดียว เพื่อสะท้อนว่าเข้าใจแก่นของธุรกิจอย่างแท้จริง
3. อย่าทำธุรกิจแบบ “ปรุงจืด”
ธุรกิจต้องมีตัวตนและเอกลักษณ์ที่ทำให้คนจดจำได้ ไม่ใช่เพียงมีสินค้าหรือบริการที่คล้ายกับสิ่งที่มีอยู่ในตลาด
4. เป้าหมายของ Elevator Pitch คือทำให้คนอยากรู้ต่อ
ไม่จำเป็นต้องใส่ข้อมูลทุกอย่างในครั้งเดียว แต่ต้องสร้างแรงดึงดูดให้คู่สนทนาอยากนัดคุยต่อหลังจากนั้น
5. หา Burning Pain Point ให้เจอ
ธุรกิจไม่ควรเป็นเพียง “ทางเลือก” แต่ควรแก้ Pain Point ที่ชัดและรุนแรงจนลูกค้ารู้สึกว่าต้องเข้ามาใช้บริการ
6. ต้องมี Secret Sauce ที่ลอกเลียนแบบได้ยาก
ความต่างไม่ได้อยู่เพียง Feature แต่อาจอยู่ใน Data, Model หรือทีมงาน ซึ่งคู่แข่งไม่สามารถสร้างตามได้ง่าย
7. ใช้ Sandwich Method ช่วยให้คนจำ
ย้ำแก่นสำคัญตั้งแต่ช่วงต้น กลาง และท้ายของการนำเสนอ เพื่อเพิ่มโอกาสที่สารหลักจะอยู่ในความทรงจำของผู้ฟัง
8. ความรู้สึกสำคัญพอ ๆ กับเนื้อหา
ท้ายที่สุดคนอาจจำรายละเอียดไม่ได้ทั้งหมด แต่จะจำได้ว่าการ Pitch นั้นสร้างความรู้สึกและความเชื่อมั่นให้กับเขามากแค่ไหน
อีกมุมที่น่าสนใจของ Bull’s Arena คือความหลากหลายของผู้ประกอบการ ตั้งแต่ธุรกิจด้านการศึกษาและครอบครัวอย่าง Give Space 2.0, คอมมูนิตี้เยาวชน House of Teen และ JOINSTICK, ธุรกิจ Wellness อย่าง Forsoul, แพลตฟอร์มองค์ความรู้อย่าง Thinkloom, โมเดล Co-ownership อย่าง DEAL!, ธุรกิจรถมือสอง ABC Auto ไปจนถึง Tiny Forks & Pans Cooking Studio ที่ใช้การทำอาหารเป็นพื้นที่พัฒนาทักษะชีวิตเด็ก
ภาพรวมเหล่านี้สะท้อนว่า โอกาสในการสร้างธุรกิจที่มีศักยภาพไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะจากเทคโนโลยี แต่สามารถต่อยอดจาก Expertise, Community, Education, Wellness, Asset และ Service ให้กลายเป็น Business Model ใหม่ได้เช่นกัน
คำแนะนำจากโค้ชและนักลงทุนทั้ง 6 คนชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า การตัดสินใจไม่ได้จบอยู่ที่ลีลาการนำเสนอ แต่ยังพิจารณาตั้งแต่ Problem, Value Proposition, Business Model, Competitive Advantage, Team, Commercial Potential ไปจนถึงความสามารถในการ Scale ธุรกิจในอนาคต
ภูริต ภิรมย์ภักดี ให้ความสำคัญกับแนวคิดที่ “เปิดต่าง” และสามารถทำให้ไอเดียเกิดขึ้นจริง ขณะที่ วรภัทร ชวนะนิกุล มองถึงความพร้อมในการเติบโต โครงสร้างการเงินที่สมเหตุสมผล และการเลือก “จับปลาใหญ่ให้ถูกตัว” เพื่อสร้างแรงส่งทางธุรกิจ
ด้าน ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ มองว่าการ Pitch เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะหัวใจของธุรกิจยังอยู่ที่การใช้เวลาสร้างความเชื่อมั่นในตลาด ส่วน ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ให้ความสำคัญกับจิตวิญญาณ ความกล้า และความตั้งใจจริงของผู้ประกอบการ พร้อมมองว่าเวทีนี้ช่วยเปิดให้เห็น “เพชรเม็ดงาม” ที่สามารถพัฒนาต่อได้

ขณะที่ ธนา เธียรอัจฉริยะ ย้ำถึงพลังของ Storytelling ว่าสามารถเปลี่ยนชีวิตและผลักดันธุรกิจได้ โดยมองว่าสิ่งที่มีค่าที่สุดจากเวทีไม่ใช่เพียงเงินลงทุน แต่คือ Feedback จากกรรมการที่ช่วยเสริมประสบการณ์และความมั่นใจให้ผู้ประกอบการ
ส่วน เรืองโรจน์ พูนผล มองว่าการ Pitch ไม่ใช่เพียงการหาเงิน แต่คือการฝึก Critical Thinking เพื่อย้อนกลับไปค้นหาจุดบอดของธุรกิจ และใช้คำแนะนำตรงไปตรงมาจากผู้มีประสบการณ์มาปรับโมเดลให้แข็งแรงขึ้น
เบื้องหลัง Bull’s Arena ยังสะท้อนบทบาทของ H.O.W. Club ที่ต้องการสร้างตัวเองให้เป็นมากกว่าพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ แต่เป็น Community of Givers ที่สมาชิกพร้อมแบ่งปันองค์ความรู้ ประสบการณ์ และโอกาสทางธุรกิจให้แก่กัน
H.O.W. ก่อตั้งโดย เรืองโรจน์ พูนผล และ ธนา เธียรอัจฉริยะ ในฐานะ Co-Founders และ Co-Deans ภายใต้แนวคิด Academic and Social Club แบบสมาชิกรายปี ปัจจุบันมีสมาชิกระดับผู้นำประมาณ 300 คนจากหลากหลายช่วงวัยและสายอาชีพ
การต่อยอดสู่ Bull’s Arena จึงเป็นอีกขั้นของการเปลี่ยน “องค์ความรู้” ให้กลายเป็นการลงมือทำจริง โดยเชื่อมผู้ประกอบการเข้ากับโค้ช นักลงทุน และเงินทุน พร้อมสร้างพื้นที่ให้สามารถทดลอง ปรับ และพัฒนาโมเดลธุรกิจบน Feedback จากผู้มีประสบการณ์

ในมุมของ MarketPlus ความน่าสนใจของ Bull’s Arena จึงไม่ได้อยู่เพียงการสอนเทคนิคการ Pitch แต่คือความพยายามสร้าง Entrepreneur Ecosystem ที่เชื่อม “คน–ความรู้–โอกาส–เงินทุน” เข้าไว้ด้วยกัน เพราะสำหรับธุรกิจที่ต้องการ Scale Up การพูดให้เก่งอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่การเข้าใจ Pain Point สร้างความต่าง มีโมเดลที่แข็งแรง และมีเครือข่ายที่พร้อมเดินไปด้วยกันต่างหาก ที่อาจเป็นตัวแปรสำคัญในการพาธุรกิจไปสู่การเติบโตในระดับถัดไป
หากสนใจในสมาชิก H.O.W. Club สามารถแสดงความจำนงและสอบถามได้ที่ https://tally.so/r/3EM724 และสามารถดูตารางกิจกรรมและลงชื่อเข้าร่วม session ได้ที่ https://howbangkok.com/events-activities/




