
ตลาดที่อยู่อาศัยในหัวหินกำลังมีอีกหนึ่งเซ็กเมนต์ที่น่าจับตา เมื่อความต้องการไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อพักผ่อนในช่วงวันหยุด แต่เริ่มขยายไปสู่การใช้เป็น บ้านหลังที่สอง การพักอาศัยระยะยาว หรือ Long-stay และการถือครองเพื่อสร้างรายได้จากตลาดเช่า

หนึ่งในทำเลที่เริ่มมีบทบาทมากขึ้นคือ “เขาเต่า” พื้นที่ทางตอนใต้ของหัวหิน ซึ่งยังคงจุดขายเรื่องความสงบ ความเป็นส่วนตัว และธรรมชาติ ขณะเดียวกันสามารถเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองหัวหินได้ในเวลาประมาณ 15 นาที และเชื่อมต่อปราณบุรีได้สะดวก ทำให้พื้นที่ดังกล่าวเริ่มมีความน่าสนใจทั้งในมุมอยู่อาศัยจริงและการลงทุนระยะยาว
ล่าสุด บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เดินหน้ารุกตลาดด้วยโครงการ “ศุภาลัย คราม เขาเต่า” (SUPALAI KRAM KHAO TAO) คอนโดมิเนียมที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว 100% พร้อมอยู่และพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ โดยปัจจุบันมียอดขายแล้วประมาณ 60% ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท พร้อมวางตำแหน่งโครงการให้รองรับทั้งผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัย บ้านหลังที่สอง และตลาด Long-stay

จุดเปลี่ยนสำคัญของเขาเต่าอยู่ที่การเป็นทำเลซึ่งแตกต่างจากหัวหินโซนเมืองซึ่งมีความหนาแน่นและกิจกรรมเชิงพาณิชย์มากกว่า ขณะที่เขาเต่ายังคงมีบรรยากาศสงบ ใกล้ชายหาดและ อ่างเก็บน้ำเขาเต่า ซึ่งเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กของพื้นที่
ในอีกด้าน การพัฒนาโครงข่ายถนนพระราม 2 และ มอเตอร์เวย์ M82 ช่วงบางขุนเทียน–เอกชัย–บ้านแพ้ว ยังช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางจากกรุงเทพฯ ลงสู่หัวหินและภาคใต้ ทำให้รูปแบบการใช้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่สามารถขยายจากการเดินทางมาเฉพาะวันหยุด ไปสู่การพักอาศัยแบบระยะยาวได้มากขึ้น

บุศรินทร์ รุ่งรัตนกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและการขายอาคารสูง บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) มองว่า คาแรกเตอร์ของเขาเต่าที่มีทั้งความสงบ ความเป็นส่วนตัว และอยู่ไม่ไกลจากเมืองหัวหิน ทำให้พื้นที่สามารถรองรับความต้องการได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่การอยู่อาศัยจริง การซื้อเป็นบ้านหลังที่สอง ไปจนถึงการลงทุน
อีกหนึ่งดีมานด์ที่น่าสนใจคือ กลุ่มชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวยุโรปวัยเกษียณ ซึ่งนิยมการพักอาศัยแบบ Long-stay และมองหาพื้นที่ที่ไม่พลุกพล่าน แต่ยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวก ส่งผลให้ตลาดเช่าระยะยาวกลายเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยเพิ่มศักยภาพของเขาเต่าในมุมการลงทุน

ในเชิงราคา “ศุภาลัย คราม เขาเต่า” มีราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณ 77,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นระดับที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดคอนโดมิเนียมพื้นที่เขาเต่าและหัวหิน โดยเฉพาะเมื่อโครงการอยู่ในสถานะก่อสร้างเสร็จพร้อมอยู่ ผู้ซื้อจึงสามารถเห็นห้องจริง วิวจริง และประเมินคุณภาพสินทรัพย์ได้ก่อนตัดสินใจ
โครงการตั้งอยู่บริเวณ ซอยหัวหิน 101 บนพื้นที่กว่า 3 ไร่ เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise สูง 5 ชั้น จำนวน 4 อาคาร รวมเพียง 84 ยูนิต ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Beach Vibes” และการออกแบบสไตล์ Modern Minimal
ยูนิตมีตั้งแต่แบบ 1 Bedroom Plus ถึง 2 Bedrooms ขนาดประมาณ 53–82.5 ตารางเมตร โดยบางห้องสามารถมองเห็นวิวอ่างเก็บน้ำเขาเต่าและสระว่ายน้ำ พร้อมแพ็กเกจ Fully Furnished ทั้งเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ผ้าม่าน และที่นอน ช่วยลดขั้นตอนสำหรับผู้ซื้อที่ต้องการเข้าอยู่อาศัยทันที หรือเตรียมห้องเพื่อเข้าสู่ตลาดเช่า
ส่วนพื้นที่ส่วนกลางประกอบด้วยสระว่ายน้ำระบบเกลือ สวนสไตล์ Tropical ฟิตเนส และเลานจ์ โดยออกแบบให้รองรับทั้งการพักผ่อนในวันหยุดและการใช้ชีวิตประจำวัน


เมื่อมองในภาพใหญ่ การแข่งขันของอสังหาริมทรัพย์หัวหินในระยะต่อไปอาจไม่ได้อยู่เพียงว่าโครงการใดอยู่ใกล้ทะเลหรือมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากกว่า แต่จะอยู่ที่ว่า แต่ละทำเลสามารถตอบโจทย์รูปแบบการอยู่อาศัยใหม่ได้มากเพียงใด
โดยเฉพาะเมื่อพฤติกรรมของผู้ซื้อเริ่มมีเส้นแบ่งระหว่าง “ซื้อเพื่อเที่ยว” กับ “ซื้อเพื่อใช้ชีวิต” น้อยลง บ้านหลังที่สองจึงอาจกลายเป็นทั้งสถานที่พักผ่อน พื้นที่ใช้ชีวิตระยะยาว และสินทรัพย์เพื่อสร้างรายได้ในเวลาเดียวกัน

สำหรับเขาเต่า ความสงบและความเป็นส่วนตัวซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นข้อแตกต่างจากหัวหินโซนเมือง จึงอาจกลายเป็น Selling Point สำคัญในการจับกลุ่ม Long-stay และผู้ซื้อที่มองหาคุณภาพชีวิตมากกว่าความคึกคัก
และนั่นทำให้การขยับของศุภาลัยในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันขายคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ แต่เป็นการเดิมพันกับศักยภาพของ “เขาเต่า” ในฐานะ Residential Destination อีกโซนหนึ่งของหัวหิน ในระยะยาว





