Mc Group ดันออนไลน์โต 61.8% สวนกำลังซื้อชะลอ กางเกมปี 70 เจาะ Gen Y–Z ปั้นฐานลูกค้ารุ่นใหม่
02 Sep 2026

ท่ามกลางกำลังซื้อที่ยังเป็นโจทย์ของธุรกิจค้าปลีก แม็คกรุ๊ป (MC) ปิดปีบัญชี 2569 ด้วยรายได้จากการขาย 4,402 ล้านบาท เติบโต 6% โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากช่องทางออนไลน์ที่ทำสถิติใหม่ 1,152 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 61.8% และขยับสัดส่วนขึ้นเป็น 26% ของรายได้ แม้ยอดขายจากร้านค้าปลีกและห้างสรรพสินค้าจะลดลง สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของโครงสร้างรายได้ตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันเข้าสู่ช่องทางดิจิทัลมากขึ้น

ก้าวต่อไปในปีบัญชี 2570 แม็คกรุ๊ปเตรียมเร่งเกมออนไลน์ควบคู่การใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า พร้อมขยับฐานหลักจาก Gen X–Y ไปสู่ Gen Y–Z โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนลูกค้ากลุ่มนี้จาก 68% เป็น 80% ภายใน 3 ปี ขณะที่ฐานสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 1.9 ล้านราย นอกจากนี้ บริษัทยังมีเงินสดกว่า 1,983 ล้านบาท รองรับโอกาสใหม่ทั้งการขยายตลาดต่างประเทศ M&A และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง 

 

นายแมทธิว กิจโอธาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC ผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ภายใต้แบรนด์ “แม็คยีนส์” เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานประจำปีบัญชี 2569 (1 กรกฎาคม 2568 – 30 มิถุนายน 2569) ว่า บริษัทสามารถสร้างการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์สงคราม การเมือง และความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยในปีบัญชี 2569 แม็คกรุ๊ปมีรายได้จากการขายสินค้ารวม 4,402 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% หรือเพิ่มขึ้น 250 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้ 4,152 ล้านบาท

 

ยอดขายจากช่องทางออนไลน์ (E-Commerce) เติบโตอย่างก้าวกระโดด 61.8% สร้างสถิติใหม่ที่ 1,152 ล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นเป็น 26% จาก 17% ในปีก่อน สะท้อนความสำเร็จในการปรับตัวให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ผ่านการรุกช่องทางจำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมรักษาความเป็นผู้นำด้านยอดขายบน TikTok

 

ขณะที่ช่องทางร้านค้าปลีกของบริษัท (Free-standing Shop) มีรายได้ 2,474 ล้านบาท ลดลง 192 ล้านบาท หรือ 7.2% และช่องทางห้างสรรพสินค้ามีรายได้ 684 ล้านบาท ลดลง 21 ล้านบาท หรือ 3% จากผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว

 

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรและอัตรากำไรขั้นต้นไว้ในระดับสูง โดยมีกำไรขั้นต้น 2,810 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55 ล้านบาท หรือเติบโต 5.8% จากปีก่อน และมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 63.8% ใกล้เคียงกับปีก่อน จากการบริหารช่องทางจำหน่ายและกิจกรรมส่งเสริมการขายให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิในปีบัญชี 2569 จำนวน 701 ล้านบาท ลดลง 7.8% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 760 ล้านบาท 

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแม็คกรุ๊ปกล่าวว่า บริษัทยังคงมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวมกว่า 1,983 ล้านบาท พร้อมรองรับการดำเนินธุรกิจและแสวงหาโอกาสการเติบโตใหม่ ๆ ทั้งการศึกษาการขยายช่องทางไปยังตลาดต่างประเทศ การควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) รวมถึงการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

 

นายแมทธิวกล่าวว่า จากผลการดำเนินงานที่ยังคงสร้างกำไรสุทธิได้อย่างต่อเนื่องในทุกไตรมาสตลอดปี คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีหลังอีก หุ้นละ 0.36 บาท ส่งผลให้ทั้งปีบริษัทจ่ายเงินปันผลรวม 0.88 บาทต่อหุ้น โดยได้จ่ายเงินปันผลสำหรับงวดครึ่งปีแรกไปแล้วหุ้นละ 0.52 บาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลเกือบ 100% ของกำไรสุทธิ หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล 7.59% โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569

 

นายแมทธิวกล่าวเพิ่มเติมถึงแผนธุรกิจในปีบัญชี 2570 ว่า แม็คกรุ๊ปตั้งเป้าสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีกลยุทธ์สำคัญคือ การรุกตลาดออนไลน์เต็มรูปแบบ เพื่อผลักดันยอดขายและเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ สอดคล้องกับนโยบายการปรับฐานลูกค้าจาก Gen X และ Gen Y ไปสู่กลุ่ม Gen Y และ Gen Z มากขึ้น โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนลูกค้ากลุ่มดังกล่าวเป็น 80% ภายใน 3 ปี จากปัจจุบัน 68% ขณะเดียวกัน บริษัทจะเดินหน้านำ AI มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลและพฤติกรรมของลูกค้า เพื่อพัฒนาแคมเปญและนำเสนอสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มมากขึ้น โดยฐานลูกค้าสมาชิกปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 1.9 ล้านราย จาก 1.3 ล้านรายในปีที่แล้ว

 

สำหรับช่องทางออฟไลน์ บริษัทจะมุ่งรักษาฐานลูกค้าเดิมควบคู่กับการขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยต่อยอดจากประสบการณ์และความแข็งแกร่งของธุรกิจที่สั่งสมมากว่า 50 ปี ทั้งเครือข่ายจุดจำหน่ายที่ครอบคลุมช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ โรงงานผลิตสินค้าที่มีความเชี่ยวชาญ และศูนย์กระจายสินค้าของบริษัทเอง พร้อมเดินหน้าปรับปรุงจุดขายเดิมอย่างต่อเนื่อง และบริหารจัดการจุดขายที่มีผลการดำเนินงานต่ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการทำกำไร โดย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 บริษัทมีจุดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 567 จุด

[อ่าน 56]
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
FW26 Denim จาก adidas Originals ถ่ายทอดตัวตนผ่านความกล้า
AWC × Universal เปิดเกม DreamWorks Destination ปักหมุดพัทยา
OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต เปิดตัว ‘เลิฟ รีไทร์ และซีเนียร์ รีไทร์ 99/5’ มีเงินก้อนใหญ่ต้อนรับวัยเกษียณ
เป็นเจ้าของ OPPO Reno16 Series 5G สมาร์ตโฟนเพื่อนซี้ เทรนดี้ทุกช็อต
AIA ดึง “โอม–ปัณฑพล” นั่งพรีเซนเตอร์ใหม่ ชูแผนการเงินระยะยาว
แสนสิริ ปักหมุด 'ดีคอนโด คลาวด์ ดอนเมือง' ชูแนวคิด Well-Being แต่งครบ Fully Furnished เริ่ม 1.39 ลบ.
MAGAZINE UPDATE
Owner
DOUBLE D CREATION Co.,Ltd.
เอเวอร์กรีนวิว ทาวเวอร์ ชั้น 4
เลขที่ 22/43 ซอยบางนา-ตราด 56 ถนนบางนา-ตราด
แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
Tel : 0-2751-4995-6
Mobile : 062-194-4561
Advertising
ติดต่อโฆษณา และ การตลาด
คุณศุภากร ยาตพงศ์ (บู)
Mobile : 08-1355-3636
Tel : 0-2751-4995-6
E-mail : market-plus@hotmail.com
info@marketplus.in.th
PR News
ส่งข่าวประชาสัมพันธ์
E-mail : info@marketplus.in.th,
market-plus@hotmail.com,
marketplus@hotmail.co.th
Copyright © 2016 DOUBLE D CREATION Co.,Ltd. All rights Reserved