
จังหวะดังกล่าวมาพร้อมการขยายไลน์อัพทั้ง ALL-NEW GEELY RIDDARA ECON L และ NEW GEELY RIDDARA RD6 MY2026 เพื่อครอบคลุมตั้งแต่การใช้งานเชิงพาณิชย์ระดับมืออาชีพ ไปจนถึงการใช้งานในชีวิตประจำวัน และตอกย้ำโจทย์สำคัญของแบรนด์ในการผลักดัน “กระบะพลังงานใหม่” จากสินค้าทางเลือก ไปสู่ตัวเลือกหลักของผู้ใช้รถกระบะไทยในอนาคต
มร. เฉา เฟิง ผู้จัดการทั่วไป GEELY RIDDARA THAILAND กล่าวว่า “การรักษาอันดับ 4 ในตลาดรถกระบะ Double Cab ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญสำหรับ GEELY RIDDARA เพราะสิ่งที่เราให้ความสำคัญไม่ใช่เพียงการเติบโตในตลาดรถกระบะพลังงานใหม่ แต่คือการทำให้ผู้บริโภคมองรถกระบะพลังงานใหม่เป็นหนึ่งในตัวเลือกหลักเมื่อคิดจะซื้อรถกระบะเพื่อใช้งาน เราเชื่อว่าผู้ใช้ชาวไทยกำลังมองหารถหนึ่งคันที่ทำได้มากกว่าเดิม ทั้งการทำงานเชิงพาณิชย์อย่างมืออาชีพ ที่สามารถขับขี่ได้ในเส้นทาง On Road และ OFF Road รวมถึงความสามารถในการบรรทุก ลากจูง ความจุที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ GEELY RIDDARA ยังเป็นรถที่สามารถสร้างประสบการณ์ที่มีค่าร่วมกันในครอบครัวทั้งการในงานในชีวิตประจำวัน รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงแอดเวนเจอร์ (Advanture) ซึ่ง กระบะพลังงานใหม่ GEELY RIDDARA นี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคในการใช้งานได้อย่างแท้จริง”
หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของ GEELY RIDDARA ในช่วงที่ผ่านมา คือการขยายทางเลือกของผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมความต้องการของผู้ใช้รถกระบะที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยในงาน BIG Motor Sale 2026 GEELY RIDDARA ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ALL-NEW GEELY RIDDARA ECON L ทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อและ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งโดดเด่นด้วยกระบะท้ายที่มีความยาวเพิ่มขึ้น 240 มิลลิเมตร รวมความยาวเป็น 1,765 มิลลิเมตร ความจุกระบะท้ายเพิ่มขึ้นเป็น 1,380 ลิตร เทียบเท่ากับรถกระบะตอนเดียว หรือตอนครึ่งทั่วไป รองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุดถึง 1,235 กิโลกรัม เพื่อเพิ่มศักยภาพในการใช้งานและรองรับกลุ่มผู้ประกอบการเชิงพาณิชย์แบบมืออาชีพ
ทั้งยังมีพื้นที่สำหรับผู้โดยสารแถวที่สองที่กว้างขวาง ซึ่งเป็นสิ่งที่รถกระบะแบบตอนครึ่งทั่วไปไม่มี หมายความว่าผู้บริโภคจะได้รับทั้งความจุในการบรรทุก และความสะดวกสบายของผู้โดยสารโดยไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งอีกต่อไป แต่เป็นการผสมผสานที่ลงตัวที่ทาง GEELY RIDDARA มอบให้กับผู้บริโภค รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านพลังงานต่อกิโลเมตรต่ำกว่ารถกระบะเครื่องยนต์สันดาปภายในทั่วไปถึง 20% ทำให้เป็นตัวเลือกที่ประหยัดที่สุดสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพและการลดต้นทุนในการดำเนินงาน
โดยอีกรุ่นที่ได้รับความสนใจจากการเปิดตัวใหม่ คือ NEW GEELY RIDDARA RD6 MY2026 ที่ได้รับการยกระดับด้านดีไซน์ เทคโนโลยี และประสบการณ์การขับขี่ เพื่อรองรับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน ครอบครัว และการใช้งานเชิงไลฟ์สไตล์ โดยได้อัพเกรดเพื่อให้เห็นความแตกต่างระหว่างรุ่น RD6 และ ECON อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงการติดตั้งกระจังหน้า LED พร้อมตัวอักษร RIDDARA ขนาดใหญ่ในรุ่น RD6 ขับเคลื่อนสองล้อ เหมือนกับรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ โดย NEW GEELY RIDDARA RD6 MY2026 ยังคงมอบสมรรถนะที่เหนือชั้น ด้วยกำลังขับ 315 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 595 นิวตันเมตร พร้อมระยะทางวิ่งได้สูงสุดถึง 503 กิโลเมตร (NEDC) อัตราเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 190 กม./ชม. กล้องมองรอบทิศทาง 540 องศา โหมดการขับขี่ 7 โหมด การขับขี่อัจฉริยะระดับ L2+ พร้อม ADAS 14 ฟังก์ชัน ที่มาพร้อมช่องจ่ายไฟขนาด 6 kW และประหยัดค่าใช้จ่ายเพียง 0.8-1 บาท ต่อกิโลเมตร
การมีผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมตั้งแต่การใช้งานเชิงพาณิชย์ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ ทำให้ GEELY RIDDARA ไม่ได้มองการแข่งขันเพียงในกรอบของ “รถกระบะไฟฟ้า” อีกต่อไป แต่กำลังเดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถกระบะยุคใหม่ ภายใต้แนวคิดที่ผสาน ความสามารถในการใช้งานแบบรถกระบะ ผนวกกับเทคโนโลยีการขับขี่ขั้นสูง รวมถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้งานได้แบบรถกระบะแต่ให้ความสะดวกสบายแบบรถ SUV เพื่อให้รถหนึ่งคันสามารถรับบทบาทได้อย่างหลากหลายตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิตของผู้บริโภคอย่างลงตัว

สำหรับทิศทางต่อจากนี้ GEELY RIDDARA THAILAND จะเดินหน้าสร้างการรับรู้และประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น พร้อมผลักดันให้รถกระบะพลังงานใหม่เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานที่กว้างขวางขึ้น สำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กรทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน ลูกค้าบุคคล ผู้ประกอบการ รวมถึง SME ต่างๆ โดยมีเป้าหมายสำคัญที่ไม่ได้เป็นเพียงการเป็นผู้นำในตลาดกระบะพลังงานใหม่เท่านั้น แต่คือการทำให้เทคโนโลยีพลังงานใหม่กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิวัฒนาการตลาดรถกระบะไทยในระยะยาว





